keyboard_arrow_right
Horror (สยองขวัญ)
Horror (สยองขวัญ)

รีวิวหนัง บุปผาราตรี 2 ผีสาวที่สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้เช่าอพาทเมนท์

บุปผาราตรี…… เป็น หนังผีไทย ที่ผมชอบมากๆการผสมผสานระหว่างความน่ากลัวและความฮาทำออกมาได้เจ๋งทั้งสองทางกลายเป็นหนังที่คนดูจะหัวเราะพร้อมความกลัว คือจังหวะผีหลอกทำออกมาได้มีประสิทธิภาพ คนดูสามารถที่จะตกใจเอามือปิดตาในขณะที่นาทีถัดมานั่งหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง ไม่เพียงแต่จะเอากลัวกับเอาฮา การวางรายละเอียดของบทที่ล่อหลอกคนดูตั้งแต่เริ่มแรกไปจนถึงหักมุมตอนจบก็ทำได้ดีและมีการใส่พื้นหลังตัวละครของตัวบุปผาได้อย่างน่าสนใจ ทำให้เป็นหนังผีที่มีความเป็นหนังดีและดูสนุกได้พร้อมกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้บุปผาราตรี2เป็นหนังที่ผมรอคอยอยากดูมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้

เรื่องย่อ เจ๊สี่ เจ้าของกิจการอพาร์ทเมนท์ ที่มีธุรกิจเข้าทรงเป็นอาชีพเสริม พออยู่มาวันหนึ่ง อพาร์ทเมนท์ของเจ๊สี่เกิดมีผีสาวปรากฏกายขึ้น จนเป็นที่หวาดผวาต่อบรรดาผู้เช่าห้องพักทั้งหลาย ร้อนถึงเจ๊สี่ ที่ต้องตามหมอผีที่ว่าเก่งมากำจัด แต่ก็ยังโดนผีสาวเล่นงานจนเตลิดเปิดเปิง สร้างความหวาดผวาต่อผู้เช่าอพาร์เมนท์ที่เหลือเป็นอย่างยิ่ง เป็นผลให้กิจการห้องเช่าของเจ๊สี่ทำท่าจะไปไม่รอด

แต่แล้ววันหนึ่ง มีชายหนุ่มนิรนามเดินเข้ามาที่อพาร์ทเมนท์ และหายตัวเข้าไปในห้องผีสิงนั้นอย่างปริศนา นับจากวันนั้น ผีสาวก็ไม่ปรากฏกายให้เห็นอีก จนกระทั่งเวลาผ่านไปไม่นานนัก ผู้คนก็เริ่มได้ยินเสียงร้องโหยหวนของชายหนุ่มนิรนาม ดังออกมาจากห้องผีสิง ผู้เช่าที่เหลือพากันย้ายออกจนหมด เพราะทนกลัวผีต่อไปอีกไม่ไหว เจ๊สี่หมดทางเลือก จึงตัดสินใจโทรไปตามหมอผีเขมรที่เก่งที่สุด มาจัดการกับผีร้าย ก่อนที่กิจการอพาร์ทเมนท์ของเจ๊สี่จะไปไม่รอด

บุปผาราตรี 2 …… เปิดฉากได้น่าสนใจมากๆไม่แพ้บุปผา1 ที่พูดถึงตลกตกอับ4คนที่ตัดสินใจปล้นธนาคารแล้วเอาเงินไปแบ่งกันที่ออสการ์อพาร์ตเมนต์ เพื่อที่จะได้พบกับ สาวตาบอดที่คิดอยากตาย/ตำรวจ/เจ๊สี่/หมอผี/ผีบุปผาพร้อมคู่รักและหน้าเก่าๆจากภาคแรก จากที่เริ่มต้นเป็นภาพขาวดำและการให้เห็นภาพตัวละครทั้ง4ที่อับจนหมดหนทางแต่เหมือนหนังใช้ประโยชน์จากทั้ง4คนเพียงเท่านั้น เหมือนกับเนื้อเรื่องหลักมีเพียง2ส่วนที่ปะอยู่คือเรื่องของ4ตลกตกอับกับเรื่องของสาวตาบอดและเรื่องหลักๆนี้ก็ไม่ใช่เนื้อหาหลักที่หนังใช้ดำเนินเรื่องด้วยซ้ำเป็นเหมือนส่วนที่ใส่เข้ามาประกอบหนังเฉยๆ เพราะหนังเดินเรื่องด้วยการเดินหน้าไปให้ผีหลอก หลอก และหลอกจนจบเรื่อง ถามว่าเนื้อเรื่องจำเป็นมั้ยก็คงไม่จำเป็นมากถ้าหนังเรื่องนั้นสนุกเต็มที่ตลอดเวลาคนดูก็คงไม่สนว่าเนื้อเรื่องจะมีรายละเอียดมีซับพล้อตมีความลึกอะไร แต่กับบุปผา2หนังสนุกจริงแต่ความสนุกของหนังไม่เพียงพอที่พยุงให้หนังเดินหน้าจนจบด้วยความสนุกอย่างต่อเนื่องเพราะเมื่อหนังไม่มีเนื้อเรื่องหลักที่คอยขับเคลื่อนตัวหนังให้เดินหน้า

 

ดูหนังออนไลน์ บุปผาราตรี

Horror (สยองขวัญ)

รีวิวหนัง ตีสาม คืนสาม 3D 3AM PART 2 3 เหตุการณ์ 3 รสชาติ

รีวิวหนัง ตีสาม คืนสาม 3D 3AM PART 2 3 เหตุการณ์ 3 รสชาติ

เรื่องย่อ : “ ตีสาม คืนสาม 3D ” ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ ภาพยนตร์ระทึกขวัญ 3 เหตุการณ์ 3 รสชาติ และใกล้ชิดผู้ชมเช่นเดิม จาก 3 ผู้กำกับ ‘คืน 3′ เรื่องราวความเชื่อของการกลับมาสะสางสิ่งที่ค้างคาทุกอย่างให้เสร็จสิ้น ของคนตาย!!! ‘คอนแวนต์’ เรื่องราวของกลุ่มเด็กสาวคอนแวนต์ที่อยากรู้ที่มาของตำนานเสียเปียโนตอนตีสามที่บรรเลงโดย ซิสเตอร์หัวขาดเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ‘กงเต๊ก’ ในเวลาค่ำคืนอันยาวนานในบรรยากาศร้านกงเต๊ก ที่เมื่อรู้ว่าเจ๊เจ้าของร้านตาย ทั้งเฮียและเหล่าลูกจ้างในร้านจะเอาตัวรอดให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปได้ยังไง

รีวิว อิสรา นาดี ควรจะไปทำหนังตลกมากกว่าหนังผีนะ เพราะเราว่าจังหวะของพี่แกในการปล่อยมุกถือว่าทำได้ดี ไม่แป๊ก ไม่สติแตกแบบตอน 407 เที่ยวบินผี แม้เราพอจะเดาได้อยู่บ้างว่าหนังมันจะต้องเดินเรื่องมาประมาณนี้แล้วชงมุกด้วยการตลบหลังเราอีกทีในตอนหลัง จะว่าไปข้อดีของตอนนี้คือการเล่นกันอย่างเข้าขาของ เฮีย (จิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร) กับขะมอด(พงศธร ศรีปินตา) น้องแรงงานต่างด้าวที่น่าจะเข้าวงการมากกว่าอยู่ร้านกงเต๊ก ส่วนบทของเจ๊จู (สินจัย เปล่งพานิช) เหมือนบทพักร้อนของพี่นกแกมากกว่า ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นแต่รวมๆคือทั้ง 3 คนรับส่งกันค่อนข้างดี

ดูหนังออนไลน์ ตีสาม

Horror (สยองขวัญ)

รีวิว Mary Shelleys Frankenstein แฟรงเกนสไตน์ (1994)

รีวิว Mary Shelleys Frankenstein แฟรงเกนสไตน์ (1994)

รีวิว Mary Shelleys Frankenstein (1994) แฟรงเกนสไตน์ สาเหตุหนึ่งที่ตอนนั้นทาง Universal นำเหล่าปีศาจพวกนี้มาทำใหม่ก็คงเพื่อโปรโมต Van Helsing ด้วยนั่นแหละครับ เลยระดมทำออกมาเพียบ ซึ่งก็เป็นกำไรของคนดูไปสำหรับเรื่องนี้ก็นั่นแหละครับ เรื่องราวของปีศาจของแฟรงเกนสไตน์ ที่สร้างจากนิยายของ Mary Shelley เมื่อ ดร. เฮนรี่ แฟรงเกนสไตน์ (Colin Clive) นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองเย้ยพระเจ้า โดยการเอาซากศพมาเย็บติดกันแล้วก็ทำให้มันคืนชีพ แต่แล้วเจ้าปีศาจก็อยู่เหนือการควบคุมครับ จนทำให้เฮนรี่ต้องหาทางทำลายมัน

หนังกำกับโดย James Whale ผู้กำกับมือเก๋าอีกคนที่ทำหนังสยอง Classic ไว้หลายเรื่อง กับเรื่องนี้ก็มีสไตล์เป็นไซไฟยุคเก่าผสมเข้ากับความสยองและดราม่า งานด้านฉากและโปรดักชั่นต่างๆ ทำได้ดีไม่ต่างจาก Dracula เลยครับ ส่วนต่างๆ ค่อนข้างสมบูรณ์หมด อาจมีติดเล็กน้อยตรงดาราบางคนที่ดูแข็งไปบ้างในบางจุด แต่ก็ไม่มากครับ

หลายๆ คนเข้าใจว่านี่เป็นหนังสยอง แต่มันไม่เชิงหรอกนะครับ จริงๆ แล้วมันจะมาเน้นตรงเรื่องเชิงชีวิตมากกว่า โดยตัวปีศาจของแฟรงเกนสไตน์ (รับบทโดย Boris Karloff ซึ่งพี่แกก็ดังตาม Bela Lugosi ไปติดๆ จนไปๆ มาๆ จะดังกว่าด้วย) หนังนำเสนอครับว่าเมื่อมันถูกสร้าง แต่กลับไม่ได้รับการสอนสั่ง ไม่ได้รับการดูแลแต่อย่างใด ปล่อยให้เผชิญโลกตามลำพัง จนสุดท้ายมันไม่รู้ว่าอะไรถูกหรือผิด ไอ้การที่มันฆ่าคนนั่นมันก็ไม่รู้นะครับว่าผิดหรือถูก เหมือนกับบอกคนดูตรงๆ ครับ ว่าถ้าเราให้กำเนิดคนขึ้นมาแล้ว (หมายถึงมีลูกนั่นแหละ) แต่ไม่เลี้ยงดู เขาอาจจะทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และผู้ที่ต้องรับผิดชอบก็ไม่ใช่ใครนอกจาก ผู้ให้กำเนิดนั่นแหละ

ดังนั้น นี่ไม่ใช่หนังสยองซะทีเดียวครับ แต่มันเป็นหนังคลาสสิกที่เล่าถึงโศกนาฏกรรมดีๆ นี่เอง

ดูหนังออนไลน์ Mary Shelleys Frankenstein

Horror (สยองขวัญ)

รีวิวหนังสยองขวัญ The Nun ผีแม่ชี (2018) หนังจักรวาล The Conjuring

รีวิวหนังสยองขวัญ The Nun ผีแม่ชี  (2018)  หนังจักรวาล The Conjuring

นับเป็นหนังที่แฟนๆ รอคอยมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ สำหรับ The Nun หนึ่งในหนังจักรวาล The Conjuring ที่จะมาสร้างความกลัวสุดสะพรึง ซึ่งงานนี้ก็ได้ โคริน ฮาร์ดี (Corin Hardy) มากำกับการแสดง ภายใต้การอำนวยการผลิตจาก เจมส์ วาน (James Wan) ผู้ให้กำเนิด The Conjuring (2013) และ The Conjuring 2 (2016) มาดูกันว่าผีแม่ชีจะสร้างความระทึกให้เรามากแค่ไหน

The Nun ว่าด้วยเรื่องราวของแม่ชีสาวจากโบสถ์เงียบแห่งหนึ่งในโรมาเนียได้ปลิดชีวิตตนเองลง นักบวชผู้ที่ถูกอดีตตามหลอกหลอน และแม่ชีฝึกหัดจากวาติกัน จึงถูกส่งไปเพื่อสืบหาสาเหตุ พวกเขาค้นพบสาส์นลับจากปีศาจ ไม่เพียงชีวิตที่ตกอยู่ในอันตราย ทว่ายังรวมไปถึงชะตากรรม และจิตวิญญาณของพวกเขาเอง พวกเขาต้องเผชิญกับพลังงานที่มุ่งร้ายในรูปลักษณ์แม่ชีปีศาจ เช่นเดียวกับโบสถ์ที่ต้องกลายมาเป็นสถานที่ต่อสู้อันน่าสยดสยองระหว่างผู้มีชีวิตและวิญญาณร้าย

ต้องขอยอมรับว่าโดยส่วนตัวนั้นแทบจะไม่ดูหนังแนวนี้เลย แต่ด้วยความที่ได้ยินกิตติศัพท์ของจักรวาลนี้มามาก จึงขอวัดความกล้าของตัวเองสักครั้ง และค่อนข้างคาดหวังว่ามันน่าจะทำให้น่ากลัวมาก จะต้องเปิดไฟนอนทั้งคืนหรือเปล่า? แต่พอได้ดูหนังจนจบกลับพบว่ามันก็ไม่ได้น่ากลัวมากอย่างที่คิด แม้จะมีฉากตุ้งแช่และให้ลุ้นระทึกเยอะ แต่ก่อนที่เราจะเจอฉากน่ากลัวๆ มันก็จะมีการบิ้วอารมณ์เราให้เตรียมพร้อมที่จะเจอและรู้ว่าจังหวะนี่แหละใช่เลย จึงทำให้เดาทางได้และลดความกลัวลงไปมากทีเดียว

แต่ก็ใช่ว่าหนังจะเสิร์ฟเฉพาะความหลอนสะพรึงกลัวอย่างเดียว ยังแอบมีความขำเล็กๆ เขินอายแบบเบาๆ ให้พักเบรกอารณ์ได้บ้าง ซึ่งโดยรวมแล้วก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ประทับใจ การดำเนินเรื่องก็กระชับฉับไว ทำเวลาได้ดี และสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้หนังออกมาสนุกก็คือฉากหลังที่อยู่ในประเทศโรมาเนีย ดินแดนแห่งธรรมชาติและป่าเขา แต่กลับเต็มไปด้วยความน่าพิศวงอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ได้เห็นบรรยากาศชวนให้คิดลึกว่าจะต้องมีอะไรบางอย่างที่ไม่ปกติ โดยเฉพาะในปราสาทอันใช้เป็นโบสถ์ประกอบพิธีกรรมทางศาสนานั้นทำออกมาได้เข้ากับหนังมาก

ในส่วนของการแสดงขอยกความดีความชอบให้กับสาวสวย ไทซา ฟาร์มิกา (Taissa Farmiga) รู้สึกว่าเธอสามารถถ่ายทอดบทบาทออกมาได้ดี อาจเป็นเพราะเจ้าตัวเคยผ่านงานแสดงแนวนี้มามากกว่าคนอื่นเขา เลยทำให้เข้าถึงความหลอนได้มากกว่า และจากการแสดงเรื่องนี้เองก็น่าจะฟันธงได้ว่าเธอเหมาะกับบทแนวนี้มาก ทั้งรูปร่างหน้าตาอันสะสวยประกอบกับเสน่ห์ทางการแสดงสามารถไปได้ไกลแบบสบายๆ แน่นอน ส่วนบทบาทของคนอื่นๆ ก็ช่วยให้หนังสนุกพอสมควร ถือว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวทีเดียว

สรุปเลยว่าหากใครติดตามจักรวาล The Conjuring ก็สมควรไปดู เพราะ The Nun น่าจะเป็นส่วนเติมเต็มได้ดี และยังได้รู้ที่มาที่ไปของผีแม่ชีให้หายข้องใจ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายมากนัก แน่นอนว่าหนังมีเฉลยที่มาที่ไปของเธอแน่นอน แต่จะเป็นฉากไหนอะไรยังไงต้องไปพิสูจน์กันเอาเอง

 

ดูหนังออนไลน์ The Nun

 

Horror (สยองขวัญ)

รีวิวหนังระทึกจิตป่วน Mother ! มารดา มาเธอร์และ ฮิม สามีของเธอ

รีวิวหนังระทึกจิตป่วน Mother ! มารดา มาเธอร์และ ฮิม สามีของเธอ

รีวิวหนังระทึกจิตป่วน Mother ! มารดา ชีวิตอันสุขสงบของ มาเธอร์ (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ต้องมีอันสิ้นสุดเมื่อ ฮิม (ฮาเวียร์ บาเด็ม) สามีของเธอเปิดประตูต้อนรับคู่รักวัยดึก (เอ็ด แฮริส และ มิเชล ไพฟ์เฟอร์) ที่เป็นแฟนงานเขียนของเขา แต่การมาเยือนของแขกผู้แปลกหน้ากลับยิ่งทำให้ มาเธอร์ ได้พบเจอเรื่องราวประหลาดจนยากอธิบายจนนำไปสู่บทสรุปที่เกินคาดเดา

สำหรับ Mother! ดาร์เรน อาโรนอฟสกี้ ได้แรงบันดาลใจในการเขียนบทมาจากความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับโลกในยุคปัจจุบัน จนเกิดเป็นหนังทริลเลอร์จิตวิทยาที่มุ่งวิพากษ์กลียุคในปัจจุบันที่โลกกำลังเสื่อมสลายลงด้วยน้ำมือมนุษย์ โดยดัดแปลงเรื่องเล่าในไบเบิ้ลโดยเฉพาะ บทปฐมกาล (Genesis) ที่ อับราฮัม ลูกหลานของ โนอาห์ ที่มีโอกาสได้ต้อนรับพระเจ้าและสาวกทั้ง 3 ท่านจนได้รับพรให้ซาร่า ภรรยา ผู้ไร้ศรัทธาและไม่เป็นมิตรกับผู้มาเยือนได้ตั้งครรภ์

ดัดแปลงเป็นโครงเรื่องของ มารดา ว่าด้วย สามี ภรรยา อย่างมาเธอร์ และ ฮิม ที่ได้ต้อนรับคู่รักในวัยชราเข้ามาในบ้าน ซึ่งในส่วนนี้หนังได้ใช้อาการทางจิตทั้ง ความวิตกกังวลของคนเป็นโรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder) สร้างคาแรกเตอร์ของ มาเธอร์ และบุคลิกคลั่งตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder) ในกรณีของ ฮิม เพื่อเปรียบเปรย (Allegory) กับเรื่องราวในไบเบิ้ลข้างต้น ซึ่งการใช้แนวคิดจิตวิเคราะห์ดังกล่าวนอกจากช่วยอธิบายบุคลิกตัวละครแล้ว ยังช่วยสร้างสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจให้อบอวลตลอดทั้งเรื่อง ยิ่งการมาถึงของคู่รักแปลกหน้ากำลังทดสอบความสัมพันธ์ของทั้งคู่ คนดูยิ่งตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จนเรื่องราวทวีความเข้มข้นหลังเกิดการฆาตกรรมขึ้นในบ้าน อันเป็นจุดพลิกผันสำคัญที่ยิ่งทำให้หนังพาคนดูไปไกลกว่าเรื่องราวที่หนังได้โฆษณาไว้ และทีละน้อยประเด็นสำคัญอย่างความเลวร้ายที่เกิดขึ้นบนโลกทั้งการเข่นฆ่า สงคราม ความหิวโหย ก็ถูกใส่เข้ามาในสถานการณ์ที่คนดูคาดไม่ถึงจนบ้านที่เคยสงบสุขเริ่มกลายเป็นเมืองคนบาปแบบตำนานเมือง โสโดม (Sodom) ที่พระเจ้าทรงทำลายในท้ายที่สุด ที่สำคัญจุดไคลแมกซ์ของหนังยังเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนอย่างรุนแรง จนเรียกได้ว่านี่คืออีกหนึ่งงานที่ ดาร์เรน อาโรนอฟสกี้ ถ่ายทอดได้อย่างไม่ประนีประนอมเลยสักนิด

ความโดดเด่นอีกอย่างของ มารดา เห็นจะเป็นบรรดาสัญญะต่างๆ ที่ ดาร์เรน อาโรนอฟสกี้ ดูจะสนุกสนานในการจัดวางซึ่งนอกจากตัวบ้านที่ถือเป็นโลกที่ตัวละครอาศัยอยู่แล้ว การออกแบบคาแรกเตอร์ตัวละครเองก็ยังมีความลึกซึ้งในการดัดแปลงตัวละครในเรื่องราวของไบเบิ้ลมาใส่ไว้อย่างแยบยล ซึ่งไม่เพียงบทพูดและการกระทำเท่านั้นแต่การออกแบบงานภาพและเสียงยังตอบโจทย์กับคาแรกเตอร์ทุกตัวทั้ง ฮิม ตัวละครที่ฮาเวียร์ บาเด็ม แสดงก็มักเคลื่อนไหวด้วยเสียงที่ดังทั้งฝีเท้าที่หนักและเสียงทุ้มต่ำมีอำนาจ ยิ่งมันถ่ายทอดผ่านสายตา มาเธอร์ ทุกอย่างที่ฮิมทำตั้งแต่เสียงฝีเท้ายันกดชักโครกก็พร้อมจะกลบทุกสิ่งที่เกิดจากการกระทำของเธอ

และในทางตรงข้าม การที่หนังถ่ายตัวละคร มาเธอร์ ในระยะประชิดเพื่อถ่ายทอดแววตา สีหน้าอมทุกข์ของการเป็นผู้ให้ ก็ยิ่งทำให้คาแรกเตอร์ที่ เจนนิเฟอร์ ลอเรนซ์ รับบทบาทนี้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เธอถูกเปรียบเปรยก็มิปาน

 

ดูหนังออนไลน์ Mother

Horror (สยองขวัญ)

รีวิวฟอร์มยักษ์ Monstrum (Mulgoe) พันธุ์อสูรกลาย บู๊เทกระจาด

รีวิวฟอร์มยักษ์ Monstrum (Mulgoe) พันธุ์อสูรกลาย บู๊เทกระจาด

หนังฟอร์มยักษ์จากแดนกิมจิ Monstrum ( Mulgoe ) พันธุ์อสูรกลาย  ที่ดูหน้าหนังแล้วก็ชวนให้คาดหวังว่าจะเป็นหนังแอคชั่นรบกับสัตว์ประหลาด บู๊เทกระจาด แต่ไปๆมาๆก็แอบเซอไพร์สเพราะช่วงแรกหนังปูเรื่องได้เนิบนาบมาก จนเกือบจะเป็นหนังสืบสวนสอบสวนเลย แต่ในความเนิบนาบนี้เอง เรากลับชอบประเด็นที่หนังสอดแทรกไว้มากๆ เพราะมันสะท้อนภาพความเป็นมนุษย์ได้ดีกว่าตัวอสูรซะอีก

ในส่วนของพาร์ทแอคชั่นก็บู๊ได้ดุเดือดดี CG เนียนกริ๊บ มีหลายฉากที่ชวนให้ลุ้นและตึงๆ แต่หนังก็ตัดสลับกับจังหวะตบมุกได้ดี มุกโดยรวมดีมาก แม้บางมุกจะขำแห้งๆ แต่ก็ถือเป็นการตัดอารมณ์จากฉากที่ชวนเครียดได้ เพราะบางฉากภาพก็สยองนิดๆอยู่เหมือนกัน (แต่ไม่มาก)

โดยรวมเป็นหนังที่ีมีฉากที่ชอบหลายฉาก ซึ่งแทบจะไม่อยากเล่าอะไรเลย เพราะช่วงการสืบสวนสอบสวน เป็นช่วงที่หนังทำให้เราคิดไปได้ไกลมาก ส่วนที่จะไม่ชอบคือหนังมีความโม้ในบางฉาก แต่ก็ถือว่าทำได้เคลียร์ดี แม้จะดูจงใจเกินไป แต่ก็ทำออกมาในบรรยากาศที่พอจะกล้อมแกล้มขำๆไปได้

ใครชอบหนังแอคชั่น หรือหนังสืบสวนสอบสวน หรือหนังที่มีประเด็นสะท้อนเรื่องอำนาจในสังคมมนุษย์ นี่เป็นหนังเรื่องนึงที่น่าจะตอบโจทย์ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ เพราะหนังแบ่งพาร์ทต่างๆได้ค่อนข้างดีเลยครับ

ดูหนังออนไลน์ Monstrum

Horror (สยองขวัญ)

รีวิวหนัง Underwater (2020) มฤตยูใต้สมุทร แนวสัตว์ประหลาด

รีวิวหนัง Underwater (2020) มฤตยูใต้สมุทร แนวสัตว์ประหลาด

Underwater มฤตยูใต้สมุทร หนังแอ็คชั่นทริลเลอร์ แนวสัตว์ประหลาด เมื่อสิ่งมีชีวิตลึกลับใต้ทะเลลึกถูกปลุกขึ้นมา หลังจากมนุษย์ขุดเจาะหาน้ำมันใต้ทะเลในจุดที่ไม่เคยมีใครไปถึงมาก่อน

พล็อตเรื่องนี้ไม่ได้ใหม่หรือมีอะไรแปลก เพราะหนังสัตว์ประหลาดแนวใต้ทะเลลึก เคยมีมานานแล้วคือ The Abyss ดิ่งขั้วมฤตยู (1989) ของเจมส์ คาเมรอน ซึ่งเป็นผลงานคลาสสิคของเขาที่ใครเป็นแฟนหนังสัตว์ประหลาดหรือแฟนของเจมส์ก็ต้องหามาดูให้ได้ ซึ่ง The Abyss ในยุคนั้นคือ การเริ่มงานภาพใต้น้ำของเจมส์ จนกลายมาเป็นสิ่งที่เขาหลงไหลสำรวจจริงจัง เลยทำให้ภาพวิชวลและ CG ต่างๆ สวยงามมาก แม้จะมาในยุคนี้ก็ยังรู้สึกว่าดีอยู่ดี ซึ่ง Underwater เลือกเดินตามรอยเรื่องนี้ ก็เป็นอะไรที่ชวนให้คิดว่าต้องแตกต่าง และมีอะไรใหม่ๆ มานำเสนอกับคนยุคนี้ที่ CG ไปไกลกว่าสมัยก่อนมาก รวมถึงไอเดียหนังสัตว์ประหลาดกินคนอะไรนี่มันค่อนข้างตกยุคแล้วในปัจจุบัน ไม่ค่อยมีทำกันออกมาเกร่อแบบสมัยก่อน ขนาดพวกหนังเกรดบียังเลือกที่จะไม่ทำแนวนี้สักเท่าไหร่เลยครับ เหตุผลหลักๆ ก็เพราะมันตัน โดนหยิบจับมาทำกันจนแทบหมดสปีชีส์กรุสัตว์ประหลาดแล้วก็ว่าได้

แต่ไม่ว่าดาราจะดังแค่ไหนยังไงในหนังสัตว์ประหลาดบทของมนุษย์ก็เหมือนตัวละครสมทบเท่านั้น เพราะยังไงจุดประสงค์ของคนที่ตีตั๋วก็คือมาดูความน่ากลัวของสัตว์ประหลาดในเรื่องว่ามันเป็นตัวอะไร กินคนแบบไหน มีความแปลกพิสดารอะไรมั่ง รวมถึงจะเอาอะไรไปสู้กับมันได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็มาในสูตรสำเร็จของหนังสัตว์ประหลาดทั่วไปทุกประการ เริ่มจากการปรากฎตัวลึกลับถล่มสถานีฐานขุดเจาะน้ำมันใต้ทะเล ซึ่งเปิดเรื่องมาก็เอาเลยถือว่าดีที่หนังเริ่มมาแบบนี้ แต่กลายเป็นเราจะได้เห็นแค่เสียงประหลาดคำรามก้องใต้ทะเลยาวเลยไม่เห็นตัวสักที หนังวางเรื่องราวให้สถานีแห่งนี้กำลังถล่ม พนักงานที่เหลือรอดจึงรวมตัวกันหาทางไปอีกสถานีที่ยังสภาพดีอยู่เพื่อรอการช่วย แต่การไปที่ตรงนั้นได้ต้องใส่ชุดดำน้ำเดินไปเท่านั้น ไม่มียานพาหนะหรืออะไรมาช่วย หนังเล่นเรื่องการเดินทางไปยังอีกฐานยาวมาก โดยให้เจอพวกอุปสรรคระหว่างทางจากการถล่มของซากกับแรงดันใต้น้ำมหาศาลที่ทำเอาร่างระบิดตูมเละเป็นโจ๊กในพริบตา คือเข้าใจอยู่ว่าหนังสัตว์ประหลาดต้องค่อยๆ เผยตัว แต่ดูเหมือนเรื่องนี้จะยื้อนานเกินไปสักหน่อย เพราะปาไปเกินครึ่งเรื่องแล้วพึ่งเห็นตัวกระเปี๊ยกโผล่มาครั้งแรก จากนั้นก็ค่อยๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ตามมา ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพยายามปิดบังกันซะขนาด แต่ก็ยังดีที่พอเผยตัวออกมาให้เห็น อาจจะไม่ขนาดชัดจะๆ เพราะหนังเป็นโลกใต้ทะเลลึกที่แสงน้อย ก็ยังเรียกว่ามีความน่ากลัวได้อยู่ แต่มันไม่ได้ดูครีเอทแปลกใหม่ ออกแนวผีพรายน้ำใต้ทะเลทำนองนั้น แต่หนังก็ยังมีก๊อกสุดท้ายเป็นตัวบอสยักษ์ แต่ก็ดันไปคล้ายๆ สัตว์ประหลาดยอดฮิตอย่าง “คราเคน” เข้าไปอีก โดยที่ในเรื่องไม่ได้มีปูโยงให้พอเข้าเค้าไปกับตำนานพวกนี้เลย แล้วก็ไม่ได้มีฉากสยองขวัญให้รู้สึกว่าเจ้าตัวบอสนี่มีอะไรพิเศษ นอกจากตัวใหญ่สุดๆ เท่านั้น ซึ่งถ้าย้อนไปดู The Abyss นี่ยังมีไอเดียสัตว์ประหลาดที่ล้ำกว่านี้มาก หรือแม้แต่ Deep Rising หนังสัตว์ประหลาดจากใต้ทะเลลึกของปี 1998 ก็ยังทำออกมาได้สยองขวัญและมีอะไรตื่นเต้นมากกว่าเยอะครับ

ดูหนังออนไลน์ Underwater