keyboard_arrow_right
antiaging
antiaging

วางแผนดูแลผิว anti-aging Skincare เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้นยังไงดี

วางแผนดูแลผิว anti-aging Skincare เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้นยังไงดี

ครีมลดเลือนริ้วรอย อายครีม และสกินแคร์ anti-aging ต่างๆ เป็นตัวช่วยที่ดีที่ทำให้ลดเลือนสัญญาณต่างๆของความแก่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิธีที่ได้ผลในระยะยาวนั้น คือการวางแผนและปรับเปลี่ยนนิสัยเพื่อบำรุงให้ผิวดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์นั่นเอง ไปดู 7 ขั้นตอนวางแผนดูแลผิวที่ Gorgiusgirls เอามาฝากกันค่ะ ก่อนจะไปดูเคล็ดลับดูแลผิว เรามาดูกันก่อนดีกว่าค่ะว่าประโยชน์ของการปรับเปลี่ยนนิสัยไปสู่ผิวสุขภาพดีมีอะไรกันบ้าง

ประโยชน์ของการปรับเปลี่ยนนิสัยไปสู่ผิวสุขภาพดี
ป้องกันและลดเลือนจุดด่างดำได้ดีขึ้น
ผิวดูกระชับและมีความยืดหยุ่นที่ยาวนานขึ้น
ลดเลือนริ้วรอยและรอยย่นต่างๆ
คงความสว่างใสและผิวดูเด็กให้กับผิวอยู่เสมอ
Avoid leathery skin
ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง

Anti-aging skin care tips
5 วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยป้องกันปัญหาผิวแก่ก่อนวัย

1. ปกป้องผิวจากแสงแดด
เรื่องนี้ย้ำนักย้ำหนาเรื่องของการทากันแดด แม้แต่ในต่างประเทศที่อากาศหนาวๆ ก็ยังรณรงคค์ให้ทากันแดดอยู่เป็นประจำ เลือกใช้สูตร SPF 50 PA+++ จะเซฟที่สุดค่ะ เพราะการได้รับแสงแดดที่มากเกินไปนั้นส่งผลเสียต่อผิว โดยเฉพาะแดดช่วง 10 โมงเช้า -เที่ยงเป็นต้นไปจะเป็นรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อผิว ช่วงเวลานี้หากใครต้องทำกิจกรรมที่ต้องเผชิญกันแดด แม้ว่าจะทากันแดดมาแล้วก็ยังแนะนำให้หลบเลี่ยงอยู่ดีค่ะ พยายามอยู่ในที่ร่มให้มากที่สุด หรือหากไม่ได้จริงๆให้ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวป้องกันไปเลย อ่อ ที่สำคัญแว่นตากันแดด ต้องเป็นแว่นตาที่มีคุณสมบัติที่ช่วยกันแดดได้ดีจริงๆ ไม่ใช่ดีแค่เรื่องแฟชั่นเท่านั้น เคยเห็นกันมั้ยคนที่มีริ้วรอยตรงบริเวณรอบดวงตาทั้งๆที่อายุยังไม่ 30 ดี? รู้อย่างนี้แล้ว ต้องใส่ใจเรื่องการป้องกันแดดมากๆนะคะ เพราะริ้วรอยบนผิวเมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะเอาออกคงต้องเสียเงินกับค่าเลเซอร์ไปหลายหมื่นเลย! อ่านต่อ

antiaging

ตัวอย่างเทคโนโลยีในการชะลอวัย anti-aging หรือการยืดอายุให้ยืนยาว

ตัวอย่างเทคโนโลยีในการชะลอวัย anti-aging หรือการยืดอายุให้ยืนยาว

เวชศาสตร์ชะลอวัย anti-aging medicine ทำอะไรได้บ้าง เป็นศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และการแพทย์แบบผสมผสาน ด้วยเทคโนโลยีการตรวจในห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย ทำให้เราทราบถึงโอกาสที่จะเกิดโรค รวมไปถึงสาเหตุแท้จริงที่ทำให้เกิดโรค สิ่งที่เราวิเคราะห์มีรายละเอียดตัวอย่างดังนี้

1. 1.การตรวจรหัสพันธุกรรม เพื่อทำนายโอกาสในการเกิดโรคในอนาคต
2. 2.การตรวจภาวะโภชนาการเพื่อประเมินประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ เช่น การตรวจระดับกรดอะมิโน ระดับกรดไขมันจำเป็น ระดับวิตามินแร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ
3. 3.การตรวจประสิทธิภาพการขจัดของเสียของตับ
4. 4.การตรวจความรุนแรงของการสะสมโลหะหนักและสารพิษที่ก่อให้เกิดโรค
5. 5.การตรวจภาวะภูมิแพ้แอบแฝง
6. 6.การตรวจระดับฮอร์โมนต่อมไร้ท่อในร่างกาย

นอกจากนี้ยังมีการตรวจอื่นๆ อีกมากมายที่นำไปสู่คำตอบที่แท้จริงของความชะรา และเมื่อวิเคราะห์หาสาเหตุได้แล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยก็จะให้การวางแผนการรักษา และดูแลสุขภาพโดยลงลึกทั้งในส่วนของภาวะโภชนาการ การรับประทานวิตามิน อ่านต่อ

antiaging

การส่งเสริมดูแลสุขภาพ anti-aging เชิงป้องกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย

การส่งเสริมดูแลสุขภาพ anti-aging เชิงป้องกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย

ได้รับความนิยมสูง anti-aging โดยเฉพาะในต่างประเทศทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกา มีแนวคิดการส่งเสริมดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย สำหรับในประเทศไทยเริ่มรู้จักกันแพร่หลายมากขึ้นในชื่อ เวชศาสตร์ชะลอวัย

ทำความรู้จักเวชศาสตร์ชะลอวัย  เป็นศาสตร์การแพทย์ที่ถูกคิดค้น ด้วยหลักการป้องกันและดำรงชีวิตอย่างสุขภาพดีมีคุณภาพ เนื่องจากโรคบางโรคถ้าเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายได้ การปล่อยให้สุขภาพย่ำแย่ แล้วมาเข้ารับการรักษาจึงอาจจะช้าเกินไปดังนั้นการป้องกันไม่ให้เป็นหรือเป็นช้าที่สุด จึงเป็นหนทางดีที่สุด สิ่งที่เราทุกคนทราบกันเป็นอย่างดีคือเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นกลไกในร่างกายจะเสื่อมลงและถดถอยทางธรรมชาติ ทำให้มีสมรรถภาพในด้านต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปประสิทธิภาพในการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ก็เสื่อมถอยลง ส่งผลให้ปฏิกิริยาเคมีและกระบวนการการเผาผลาญต่างๆ ลดลงตามมา เมื่อร่างกายขาดความสมดุล โรคภัยไข้เจ็บมักจะแวะเวียนเข้ามาเยือนมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ กลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable diseases) อาทิ ไขมันในหลอดเลือด อ้วนลงพุง โรคความดัน-โลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมไปถึงกลุ่มโรคมะเร็ง เวชศาตร์ชะลอวัยใช้หลักการตรวจสุขภาพ ที่ไม่ใช่เพียงแค่มองเรื่องของความเจ็บป่วยของโรคต่าง ๆ แต่แพทย์จะตรวจวิเคราะห์ลงลึกไปถึงระดับฮอร์โมน วิตามิน เกลือแร่ในร่างกาย โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางชีวโมเลกุลต้องพิจารณาเพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลอย่างเหมาะสม โดยจัดการกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจได้รับจากพันธุกรรม สิ่งแวดล้อมหรือพฤติกรรมการดำรงชีวิต เพื่อลดแนวโน้มของการเกิดโรคแก้ไขปัญหาความเสี่ยงได้อย่างตรงจุด  อ่านต่อ