keyboard_arrow_right
ออกแบบบ้าน
ออกแบบบ้าน

แนะนำ 4 โปรแกรมออกแบบบ้าน ภายใน ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

แนะนำ 4 โปรแกรมออกแบบบ้าน ภายใน ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

Roomstyler

ใครที่ชื่นชอบการ ตกแต่งบ้าน บ้าง จะพาไปทำความรู้จักกับ โปรแกรมออกแบบบ้าน ภายในไม่ว่าจะบ้าน คอนโดที่คนอย่างเรา ๆ ไม่จำเป็นต้องจบดีไซน์หรือใบประกาศนียบัตรนักออกแบบแต่อย่างใดก็สามารถตกแต่งบ้าน หรือคอนโดในฝันได้ โปรแกรมออกแบบบ้าน อีกทั้งยังเกิดประโยชน์กับเจ้าของบ้านเอง เพราะจะได้ลดข้อผิดพลาดจากการซื้อเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่มาแล้ว แต่เมื่อนำมาจัดวางกลับไม่ลงตัวกับพื้นที่ซะงั้น ซึ่งโปรแกรมออกแบบภายในตกแต่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะช่วยทำให้เราได้มองเห็นภาพรวมของห้องเราที่ชัดเจนลงตัวก่อนลงมือทำจริง และยังเป็นการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ตรงใจถูกกับสไตล์ที่เราออกแบบไว้อีกด้วย และที่สำคัญคือโปรแกรมออกแบบบ้านฟรีไม่เสียเงินสักบาท

 

1. Planner 5D
โปรแกรมออกแบบภายในสำหรับการตกแต่งและการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานง่ายเลย และยังสามารถทำการออกแบบที่ลงลึกในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ด้วย เช่น หน้าต่าง บันได หรือแม้แต่ในส่วนของผนังกั้นห้องด้วยครับ และอีกอย่างคือสามารถออกแบบสวน และอาจจะมีสระว่ายน้ำเพิ่มเติมด้วย

เริ่มการออกแบบ
การสร้างบ้านและตกแต่งง่าย ๆ ด้วยการลาก ๆ วาง ๆ เฟอร์นิเจอร์การใช้งานต่าง ๆ สร้างผนัง, จัดวางเฟอร์นิเจอร์, แก้ไข Size, แก้ไขสี และโปรแกรมออกแบบภายในนี้ยังเพิ่มรายละเอียดการตกแต่งได้อีกด้วย เมื่อออกแบบตกแต่งเสร็จแล้วสามารถ Render ให้เป็นภาพของจริงได้ด้วยนะครับ

การทำผนังห้อง
โปรแกรมออกแบบภายในนี้สามารถปรับขนาด และเปลี่ยนแบบแปลนได้โดยการลากจุดมุมของผนังได้เลยครับ โดยแต่ละจุด หรือแต่ละผนังจะมีสีกำกับเพื่อให้ผู้ใช้งานสังเกตได้ง่าย

การเลือกเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่ง
ในโปรแกรมออกแบบภายใน Planner 5D มี Catalog เฟอร์นิเจอร์ให้เลือกมากกว่า 4,000 ชิ้นเลยครับ โดยแยกประเภทของเฟอร์นิเจอร์ไว้อย่างชัดเจน การใช้ก็ง่าย ๆ เพียงลากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่ชอบมาจัดวางในหน้าที่เราได้ออกแบบไว้ได้เลย

เลือกสีและวัสดุ
อีกหนึ่งสิ่งที่ดีมาก ๆ สำหรับโปรแกรมออกแบบภายในนี้คือ การเลือกสีและวัสดุให้กับเฟอร์นิเจอร์ที่เราเลือกมาตกแต่ง ซึ่งทำให้การตกแต่งดูสนุกสนานมากขึ้นไปอีก อย่างแรกเลยคือ เลือกวัตถุที่เราจะเปลี่ยนสีหรือวัสดุก่อน แล้วคลิกเลือก Icon แก้ไขที่เป็นรูปแปรงทาสีและแก้ไขได้เลยครับ ตรงนี้รวมถึงการปรับเปลี่ยนวัสดุด้วยนะ

โมเดล 2D & 3D
โปรแกรมออกแบบภายในสามารถปรับเปลี่ยนได้เลยครับระหว่างโหมด 2D และ 3D ทำให้เกิดมุมมองของการออกแบบได้หลาย ๆ มุม และเข้าใจพื้นที่ห้องของเราได้มากยิ่งขึ้นครับ

2. Roomstyler
เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมออกแบบภายในบ้าน คอนโดง่าย ๆ เหมือนกันครับ ความพิเศษของเว็บไซต์โปรแกรมออกแบบภายในนี้สามารถอัพโหลดรูปภาพของห้องของเราจริง ๆ ที่จะตกแต่งได้ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ตามความชอบ และเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นในเว็บไซต์นี้เป็นเฟอร์นิเจอร์ของจริงด้วยนะ หากออกแบบตกแต่งไปมาหากถูกใจโมเดลเฟอร์นิเจอร์ไหน ก็สามารถคลิกสั่งซื้อสินค้าจากหน้าจอได้เลยครับ

3. Ikea Home Planner Tools
ใครชื่นชอบเฟอร์นิเจอร์อิเกียมารวมตัวกันตรงนี้ ใครต่างรู้เราสามารถซื้อเฟอร์นิเจอร์อิเกียผ่านเว็บไซต์ได้ แต่ปัญหาการช้อปนั้นที่ส่วนใหญ่ใครหลายคนที่มีความกังวลจากการซื้อทางออนไลน์ อยู่ตรงที่บางคนไม่แน่ใจว่าหากซื้อชิ้นนั้นมาแล้วจะเหมาะกับห้องของเราไหม จะเข้ากับสไตล์รึเปล่า หรือหนักใจจะเลือกสีไหนดีที่จะไม่ทำให้ Mood & Tone ของเราเสีย ซึ่งทางเว็บไซต์อิเกียก็มีโปรแกรมออกแบบภายในห้องจำลองสำหรับการออกแบบจัดวางว่าเฟอร์นิเจอร์ที่เราเลือกมานั้นเหมาะสมหรือไม่ ไม่ต้องมโนภาพไปเองให้ปวดหัว ที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นที่มีในโปรแกรมนี้เป็นเฟอร์นิเจอร์จริง ๆ

กดที่ปุ่มน้ำเงิน (Create a New Design) สำหรับคนที่เริ่มครั้งแรกครับ ส่วนปุ่มเทา ๆ (Create a Profile or Login) สำหรับใครที่ได้ Save งานที่ได้ออกแบบก่อนหน้า หรือเราจะสร้างโปรไฟล์การออกแบบห้องของตัวเองไว้ ซึ่งสามารถนำไปที่ IKEA Store เพื่อให้พนักงานช่วยจัดสรรเฟอร์นิเจอร์ที่เพื่อน ๆ ได้ออกแบบไว้ให้เป็นไปตามที่ตั้งใจได้เลย

โปรแกรมออกแบบภายในนี้มีโหมดโปรแกรมออกแบบบ้าน 3D ที่สามารถดูภาพ Interior ภายในห้องของเรา และปรับตำแหน่งสูง-ต่ำ ซ้าย-ขวาของเฟอร์นิเจอร์ได้ด้วยครับ

4. Ikea Kitchen Planner
นอกจากในส่วนของตกแต่งบ้านแล้ว อิเกียยังมีโปรแกรมออกแบบภายในสำหรับห้องครัวด้วยนะ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของคนรักการทำอาหาร และหลายคนคิดว่าในครัวนี้จะจัดแจงคัดสรรเฟอร์นิเจอร์ได้ยากที่สุด เนื่องจากมีเรื่องของการทำอาหารที่ประกอบไปด้วยทั้งน้ำ ไฟ ซึ่งต้องเลือกวัสดุที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย รวมถึงหากเลือกชั้นเก็บของไม่ลงตัว ก็อาจจะทำให้ห้องครัวมีข้าวของไม่พอเก็บ เพราะพื้นที่ไม่พอกับข้าวของเครื่องครัวที่มีอยู่ อีกเรื่องคือสีสัน ถ้าเลือกสี Top ครัว ไม่เข้ากัน หากติดตั้งไปแล้วก็ยากที่จะเปลี่ยนครับ ก็ลองมาตกแต่งคร่าว ๆ ในโปรแกรมออกแบบภายในจำลองของทางอิเกียก่อนได้ และเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นจะมีราคากำกับไว้เสมอ จึงสามารถคำนวณราคางบประมาณก่อนนำมาประกอบติดตั้งจริงได้ เพื่อให้ตรงใจในงบประมาณที่กำหนดไว้ ทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายคนออกแบบสักนิดเลย

 

ออกแบบบ้าน 

ออกแบบบ้าน

คำถามที่หลายๆ คนสงสัย บ้านหลังเล็กๆจำเป็นต้องใช้สถาปนิก ออกแบบ หรือไม่

คำถามที่หลายๆ คนสงสัย บ้านหลังเล็กๆจำเป็นต้องใช้สถาปนิก ออกแบบ หรือไม่

สถาปนิก

คำถามที่หลายๆ คนสงสัย บ้านหลังเล็กๆจำเป็นต้องใช้สถาปนิก ออกแบบ หรือไม่ ทำไมต้องใช้สถาปนิก? รศ.ดร.ชวลิต นิตยะ (อดีตหัวหน้าภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ท่านให้คำตอบเชิงอุปมาอุปไมยไว้ว่า “เมื่อใดที่เราไม่สบาย เราก็ต้องไปหาหมอเพื่อหาทางรักษาตัวเรา..ฉันใดก็ฉันนั้น..เมื่อไรที่เราต้องการปลูกสร้างบ้านหรืออาคาร เราก็ต้องไปหาสถาปนิกเช่นกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเราเอง ครอบครัว หรือธุรกิจของเรา”

สถาปนิก คือ บุคคลผู้เกี่ยวข้องในการออกแบบ และวางแผนในการก่อสร้าง หรือที่เรียกว่างานสถาปัตยกรรม โดยสถาปนิก จะเป็นผู้ที่เข้าใจในมาตรฐานการก่อสร้างของอาคาร เข้าใจถึงหน้าที่ใช้สอยของอาคารนั้น รวมถึงวัสดุที่จะนำมาเป็นส่วนประกอบของสิ่งก่อสร้างนั้น สถาปนิกจำเป็นต้องได้รับการศึกษาทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม ถึงจะสามารถทำงานในวิชาชีพสถาปนิกได้ ซึ่งคล้ายกับการทำงานในสาขาวิชาชีพอื่น อ้างอิงจาก(http://th.wikipedia.org)

บางท่านอาจยังสงสัยต่อไปว่า “แล้วบ้านหลังเล็กๆจำเป็นต้องใช้สถาปนิกออกแบบหรือไม่?” หรือสมควรจ้างสถาปนิกออกแบบก็ต่อเมื่ออยากจะสร้างโรงแรม โรงเรียน โรงงาน หรืออาคารหลังใหญ่ๆ เท่านั้น..ก็ขอตอบเลยว่า “สมควรว่าจ้างในทุกกรณีเลยครับ” เพราะสถาปนิกผู้ออกแบบทุกท่านมีความสามารถในการออกแบบได้ทุกขนาดพื้นที่ และหลากหลายประเภท ตามความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมา นอกจากนี้แล้วสถาปนิกจะยังทำหน้าที่เสมือนเป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่บ้านของท่าน ตั้งแต่เริ่มต้นวางแนวความคิด ไอเดียเริ่มต้นเพื่อออกแบบ ประมาณราคาก่อสร้าง แนะนำผู้รับเหมาก่อสร้าง ตรวจสอบงานก่อสร้างตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งแล้วเสร็จ หรืออธิบายง่ายๆ ว่าสถาปนิกจะทำงานควบคู่ไปกับท่านตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบจนจบกระบวนการก่อสร้างเลยทีเดียว

ค่าบริการวิชาชีพสถาปนิกไม่แพงอย่างที่คิด? หากท่านพิจารณาเปรียบเทียบมูลค่าของค่าแบบหรือค่าบริการวิชาชีพของสถาปนิกกับมูลค่าก่อสร้างโดยรวมของการก่อสร้างบ้านเรือนหรืออาคารก็ตาม จะพบว่าค่าบริการสถาปนิกมีสัดส่วนเพียงไม่กี่เปอร์เซนต์ แต่ด้วยมูลค่าดังกล่าวสถาปนิกจะตอบแทนท่านในรูปแบบของการให้บริการที่คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการคืนกำไรให้ท่านจากการประหยัดเวลาการทำงาน ลดเวลาการก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม การประหยัดพลังงานในบ้านและอาคาร ลดค่าสูญเสียจากปัญหาการก่อสร้าง และอีกหลายต่อหลายเรื่อง เนื่องจากสถาปนิกเป็นผู้ที่มองภาพรวมของการออกแบบและก่อสร้างได้อย่างทะลุปรุโปร่ง จึงสามารถวางแผนการดำเนินงานและประหยัดเวลาการทำงานได้เป็นอย่างดี ควบคุมงบประมาณการก่อสร้างไม่ให้บานปลาย ดังนั้นการประเมินค่าแบบหรือค่าแรงของสถาปนิกจากการนับจำนวนแผ่นพิมพ์เขียวหรือกระดาษไขเป็นฐานเพียงอย่างเดียว คงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมต่อสถาปนิกเท่าใดนัก นอกจากนี้สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ยังได้กำหนดมาตรฐานค่าบริการวิชาชีพไว้ตามประเภทของงาน จึงมั่นใจได้ว่าท่านจะได้รับการบริการที่เหมาะสมอย่างแน่นอน

เมื่อทราบดังนี้แล้ว..หากท่านต้องการจะสร้างบ้านหรืออาคารซักหลังนึง ขอแนะนำให้ตีสนิทกับสถาปนิกซักคนและสอบถามเพื่อเพิ่มความเข้าใจ เชื่อว่าท่านจะได้แนวความคิดที่เหมาะสมอย่างแน่นอนครับ

 

สถาปนิก 

ออกแบบบ้าน

จุดประสงค์หลักของ การทาสีบ้าน ใหม่ วิธีการ ทาสีบ้าน ให้สวยงาม

จุดประสงค์หลักของ การทาสีบ้าน ใหม่ วิธีการ ทาสีบ้าน ให้สวยงาม

จุดประสงค์หลักของ การทาสีบ้านใหม่ วิธีการ ทาสีบ้าน ให้สวยงาม เชื่อว่าใครหลายคน เมื่ออยู่ที่บ้านไปนานๆแล้ว ต้องมีความคิดอยากจะตกแต่งบ้านใหม่ ทาสีบ้าน ใหม่ เพื่อเปลี่ยนรูปแบบบ้านให้ดูทันสมัย และสวยงามมากขึ้น โดยวิธีหนึ่งที่คนมักนิยมเปลี่ยนบ้านให้ดูเป็นบ้านใหม่นั้นคือ การทาสีบ้าน ซึ่งถือได้ว่าหลายคนคงตัดสินใจลงมือทำเอง เพราะการทาสีบ้านนั้น สามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องจ้างช่าง ถือเป็นการประหยัดงบประมาณการตกแต่งบ้านไปได้ในทางหนึ่ง

โดยการที่จะทาสีบ้านให้สวยและทนนาน ต้องเริ่มจากการเลือกใช้สีที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เพื่อให้ช่วยบำรุงผนังบ้าน และให้สามารถใช้งานได้ระยะยาว โดยเราควรทราบถึงขั้นตอน และการลงมือที่ถูกต้อง เพื่อให้ออกมาสวยงาม และคุณภาพการใช้งานออกมาสมบรูณ์มากที่สุด

การทาสีบ้าน

จุดประสงค์หลักของ การทาสีบ้าน ใหม่
สีหมดสภาพ ซีดจาง เนื่องจากสีหมดอายุการใช้งาน
ต้องการเปลี่ยนสีใหม่ให้เหมาะกับสภาพภูมิทัศน์ หรือให้ทันสมัย
ผนังไม่สวยงามเนื่องจาก คุณภาพสี เช่น สีลอก ผนังสกปรกมีราดำ ตะไคร่น้ำ ผนังร้าวแตกลายงาน
อาคารสร้างใหม่ เพื่อความสวยงาม ลดความร้อน ป้องกันความสกปรก กันน้ำซึม ยืดอายุของผนังตอนมาฝากกัน

วิธีการทาสีบ้านที่ถูกต้อง
ขั้นแรก : การเตรียมพื้นผิว

ขั้นตอนนี้มีความสำคัญที่สุด เพราะการเตรียมพื้นผิวอย่างถูกต้อง จะทำให้สีที่ทาลงไปมีความสวยงาม กลมกลืนเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนทาสีทุกครั้งต้องทำความสะอาดคราบฝุ่นคราบไขมันบนพื้นผิวก่อนด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำสบู่แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ต้องทำความสะอาดคราบสกปรกต่างๆ และทิ้งให้ผนังแห้งอย่างน้อย 30 วัน ถ้าหากมีราหรือตะไคร่น้ำต้องกำจัดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หากเป็นผนังปูนเก่าและสีเดิมอยู่ในสภาพหลุดล่อนชำรุด ต้องขัดล้างสีเก่าออกก่อนให้หมด หรือหากมีผนังแตกร้าว ควรอุดซ่อมก่อน ถ้าเป็นเพียงรอยแตกลายงา สามารถทาสีทับได้เลย เพราะสีจะปิดรอยนั้นได้

 

ขั้นที่สอง : การทาสีรองพื้น

ทาสีรองพื้น คือ สีที่ใช้ทาบนพื้นผิวก่อนทาสีจริงทับหน้า เพื่อช่วยให้สีทับหน้ายึดเกาะกับพื้นผิวได้ดีและป้องกันความเสียหายจากปฏิกิริยาเคมีระหว่างสีทับหน้ากับพื้นผิว

– พื้นผิวปูน : หากเป็นปูนใหม่ รองพื้นด้วยสีรองพื้นปูนใหม่ เพื่อปรับสภาพพื้นผิวคอนกรีตใหม่ และชิ้นงานต่าง ๆ ที่มีค่าความเป็นด่างสูง ช่วยเพิ่มการกลบพื้นผิวดีเยี่ยม หากเป็นปูนเก่า รองพื้นด้วยสีรองพื้นปูนเก่า เพื่อเคลือบผนังปูนที่สีเก่าเสื่อมสภาพเป็นฝุ่นผงหรือหลุดลอกให้กลับมีสภาพดี ช่วยเสริมการยึดเกาะกับสีทับหน้าได้อย่างมีคุณภาพและคงทน

– พื้นผิวไม้ : รองพื้นด้วยสีรองพื้นไม้ เพื่อป้องกันยางไม้หรือน้ำยารักษาเนื้อไม้ไม่ให้ซึมออกมาผสมกับสีทับหน้า ทั้งยังช่วยปรับสภาพพื้นผิวไม้ให้เรียบเนียนเพิ่มความสวยเงางามของสีทับหน้า

– พื้นผิวเหล็ก :สีรองพื้นช่วยป้องกันการเกิดสนิม และช่วยเสริมการยึดเกาะของสีทับหน้า

 

ขั้นสุดท้าย : การทาสีทับหน้า

สีทับหน้าหรือสีชั้นนอก มีเฉดสีต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ควรทาทับหน้า 2-3 ครั้ง โดยทิ้งระยะให้สีที่ทาครั้งแรกแห้งสนิทเสียก่อนจึงทาทับครั้งต่อไป เมื่อเพื่อนๆอ่านบทความนี้จบอาจบอกว่า การทาสีไม่ยากอย่างที่คิด ยังไงลองนำวิธีที่แนะนำปฏิบัติตามกันดูได้

เทคนิคของการทาสีบ้าน
– หากมีพื้นที่มากๆ ควรใช้ลูกกลิ้งทา และใช้แปรงทาสีเก็บงานตามมุมที่ลูกกลิ้งเข้าไม่ถึง

– หลังจากทาสีแล้ว ควรล้างเครื่องมือทาสีให้สะอาด ก่อนจะนำมาใช้ใหม่ และตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพดีอยู่หรือไม่

– ในการผสมสี ควรผสมแล้วทาให้เสร็จในครั้งเดียว หากมีการทาที่หลังและผสมน้ำ ความเข้มความจางจะไม่เท่าสีเดิม และปรากฏเป็นรอยด่างให้เห็น ซึ่งทำให้ต้องทาใหม่ทั้งผนัง

– การทาสีเพื่อป้องกันการเลอะ อาจใช้กระดาษกาวแปะเป็นกรอบที่ต้องการทา และใช้กระดาษแผ่นใหญ่ๆ ปูรองพื้นกันสีหยด หากมีสีหยดลงพื้น ให้รีบเช็ดออกทันที

– การทาสีควรทาไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้สีผนังออกมาสวยงาม เรียบเนียน และสวยงาม

 

ออกแบบบ้าน    

ออกแบบบ้าน

ความแตกต่างระหว่าง บ้านสั่งสร้าง กับ บ้านโครง ต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างระหว่าง บ้านสั่งสร้าง กับ บ้านโครง ต่างกันอย่างไร

บ้านโครงการ

ไม่ว่าคุณจะ สร้างบ้าน เอง บ้านสั่งสร้าง หรือจะซื้อ บ้านโครงการ บ้านทั้ง 2 แบบนี้ ต่างมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ถ้าคุณเป็นคนหนึ่ง ซึ่งยังตัดสินใจไม่ได้ วันนี้เราจะมานำเสนอข้อดีและข้อเสียของบ้าน 2 ชนิดนี้ให้ฟังกัน

งบประมาณสร้างบ้าน

ถ้าเปรียบเทียบกันทางด้านราคา คุณไม่อาจกล่าวได้ว่า บ้านแบบใดมีราคาถูกหรือราคาแพง เนื่องจากในกรณีที่คุณสร้างบ้านเอง ราคาของบ้านขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุต่างๆ แต่ถ้านำมาเปรียบเทียบทางด้าน ความสามารถในการควบคุมงบประมาณสร้างแล้ว บ้านโครงการจะควบคุมงบประมาณได้ง่ายกว่า เนื่องจากทางโครงการได้ตั้งราคาบ้านซึ่งรวบรวมทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ค่าที่ดิน , ค่าก่อสร้าง , เฟอร์นิเจอร์ (ในบางแห่ง) ส่วนการสร้างบ้านเองคุณอาจพบความเสี่ยงในเรื่องงบประมาณบานปลายเกิดขึ้น ถ้าควบคุมไม่รัดกุมพอ

ความถูกใจ

เป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วว่า การสร้างบ้านเองนั้นย่อมเกิดความถูกใจมากกว่า เนื่องจากคุณจะเป็นคนเลือกเองทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นทำเล , แบบบ้าน รวมถึงวัสดุต่างๆ ถ้าคุณอยากมีบ้านไม่เหมือนใคร การสร้างบ้านเองก็จะช่วยตอบโจทย์ได้มากกว่า แต่ถ้าคุณไม่ได้สนใจในเรื่องพวกนี้ บ้านโครงการก็เพียงพอแล้วด้วยบ้านอันเป็นมาตรฐาน

ขั้นตอนของการสร้างบ้าน

การสร้างบ้านเอง ต้องการความใส่ใจจากเจ้าของบ้านมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้าน , การดำเนินเรื่องเพื่อยื่นแบบขอปลูกสร้าง และส่วนสำคัญ คือ คุณต้องมีเวลามาตรวจงานเป็นประจำในช่วงการก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบคุณภาพของงาน รวมทั้งแลดูความคืบหน้า ด้วยเหตุนี้การสร้างบ้านเอง คุณต้องมีความรู้ และมีคนที่ไว้ใจได้เข้ามาช่วยดูแล ด้วยเหตุนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ดีจึงจำเป็นมาก ส่วนบ้านโครงการ จะไม่มีขึ้นตอนรายละเอียดเยอะแยะเหล่านี้ เนื่องจากโครงการจะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด คุณมีหน้าที่ไปตรวจรับบ้านตอนทำสัญญาอย่างถ้วนถี่เท่านั้น

ทำเล

สำหรับในข้อนี้ การสร้างบ้านเองจะทำให้คุณได้เปรียบกว่า เนื่องจากเลือกทำเลที่ชอบได้ แต่สำหรับบ้านโครงการในปัจจุบันจะสร้างแถวชานเมืองเป็นเสียส่วนใหญ่ ส่วนโครงการในเมืองก็จะมีราคาสูงตามไปด้วย

สภาพแวดล้อม

บ้านโครงการ มักประกอบด้วยสาธารณูปโภคส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็น สวนสาธารณะ , สระว่ายน้ำ รวมถึงการจัดการเรื่องขยะอย่างเป็นระบบ , บำบัดน้ำเสีย ตลอดจนการดูแลรักษาความปลอดภัย แต่สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ ล้วนมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่เก็บเป็นรายปี หรือรายเดือน ส่วนการสร้างบ้านเอง คุณอาจพบความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เพราะคุณไม่อาจควบคุมได้ว่าหลังจากบ้านของคุณเสร็จแล้ว จะมีสิ่งปลูกสร้างใดๆเกิดขึ้นรอบบ้านของคุณ

กู้เงิน

บ้านโครงการจะมีข้อได้เปรียบกว่า เนื่องจากบางโครงการจับมือกับธนาคารจัดโปรโมชั่น อีกทั้งยังสามารถอนุมัติวงเงินที่สูงกว่า ในอัตราดอกเบี้ยต่ำที่นานกว่าด้วย

 

สถาปนิก  

ออกแบบบ้าน

ทำความเข้าใจกับการ ‘ โอนบ้าน ’ ไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเอง ?

ทำความเข้าใจกับการ ‘ โอนบ้าน ’ ไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเอง ?

โอนบ้าน

ทำความเข้าใจกับการ ‘ โอนบ้าน ’ ไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเอง ? สำหรับคนที่ซื้อ บ้านหลังแรก ทำให้ในหลายๆเรื่องอาจยังไม่มีประสบการณ์มากเท่าไหร่นัก บางเรื่องก็อาจตกหล่น บางเรื่องก็อาจหลงลืมไป เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับเกร็ดความรู้ หากแต่มีความสำคัญมากในการโอนบ้าน เพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาด จนเกิดปัญหามากมายตามมาในภายหลัง

‘โอนบ้าน’ ไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเอง ?

สำหรับคำถามนี้หลายๆคนอาจมองว่าเป็นไปไม่ได้หรอก เรื่องใหญ่จะไม่ไปด้วยตัวเองได้อย่างไร หากแต่ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ! โดยในปัจจุบันมีบ้านหลายโครงการ ซึ่งเสนอให้ผู้ซื้อ เมื่อถึงวันโอนกรรมสิทธิ์แล้วไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปยังกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการขั้นตอนต่างๆให้ยุ่งยาก โดยจะมีเจ้าหน้าที่ทั้งจากโครงการและจากธนาคารเป็นผู้เดินเรื่องให้ครบถ้วนทุกขั้นตอน โดยผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเอง หากแต่ต้องทำหนังสือมอบอำนาจให้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในขั้นตอนนี้เป็นสิ่งที่คุณจะต้องระมัดระวังพร้อมตรวจตราและใส่ใจ มากเป็นพิเศษ เพราะถ้าหากเกิดปัญหาใดๆขึ้นมาก็ตาม ใบมอบอำนาจนี้สามารถนำมาเป็นหลักฐานชี้แจงหรือเอาผิดได้

เอกสารที่ต้องใช้ เมื่อคุณต้องการมอบอำนาจให้ผู้อื่น

แน่นอนว่าคุณจะต้องมีใบมอบอำนาจเป็นเอกสารยืนพื้น หากแต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีเอกสารอื่นๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่คุณต้องเตรียม ซึ่งมีดังต่อไปนี้…

โฉนดที่ดินฉบับจริง
สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ
ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล ให้แนบเอกสารมาด้วย
ถ้าคุณมีคู่สมรส ให้แนบสำเนาบัตรประชาชนของคู่สมรส , สำเนาทะเบียนบ้านคู่สมรส , สำเนาใบจดทะเบียนสมรส รวมทั้งหนังสือยินยอมจากคู่สมรส
ให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจไปด้วย
ค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้ในการโอนบ้าน

ค่าธรรมเนียมโอนบ้าน จำนวน 2% จากราคาประเมิน
ค่าอากร 5% คิดตามราคาซื้อ – ขาย ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่าราคาประเมิน
ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หักภาษี ณ ที่จ่าย
ค่าคำขอ 20 บาท
ค่าพยาน 20 บาท
ถ้าบ้านติดจำนองธนาคาร คุณต้องเสียค่าจดจำนอง 1% จากมูลค่าจำนอง
โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผู้ซื้อจะต้องเป็นผู้เตรียมให้กับผู้มอบอำนาจ
ขั้นตอนโอนบ้าน แบบมอบอำนาจให้แก่ผู้อื่น

 

เมื่อเตรียมเอกสาร และค่าใช้จ่ายเรียบร้อยครบถ้วน ขั้นตอนในการโอนแบบมอบอำนาจ มีดังนี้…

ผู้รับมอบอำนาจ นำเอกสารไปให้ฝ่ายชำนาญงานตรวจสอบ และเอกสารทั้งหมด ต้องได้รับการเซ็นต์ชื่อยืนยันจากผู้ซื้อทุกหน้า และต้องมาพร้อมใบรับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง
เจ้าหน้าที่ประเมินเอกสาร
เจ้าหน้าที่พิมพ์สลักหลังโฉนด พร้อมมอบให้แก่ผู้รับโอน
เมื่อกระบวนการโอนบ้าน เสร็จสิ้นเรียบร้อย วันรับมอบบ้าน ผู้ซื้อจะได้รับเอกสารทั้งหมด เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานในการซื้อ เป็นอันเสร็จกระบวนการ

 

สถาปนิก  

Uncategorized, ออกแบบบ้าน

ศึกษาขั้นตอน ในการ สร้างบ้านใหม่ ด้วยความเอียดรอบคอบ

ศึกษาขั้นตอน ในการ สร้างบ้านใหม่ ด้วยความเอียดรอบคอบ

การ สร้างบ้านใหม่ ขึ้นมาสักหลัง เป็นเรื่องต้องใช้เวลา และใช้เงินเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นคุณต้องทำการ ศึกษาขั้นตอน รวมทั้งการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆอย่างด้วยความเอียดรอบคอบ ถ้าเกิดการตัดสินใจผิดพลาดไปแล้ว การแก้ไขมันจะยากมาก อีกทั้งยังเสียทั้งเวลาเสียทั้งเงินมากขึ้นไปอีก

การสร้างบ้านใหม่มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

กำหนดรูปแบบและขนาดของบ้าน

รูปแบบของบ้านเช่น ต้องการความทันสมัย หรือแบบยุโรป เป็นต้น ซึ่งรูปแบบบ้านนี้คนส่วนใหญ่จะมีโจทย์ที่อยากได้อยู่แล้ว และอย่าลืมคิดถึงขนาดจำนวนห้องให้พอดีกับจำนวนสมาชิกในครอบครัวด้วย หรืออาจจะต้องการออฟชั่นอื่นๆ เช่น สระว่ายน้ำหรือสวนหย่อมภายในบ้าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณเป็นสำคัญ

เลือกบริษัทรับออกแบบบ้าน

เมื่อคุณกำหนดรูปแบบและองค์ประกอบต่างๆของบ้านเสร็จแล้ว ต่อมา คือการจัดทำรายการกับข้อกำหนดต่างๆ เพื่อยื่นขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร โดยการจัดทำแบบอาจทำได้หลายวิธี เช่น จ้างสถาปนิก หรือจ้างบริษัทรับออกแบบ เป็นต้น แต่จุดที่ห้ามพลาด คือ คุณต้องกำหนดรายละเอียดทุกส่วนของบ้าน ออกมาอย่างชัดเจนครบถ้วน รวมทั้งตรวจสอบรูปร่าง ให้แน่ชัดก่อนลงนามในสัญญาว่าจ้าง

การเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน

เมื่อรูปแบบรวมทั้งกำหนดวัสดุต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว คาวนี้ก็เดินทางมาถึงขั้นตอนก่อสร้าง คุณต้องเลือกบริษัทรับสร้างให้มาสร้างวิมานของคุณ ควรอ่านข้อมูลรายละเอียดต่างๆ อย่างรอบคอบชัดเจน จนเกิดความแน่ใจเสียก่อนที่จะทำการใดๆ

การทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้างบ้าน

เมื่อตัดสินใจทำสัญญาว่าจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไว้วางใจให้บริษัทรับสร้างบ้านเจ้านั้น เป็นผู้ปลูกสร้างบ้านให้กับคุณแล้ว ก็อย่างพึ่งนิ่งนอนใจ ต่อมาคุณควรพิจารณารายละเอียดในสัญญาอย่างถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ การแบ่งงวดงาน , การรับประกันสิ่งปลูกสร้าง , กำหนดเวลาแล้วเสร็จ รวมทั้งเงื่อนไขอื่นๆ จนคุณเกิดความพอใจ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกัน การเกิดปัญหาข้อขัดแย้งที่อาจจะตามมาในภายหลัง เนื่องจากถ้าหากดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว ดันเกิดข้อขัดแย้งอย่างรุนแรงขึ้น อาจทำให้เกิดผลกระทบทางลบกับทุกๆฝ่าย

การจัดเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง

งานชิ้นต่อมาคุณจะต้องจัดเตรียมสถานที่ก่อสร้างบ้าน ให้พร้อมที่ก่อนลงมือดำเนินการก่อสร้าง เช่น ถ้าพื้นมีระดับต่ำ ต้องทำการถมบดอัดให้สูง เพื่อให้รอดพ้นเมื่อถึงคราวน้ำท่วม หรือถ้าสร้างทับบ้านหลังเก่าก็ให้ทำการรื้อถอนให้เรียบร้อย

โดยวิธีการทั้งหมดนี้ เป็นข้อแนะนำแบบพอสังเขป เป็นการทำความเข้าใจในเบื้องต้น เพื่อให้คุณได้ศึกษา รวมทั้งเตรียมพร้อมก่อนที่ตัดสินใจลงมือสร้างบ้านเท่านั้น ซึ่งความจริงแล้วมันยังมีรายละเอียดในส่วนอื่นๆ ที่ต้องทำการตรวจสอบในระหว่างการก่อสร้างอีกมากมาย

 

สถาปนิก

 

ออกแบบบ้าน

ทำ ที่พักอาศัย เดิมยังตอบโจทย์ หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

ทำ ที่พักอาศัย เดิมยังตอบโจทย์ หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

บ้าน

ทำ ที่พักอาศัย เดิมยังตอบโจทย์ หลังการแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรนา ถ้าเป็นช่วงก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือโควิด -19 (COVID-19) เราอาจพูดได้ว่าเราไม่ค่อยมีเวลาอยู่ “บ้าน” เหตุเพราะเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเดินทาง การทำงาน ฯลฯ แต่สำหรับในช่วงเวลานี้ “บ้าน” กลายเป็นสถานที่ที่คนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่เกือบ 24 ชม. จึงทำให้เกิดคำถามว่า “บ้าน” หลังผ่านวิกฤตแล้วจะยังเหมือนเดิมไหม

ต้องออกแบบบ้านให้ตอบรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หรือเปล่า และถ้ามีพื้นที่จำกัด แต่ยังต้องการใช้ชีวิตแบบเดิม กิน นอน ทำงาน ออกกำลังกายในพื้นที่เดียวกัน ที่พักอาศัยเดิมยังตอบโจทย์ชีวิตอยู่ไหม

“คุณบอน-วีรภัฎ โชคดีทวีอนันต์” สถาปนิกและเจ้าของ The Bound House (เดอะบาวด์ เฮาส์) กับมุมมอง “บ้าน” หลังจากผ่านวิกฤตโควิด-19 นี้ไปแล้ว ควรเป็นอย่างไร ซึ่งเจ้าตัวก็ออกตัวว่าเป็นเพียงมุมมองของตนเท่านั้น

ในมุมของสถาปนิก เมื่อคนส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้านมากขึ้น เราควรใส่ใจเรื่องใดมากขึ้นเป็นพิเศษหรือเปล่า

เนื่องจากปัญหานี้เป็นปัญหาใหม่ที่ทุกคนต้องปรับตัว ผมเห็นเพื่อนๆ คนใกล้ชิดส่วนใหญ่เริ่มปรับสภาพพื้นที่บ้านให้เหมาะกับกิจกรรมของแต่ละคน ทั้งเรื่องการทำงาน กิจกรรมที่ชื่นชอบ งานอดิเรก ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ การทำอาหาร หรือการออกกำลังกาย

ผมว่ามันเป็นบทเรียนของทั้งโลก ที่คนจะเห็นความสำคัญเมื่อสร้างบ้านควรใส่ใจเรื่องการจัดสรรพื้นที่การใช้งาน มันอาจต้องปรับเปลี่ยน ยืดหยุ่นได้ ซึ่งถ้าลงรายละเอียดไปถึงสมาชิกอื่นๆ ในครอบครัวทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ มันก็ต้องปรับให้ตอบสนองกับชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นด้วย

เมื่ออยู่ในครอบครัวเดียวกัน แต่เราต้องรักษาระยะห่าง ในด้านการออกแบบพื้นที่ จะต้องทำอย่างไรให้ระยะห่างคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์เช่นเดิม

ผมคิดว่าเป็นเรื่องของพฤติกรรมของคนในบ้าน ผมว่าคนที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันยังไม่ซับซ้อน ถ้าเขาไม่ได้มีความเสี่ยง หรือเป็นผู้ติดเชื้อ เพราะผู้ติดเชื้อจะต้องถูกแยกออกไปรักษาตัวอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติมากขึ้น คำนึงถึงสุขอนามัยทุกครั้งที่ต้องสัมผัส หรือเดินทาง

ปัจจุบัน “บ้าน” ต้องถูกปรับเป็นที่ทำงานด้วย สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด จะออกแบบพื้นที่อย่างไรให้ลงตัว ได้ทำงานไปพร้อมใช้ชีวิต

บ้านไหนมีพื้นที่ไม่มีปัญหาเพราะจัดสรรได้ง่าย แต่สำหรับคนที่มีพื้นที่อยู่อาศัยจำกัด และตอนนี้ต้องเพิ่มพื้นที่สำหรับทำงานเข้าไปด้วย น่าจะเริ่มจากการลำดับความสำคัญว่าพื้นที่ที่จำกัดนั้น อาจต้องเตรียมไว้สำหรับการทำงานก่อน แล้วค่อยย่อยลงไปสำหรับกิจกรรมอื่นที่ตนเองสนใจ แต่ถึงอย่างไรเรื่องที่สำคัญไปกว่าเรื่องของพื้นที่คือห้องต้องมีระบบอากาศแบบเปิด สามารถเปิดหน้าต่างได้ ลมธรรมชาติ และแสงธรรมชาติผ่านเข้ามาได้ ห้องน้ำไม่อับ ไม่เป็นที่สะสมเชื้อโรค

การออกแบบที่พักอาศัยในอนาคต ต้องให้ความสำคัญเรื่องช่องแสง ช่องลมเป็นพิเศษหรือเปล่า

เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่นักออกแบบทุกคนรู้อยู่แล้ว แต่ระยะหลังเนื่องจากการปลูกสร้างอาคารมีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้จึงถูกจัดอันดับไปเป็นเรื่องรองๆ ลงไป แต่ส่วนสำคัญทั้งสำหรับสถาปนิกและผู้พักอาศัยเองก็คือจะต้องสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่พักอาศัยได้ทันท่วงที เช่นหากขยับโต๊ะออกไป 1 ตัว พื้นที่ตรงนั้นสามารถใช้ออกกำลังกายได้ทันที

 

ออกแบบบ้าน  

ออกแบบบ้าน

แนวทาง ในการ แต่งบ้าน สไตล์ธรรมชาติแบบย้อนวันวาน Nature Deficit Disorder

แนวทาง ในการ แต่งบ้าน สไตล์ธรรมชาติแบบย้อนวันวาน Nature Deficit Disorder

แนวทาง ในการ แต่งบ้าน สไตล์ธรรมชาติแบบย้อนวันวาน Nature Deficit Disorder

แนวทาง ในการ แต่งบ้าน สไตล์ธรรมชาติแบบย้อนวันวาน Nature Deficit Disorder ผู้อ่านเคยได้ยินเรื่องภาวะขาดธรรมชาติหรือ Nature Deficit Disorder กันบ้างหรือเปล่าครับ ภาวะนี้เป็นสิ่งใหม่ที่ผู้เชี่ยวชาญและจิตแพทย์ทั่วโลกเป็นห่วงในเด็กยุคใหม่ที่เติบโตท่ามกลางตึก เกม และคอมพิวเตอร์ ไม่ค่อยใช้ชีวิตกลางแจ้ง จับต้องสัมผัสธรรมชาติ

ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางอารมณ์ ขาดการเชื่อมโยงตัวเองกับธรรมชาติและคนรอบข้าง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะบ้านถูกแยกบ้านออกจากธรรมชาติ ด้วยผนังล้อมกรอบทั้งสี่ด้าน เปลี่ยนจากดินเป็นคอนกรีต “บ้านจึงไม่ควรแยกจาก ธรรมชาติ” ควรเป็นตัวกลางสร้างสายใยเชื่อมโยงระหว่างผู้คนและสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน

สำหรับผู้อ่านที่กำลังอยาก Back to Nature เนื้อหานี้ “บ้านไอเดีย” มีแนวทางในการใส่ความเป็นธรรมชาติลงไปในบ้าน เพื่อเติมเต็มความหมายของการอยู่อาศัยให้สมบูรณ์และสมดุลครับ

1. เติมบรรยากาศชนบทให้บ้าน
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เมื่อจินตนาการไปถึงธรรมชาติ สมองของคนเราจะสื่อสารไปถึงพื้นที่ชานเมือง ชนบท หรือแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ มากกว่าบรรยากาศในเมือง การสร้างบรรยากาศโดยรวมรอบ ๆ บ้านจึงเป็นสิ่งกระตุ้นให้รู้สึกเหมือนสัมผัสวิถีธรรมชาติอยู่เสมอ วิธีการพื้นฐานในการสร้างบรรยากาศชนบทแบบบ้านสวน เช่น ปลูกไม้ผลที่ทานได้ อาทิ มะม่วง ขนุน ชมพู่ ฝรั่ง รวมถึงพืชผักสวนครัวที่ใช้ทำอาหารเป็นประจำ อย่างผักสลัด พริก กระเพรา โหระพา ผักชี ต้นหอม คึ่นช่าย เป็นต้น

หรือแม้แต่การหยิบเฟอร์นิเจอร์ไม้ตัวเก่า ที่อาจได้จากบ้านของคุณตา คุณยาย วางในมุมสวนพักผ่อน ก็ชวนให้หวนคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ ที่เป็นธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

2. หยิบวัสดุธรรมชาติมาเป็นองค์ประกอบของบ้าน
หากอยากชิดใกล้ธรรมชาติ ต้องหันมาหยิบจับวัสดุธรรมชาติใช้ในการสร้างและตกแต่งบ้านมากขึ้น ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งภายนอกและภายใน อย่างการเปลี่ยนจากรั้วบล็อกคอนกรีตฉาบเรียบมาเป็นรั้วไม้ไผ่ หรือใช้แนวรั้วต้นไม้ นอกจากต้นไม้จะช่วยปรับบรรยากาศ ยังทำหน้าที่ช่วยกรองฝุ่นควัน เพิ่มออกซิเจนให้ความสดชื่น เพิ่มทัศนียภาพที่น่ามองในภาพรวมของบ้านได้ด้วย

ผนังบ้านบางจุด อาจเลือกเป็นงานก่ออิฐโชว์แนว พื้นทางเดินในสวน ลดทอนความแข็งกระด้างด้วยการใช้บล็อกคอนกรีตหรืออิฐดินเผา สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้บรรยากาศรอบบ้านดูเป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้น แค่เพียงเท้าสัมผัสก็สื่อสารถึงธรรมชาติได้

 

3. ต่อเติมชานระเบียงไม้
ชาน เฉลียง ระเบียง ไม่ว่าขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ สามารถช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ให้บ้านใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นได้ เพราะชานหรือระเบียงเป็นส่วนที่ดึงสมาชิกในบ้านให้ออกมานอกตัวอาคาร ได้ชื่นชมกับสวนที่ตั้งใจจัดไว้อย่างสวยงาม ชานบ้านที่ให้อารมณ์ผ่อนคลายควรทำด้วยวัสดุไม้แท้ แต่หากมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและไม่อยากเสี่ยงเรื่องความเสียหายของไม้จริงที่มากับความชื้น การผุพังจากสภาพอากาศหรือปลวก อาจใช้ไม้เทียม ไม้สังเคราะห์ ที่มีสีและลวดลายคล้ายไม้จริง

 

4. กระจกกรอบไม้เชื่อมธรรมชาติ
บ้านยุคใหม่นิยมใช้ประตูหน้าต่างกระจก เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและขณะเดียวกันความใสของกระจกยังช่วยเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อภูมิทัศน์ภายนอกเข้าสู่ภายใน ซึ่งนิยมใช้กรอบกระจกที่ทำจากไวนิลหรืออลูมิเนียม หากต้องการให้บ้านมีอารมณ์ที่เป็นธรรมชาติ ลองเปลี่ยนมาใช้ประตูหน้าต่างกระจกกรอบไม้ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลอบอุ่นแทน หรือใช้กรอบอลูมิเนียมลายไม้ ที่ปัจจุบันผลิตออกมามีลวดลายคล้ายคลึงงานไม้แท้ แต่ไม่บิด ไม่บวมและปลวกไม่กิน

5. เลือกหลังคาลอนโค้ง ธีมสีธรรมชาติ
หลังคาเป็นส่วนที่อยู่บนสุดและกินพื้นที่กว้าง สามารถมองเห็นได้เด่นชัดที่สุดแม้อยู่ในระยะไกล ลองนึกภาพบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้แต่ใช้หลังคาที่มีความวิบวับหรือกระเบื้องหลังคาสีสด ๆ คงดูไม่เข้ากัน แนะนำให้เลือกใช้วัสดุมุงหลังคาธีมสีธรรมชาติแบบเอิร์ธโทนสีล้อไปกับสีของต้นไม้ เปลือกไม้ หรือดิน เช่น สีน้ำตาลทรายแก้ว สีเทาแกรนิต สีส้มอิฐ เป็นต้น

เอกลักษณ์เด่นของหลังคาลอนที่มีความมนโค้ง คือความคลาสสิคที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ความเป็นวิถีไทยได้ดี เมื่อผนวกรวมกับเฉดสีหลังคาที่ดูหม่น ๆ จะช่วยให้บ้านดูกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติได้เป็นอย่างดีเลยครับ

กระเบื้องหลังคาเอสซีจี รุ่น พรีม่า มีกลุ่มสีคลาสสิกโทนธรรมชาติให้เลือกใช้หลายสี อาทิ สีน้ำตาล สีน้ำตาลทรายแก้ว สีส้มอิฐ คงความสวยนาน ด้วยนวัตกรรมม่านสีเคลือบพิเศษถึง 2 ชั้น สะท้อนความรู้สึกของความเป็นท้องถิ่นที่อบอุ่นเรียบง่าย มีรูปลอนพริ้วสวยเป็นเอกลักษณ์ ให้เส้นสายของหลังคาที่ละเอียด แผ่นสั้นพอดีเข้ากับรูปทรงบ้านด้วยขนาด 55 x 65 ซม. ทั้งยังเพิ่มความพิเศษด้วยคุณสมบัติความคงทนมาตรฐานเอสซีจีด้วยความหนาถึง 5 มม. แผ่นกระเบื้องน้ำหนักเบาเพียง 15 กก./ตรม.เท่านั้น จึงทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและปลอดภัยปราศจากแร่ใยหินที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ จึงได้ทั้งความสวยงามที่ให้ความเป็นธรรมชาติและเพิ่มความมั่นใจในทุกครั้งที่สูดหายใจ

 

รับออกแบบบ้าน 

Uncategorized, ออกแบบบ้าน

การวางแผนวิเคราะห์ ราคาต้นทุน ในการประมาณ ราคาก่อสร้าง บ้าน

การวางแผนวิเคราะห์ ราคาต้นทุน ในการประมาณ ราคาก่อสร้าง บ้าน

ราคาก่อสร้าง

การประมาณราคาก่อสร้าง คืออะไร? การประมาณ ราคาก่อสร้าง บ้าน ถือเป็นวิธีการในการจัดทำเอกสารคำนวณหา ปริมาณวัสดุ ค่าแรง และค่าดำเนินการ ถือเป็นการวิเคราะห์ ราคาก่อสร้าง การให้ความเห็น การพยากรณ์ล่วงหน้า

ดังนั้น ราคาจากการประมาณราคาจึงไม่ใช่ราคาค่าก่อสร้างที่แท้จริง เป็นเพียงราคาโดยประมาณที่ใกล้เคียงกับราคาก่อสร้างจริง ซึ่งการประมาณราคาก่อสร้าง ถือเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการก่อสร้าง ผู้ประเมินราคาก่อสร้างมีหน้าที่ในการสร้างและนำเสนอการวิเคราะห์ต้นทุนที่ครอบคลุมโครงการก่อสร้าง

การประมาณต้นทุนโดยละเอียดเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานและลำบาก บางครั้งหากเลือกนักประมาณราคาก่อสร้างที่ไม่เชี่ยวชาญอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดต่างๆได้ เช่น ราคาที่ประเมินคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงค่อนข้างมาก หรือเกิดความล่าช้าในการประเมิน

วัตถุประสงค์ของการประมาณราคาก่อสร้าง

1. ช่วยให้สามารถกำหนดราคากลางค่าก่อสร้างในโครงการได้ เพื่อให้เป็นหลักสำหรับการประมาณราคาก่อสร้างของนักประเมินในการประมูลงานก่อสร้างต่าง ๆ

2. เพื่อทำเอกสารสำหรับเสนอราคาก่อสร้างในการประมูล ซึ่งการประมาณราคาก่อสร้างค่อนข้างอาศัยความละเอียด รอบคอบ หากมีความผิดพลาด อาจทำให้เกิดการเสียผลประโยชน์กันได้

3. เพื่อประเมินค่าเงินเพิ่มหรือลดจากสัญญางานก่อสร้าง เมื่อผู้จ้างให้ผู้รับจ้างทำงานเพิ่มเติมจากในสัญญา จึงต้องทำการถอดแบบ BOQ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

4. เพื่อให้สามารถกำหนดค่างวดได้ โดยจะประมาณการจากแบบและแผนงาน เนื่องจากจะสะดวกในการเบิกจ่ายค่างานต่าง ๆ

5. เพื่อทำรายละเอียดการประมาณมูลค่างานก่อสร้างให้ได้ข้อมูลที่ละเอียด ครอบคลุมข้อมูลที่จำเป็น สำหรับการขอสินเชื่อ ยื่นกู้ธนาคาร หรือสถานบันการเงิน ก่อนการเริ่มสร้างจริง

ข้อมูลที่มีผลต่อการประมาณราคาก่อสร้าง

1. ตำแหน่งหรือสถานที่ในการก่อสร้าง รวมถึงการคมนาคมต่าง ๆ

2. ลักษณะภูมิประเทศในส่วนงานก่อสร้าง

3. ลักษณะสภาพภูมิอากาศ ฤดูกาล เวลา

4. ข้อกำหนดในเรื่องค่าแรง ข้อบังคับและการหาแรงงานท้องถิ่น

5. วันหยุดงาน ช่วงเทศกาลในช่วงของก่อสร้าง

6. ราคาวัสดุก่อสร้างในท้องถิ่นที่ใกล้เคียงกัน

7. การจัดหาแหล่งเงินทุน รวมไปถึงเงินทุนหมุนเวียน

8. สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง

วิธีการประมาณราคาก่อสร้าง

1. การประมาณราคาก่อสร้างโดยสังเขป

เป็นวิธีการประมาณราคาก่อสร้างแบบคิดต่อตารางเมตร เหมาะสำหรับงานที่ไม่ซับซ้อน ใช้สำหรับตั้งงบประมาณ ซึ่งพิจารณาจากพื้นที่ใช้สอยแล้วเก็บเป็นสถิติ วิธีนี้อาจมีองค์ประกอบต่าง ๆ ที่แตกต่างกันร่วมด้วย เช่น ประเภทอาคาร จำนวนชั้น งานพิเศษ เช่น บันไดเลื่อน ลิฟต์ งานตกแต่งเพิ่มเติม เป็นต้น

ซึ่งค่าเฉลี่ยเหล่านี้ทำให้ราคาต่อตารางเมตรไม่เท่ากัน ส่งผลให้การประมาณราคาก่อสร้างวิธีนี้ อาจมีการคลาดเคลื่อนถึง 20-30% ดังนั้น การนำค่าเฉลี่ยมาใช้ในการประมาณราคาก่อสร้างควรเลือกใช้ค่าเฉลี่ยที่เป็นอาคารที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน

 

Advertisement
ยกตัวอย่างเช่น ต้องการประมาณราคาก่อสร้างบ้านหลังหนึ่งมีพื้นที่ใช้สอย 100 ตารางเมตร โดยประมาณ จากรายละเอียดของแบบก่อสร้างวิเคราะห์และประเมินค่าเฉลี่ยต่อตารางเมตรที่ควรจะเป็นคือ 12,000 บาท ต่อ ตารางเมตร

ดังนั้น ราคาประมาณราคาก่อสร้าง = 12,000 x 100 = 1,200,000 บาท

2. การประมาณราคาก่อสร้างโดยละเอียด

เป็นวิธีการประมาณราคาก่อสร้างจริง โดยคำนวณจากปริมาณเนื้องานทั้งหมดของวัสดุก่อสร้างที่ใช้แต่ละประเภท แล้วนำไปประมาณเพื่อหาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง แล้วรวมยอดเป็นค่าก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ซึ่งผลที่ได้จากการประมาณราคาก่อสร้างวิธีนี้ จะใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

 

สถาปนิก