keyboard_arrow_right
Megan
ภาพยนตร์

Agora หนังภาพยนตร์อย่างดีที่คุณไม่ควรพลาด สุดยอดแห่งปี 2009

Agora หนังภาพยนตร์อย่างดีที่คุณไม่ควรพลาด สุดยอดแห่งปี 2009

หนัง Agora สุดยอดแห่งปี 2009 ที่ได้รับการกล่าวขานจากคนดูมากที่สุดเลยให้อารมณ์แบบว่ายุคก่อนในสมัยโรมัน โดยเนื้อหาของตัวเรื่องจะอิงนิยายจากประวัติศาสตร์ที่ให้ชวนนึกถึงกษัตริย์ฟาโรห์ โดยเนื้อในหนังเรื่องจะเชื่อมโยงเกี่ยวกับศาสนาที่ขัดแย้งกันจนเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ผู้รับชมอาจจะยังไม่เคยเห็นในช่วงเวลานั้น ในหนังนางเอก ไฮพาเทียเป็นที่หมายปองของชายสองคนจากแดนไกลเพื่อแย่งชิงคว้าหัวใจของนางมาครอบครองให้ได้ โดยสิ่งที่น่าติดตามของตัวหนัง Agora นั้นก็คือฉากหนังที่ดูอลังการมากๆ ที่ช่วยให้นึกถึงสิ่งดีที่ได้นำเสนอผู้คน ให้ทั้งแง่คิดว่าทุกคนต้องทำในสิ่งที่ฝันแล้วมีความคิดที่แตกต่างไม่ยึดติดกับวัฒนธรรมรูปแบบ รวมไปถึงดนตรีประกอบของหนังต้องบอกได้เลยว่าสุดยอดมากหาเพลงมาได้แบบลงตัวชวนให้จิตใจเต้นระทึกอยู่ตลอดเวลามาก หนังเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้วได้นักแสดงนำมากมายที่รู้จักมาร่วมแสดงฉากสมจริง ข้อคิดของหนังเรื่องนี้จะให้ จะให้ต้องรู้ว่าอย่าทำสิ่งที่พลาดแล้วอาจจะไม่ได้กลับคืนมาที่มุ่งเน้นไปทางศาสนาเสียมากกว่า

ufabet

ภาพยนตร์

รีวิว Present Perfect หนังรักคุณภาพดีที่คุณต้องไม่พลาด

รีวิว Present Perfect หนังรักคุณภาพดีที่คุณต้องไม่พลาด

รีวิว Present Perfect ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ลากยาวมาถึงเดือนมีนาคมต้องบอกเลยว่า เป็นช่วงเวลาที่คึกคักทีเดียวสำหรับหนักไทยบ้านเรา เพราะเข้าโรงกันเกือบทุกสัปดาห์เลย ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี แล้ววันนี้ก็มีหนังไทยเข้าใหม่อีกหนึ่งเรื่องที่ชื่อเรื่องอาจจะทำให้หลายคนพาลคิดว่ากำลังจะไปเรียนวิชาภาษาอังกฤษอยู่นั่นก็คือ Present Perfect แค่นี้ก็ดีแล้ว

เรื่องย่อ Present Perfect

เรื่องราวความรัก โรแมนติคในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งนามว่า เต้ย เค้าประสบกับความล้มเหลวเรื่องของความรักนั่นทำให้เค้าไม่อยากอยู่เมืองไทย แล้วมุ่งหน้าสู่เมือง ฮิกาชิกาวะ ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยมีความตั้งใจว่าจะเจอคนไทยให้น้อยที่สุดเพื่อลืมเรื่องราวที่ผิดหวังมา แต่แล้วเรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อหนุ่มข้างบ้านของเค้ากลับเป็นคนไทย ชื่อว่า โอ๊ต ทั้งคู่เลยเริ่มรู้จักกันในฐานเพื่อน แล้วก็พัฒนาต่อไปเรื่อย สุดท้ายความรักและเบื้องหลังของพวกเค้าจะเป็นยังไงต้องไปดูต่อในโรง

ความรักทางเลือก หนังรักแนวใหม่

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ต้องบอกเลยว่า หนังรักโรแมนติกไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ ชาย-หญิงอย่างเดียวแล้ว หนังความรักเดี๋ยวนี้มีความรักของเพศทางเลือกเยอะขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็น ชายกับชาย หญิงกับหญิง หรือแบบอื่น ซึ่งบางครั้งคนที่ไม่ได้คลุกคลีอาจจะไม่เข้าใจพวกเค้าเท่าไร แต่หากเปิดใจให้กว้างความรักของพวกเค้าไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็เป็นความรักที่เกิดจากความปรารถนาดีเหมือนกัน เลยไม่แปลกที่บรรดาผู้กำกับถ้าหากไม่ทำหนังที่เน้นๆจริงๆ การดึงความรักเพศทางเลือกเข้ามาไว้ในหนังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่เริ่มทำกันเยอะขึ้น อย่างเรื่อง รักของเรา ที่เพิ่งลาโรงไปก็มีการพูดถึงความรักของชายกับชายด้วยเหมือนกัน

ภาพสวย วิวดี ที่ญี่ปุ่น

จุดเด่นอีกเรื่องหนึ่งของหนังเรื่องนี้ เราขอยกให้กับวิว ทิวทัศน์และฉากหลังของเรื่องที่ถ่ายทำกันที่เมือง ฮิกาชิกาวะ จริงๆ แน่นอนว่าวิวสวยมาก ทั้งภูเขา หิมะ และอื่นที่จะยิ่งสร้างความโรแมนติกให้กับหนังขึ้นไปอีกเป็นกอง หนังเรื่องนี้เป็นการสร้างด้วยการร่วมทุนระหว่างไทยกับญี่ปุ่น และเมืองฮากาชิกาวะ ด้วย เลยทำให้ได้ฉากและวิวๆ สวยๆ แบบจัดเต็มไม่มีเม้มเลย (นัยว่าเป็นการโปรโมทเมืองเพื่อการท่องเที่ยวด้วย อย่างที่เรารู้กันดี ไทยเราไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเยอะมาก) ใครที่ชอบดูวิวสวยๆ หรือชอบอะไรที่เป็นญี่ปุ่น อยู่แล้วต้องไปดูนะ รับรอบ ฟินจิกเบาะ

นักแสดงหน้าใหม่ ฝีมือพอได้

ส่วนนักแสดงนำในเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็น อดิศร โทณะวณิก และ กฤษณะ มฤคสนธิ อาจจะไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตากันสักเท่าไร แต่ดูแล้วน่าสนใจทีเดียว ฝีมือการแสดงอาจจะยังไม่เข้าขั้นเท่าไร แต่ก็ต้องถือว่าทำได้ดีในบทของชายรักชาย ที่ทำให้เราเชื่อจริงๆว่าพวกเค้ารักกันจริง เหงาๆจริง ยังไงก็ฝากไปอุดหนุนหนังไทยกันด้วยนะทุกคน

ufa

ซีรีย์

รีวิว Knives Out – ฆาตกรรมหรรษาใครฆ่าคุณปู่ การตายอย่างเป็นปริศนาของ ฮาร์ลาน ธอมย์บี

รีวิว Knives Out – ฆาตกรรมหรรษาใครฆ่าคุณปู่ การตายอย่างเป็นปริศนาของ ฮาร์ลาน ธอมย์บี

รีวิว Knives Out – ฆาตกรรมหรรษาใครฆ่าคุณปู่ เล่าถึงการตายอย่างเป็นปริศนาของ ฮาร์ลาน ธอมย์บี คุณปู่เจ้าของคฤหาสถ์และธุรกิจสื่อรายใหญ่ โดยคืนเกิดเหตุเป็นวันเกิดครบรอบ 85 ปีพอดี ผู้ต้องสงสัยจึงเป็นคนที่อยู่ในงานเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานในครอบครัว แม่บ้าน แม้กระทั่งหมอประจำตัว คดีเกือบจะปิดโดยสรุปสาเหตุว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ทันใดนั้นก็มีนักสืบหัวเห็ดเข้ามาสืบสวนคดีครั้งนี้ใหม่ เพราะมีใครบางคนเชื่อว่าการตายของคุณปู่เกิดจากการฆาตกรรม

นี่เป็นหนังแนวสืบสวนที่ได้กลิ่นอายละครน้ำเน่าแบบไทย ๆ ชัดมาก ขอนิยามเรื่องนี้ว่าเป็นโคนันเวอร์ชั่นบ้านทรายทองละกัน คุณหญิงคุณชายแย่งมรดกเจ้าคุณปู่งี้ แม่บ้านงี้ หมอประจำตัว ทนายประจำตระกูลงี้ ซึ่งตัวละครในเรื่องนี้เยอะมาก ช่วงปูเนื้อเรื่องจึงเป็นช่วงที่อืดที่สุด ทนฟังกันหน่อย จะมีการแนะนำว่าใครเป็นใคร เกี่ยวข้องกับผู้ตายยังไง
ไม่น่าเชื่อว่าหนังที่มีตัวละครเยอะขนาดนี้จะเกลี่ยบทได้อย่างทั่วถึง ทุกคนคือสีสันของเรื่อง โดยเฉพาะแดเนียล เคร็ก ที่รับบทเป็นนักสืบที่ตามมาไขคดีปริศนานี้ เรายังจดจำบุคลิกของแกจากการรับบทเป็นเจมส์ บอนด์ พอมารับบทนี้หน้าแกเลยกลายเป็นคนฉลาด แม้จะมีเด๋อ ๆ บ้างก็ตาม แต่ที่แหวกที่สุดคือพี่คริส อีแวนส์ ที่เรื่องนี้ด่าไฟแลบ ไล่คนนั้นคนนี้ไปกินขี้ มีแต่คำหยาบ เห็นพี่แกฉีกมาทางนี้แล้วโคตรฮา
พอหลุดพ้นจากช่วงแนะนำไปได้ล่ะก็ความบันเทิงก็เริ่มทันที แล้วมันไต่ระดับความสนุกขึ้นเรื่อย ๆ หนังเหมือนคนกำลังเป็นเมนส์ไม่มีทางคาดเดาอะไรได้ทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าอีนี่จะมาอารมณ์ไหน เดี๋ยวก็ตลก เดี๋ยวก็เครียด แล้วหนังฉลาดเล่าเรื่องโดยการวางเบาะแสเล็ก ๆ ไว้ตลอดทางให้ผู้ชมได้สังเกตุ ท้าทายคนดูด้วยการเฉลยสาเหตุการตายของคุณปู่ไว้ตั้งแต่กลางเรื่อง มีลูกล่อลูกชน จนเมื่อผู้ชมเริ่มจับทางได้ หนังก็หักไปอีกทาง คิดว่าจะมาทางนี้ก็หักไปทางอื่นอีก เนื้อเรื่องพลิกไปพลิกมาอย่างกับปลาเผา เป็นแบบนี้ตลอดทั้งเรื่อง
หนังยังหลอกล่อเล่นกับความรู้สึกผู้ชมจนเราสมยอมกับชะตากรรมของตัวละคร ทันใดนั้นหนังก็จับเราเขย่าแรง ๆ อีกเป็นครั้งสุดท้าย แล้วค่อย ๆ ลอกเปลือกปมต่าง ๆ ให้คลี่คลายออกมาทีละชั้น ทีละชั้น เหมือนแกะหัวหอม เบาะแสต่าง ๆ ที่โปรยไว้ตลอดทาง ถูกนำมาร้อยเรียงให้เข้ากันซึ่งมันสนุกมาก เหมือนอ่านการ์ตูนโคนันตอนที่โคโกโร่นิทราเฉลยว่าใครเป็นฆาตกร ต่อมเสือกนี่สั่นระริกไปหมด เราอิ่ม เราอิน ได้ความรู้สึกฟิน ๆ กลับมาหลังดูจบ สนุกโคตร ๆ

 

ซีรีย์

รีวิว You ซีซั่น 2 ซีรีส์โรคจิตที่ผสมกับความโรแมนติกได้อย่างลงตัว

รีวิว You ซีซั่น 2 ซีรีส์โรคจิตที่ผสมกับความโรแมนติกได้อย่างลงตัว

 

รีวิว You ซีซั่น 2 ซีรีส์โรแมนติกทริลเลอร์ที่ยังสนุกเสมอต้นเสมอปลายทั้ง 2 ซีซั่น เป็นซีรีส์โรคจิตที่ผสมกับความโรแมนติกได้อย่างลงตัว ทุก ๆ ตอนนี่จบแบบจะปิดแล้วเข้านอนเลยไม่ได้ มันต้องดูต่อ ยิ่งตอนท้ายนี่โคตรเดือด ดูจนสว่างอะมึง
You เป็นเรื่องราวของ โจ โกลด์เบิร์ก ผู้จัดการร้านหนังสือผู้เชื่อมั่นในการตามหารักแท้ ที่หลังจากจบเรื่องในซีซั่นแรก เขาพยายามใช้ชีวิตปกติ แต่ว่า แคนเดซ แฟนเก่าของโจที่รอดตายก็ตามมาแก้แค้น
โจเลยต้องย้ายหนีมาอยู่แอลเอและเปลี่ยนชื่อเป็น วิล ซึ่งบังเอิญได้เจอกับ เลิฟ สาวสวยในร้านที่เขาไปสมัครงาน เขาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ไปยุ่งกับเธอ เพราะหลังจากเกิดเรื่องในซีซั่นแรก เขาต้องการจะหยุด ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่สันดานสตอล์กเกอร์มันไม่ยอมดิ นิสัยขุดคุ้ยประวัติคนที่ตัวเองสนใจจึงเริ่มต้นอีกครั้ง
เอาจริง ๆ แล้วคนอย่างอิเหี้ยโจเนี่ย โคตรน่ากลัวเลย ภาวนาอย่าให้มีคนแบบนี้อยู่แถวบ้าน ไอ้นี่ดูภายนอกแล้วเหมือนคนปกติทุกอย่าง เป็นหนุ่มนิสัยดีมีเสน่ห์น่าคบหาคนหนึ่ง แต่ข้างในนี่โคตรโรคจิต
และที่สำคัญแม่งคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปไม่ใช่เรื่องผิด พยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเสมอ ทำเพื่อคนนั้นคนนี้ ทำเพื่อความรักงี้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไอ้โจไม่ปกติ แต่แปลกที่เราก็ยังเสือกเชียร์มันทุกตอน เอ๊ะหรือจริง ๆ แล้ว ไอ้โจมันเป็นตัวแทนด้านมืดของผู้ชมที่อยากทำแบบนี้บ้าง แต่ทำไม่ได้
ช่วงแรกของซีซั่นนี้ค่อนข้างดำเนินเรื่องคล้ายกับซีซั่นก่อน นึกว่าจะเดินตามความสำเร็จของซีซั่นแรกจนขาดความสดใหม่ซะแล้ว ที่ไหนได้ ครึ่งหลังเนื้อเรื่องโคตรพลิกไปมาโคตรเดือด แทนที่โจจะเป็นคนคุมเกมทุกอย่าง เป็นผู้ล่าเหมือนซีซั่นแรก กลับกลายเป็นว่าเขาต้องมาเป็นเหยื่อซะเอง ซึ่งโจไม่เคยพลาดต่อเนื่องกันขนาดนี้มาก่อน
ซีซั่นนี้ไม่เพียงแต่จะพาไปพบเรื่องราวใหม่ ๆ แต่ยังพาไปล้วงลึกถึงอดีตของโจในวัยเด็กว่าอะไรที่หล่อหลอมให้เขาโตขึ้นมากลายเป็นแบบนี้ รวมถึงเฉลยว่าแคนเดซ แฟนคนแรกรอดตายมาได้ยังไง และทำไมตำรวจถึงตามจับโจไม่ได้
แล้วความสนุกของซีซั่นนี้เนี่ย ยังมีตัวละครแสบ ๆ อีกเพียบที่แม่งเชือดเฉือนกันมันชิบหาย มีอะไรที่คาดไม่ถึงเพียบ เรียกว่าเพี้ยนกันทั้งเมือง โดยเฉพาะตอนท้ายเรื่องนี่ทำเอาชีวิตไอ้โจปั่นป่วนไปหมด สมน้ำสมเนื้อกับไอ้โจแล้วเมืองนี้
ถ้าซีซั่นแรกเป็นบาปกรรม ซีซั่นนี้ก็เหมือนกับเป็นการสำนึกผิดและรับผลกรรมที่ก่อไว้ ซึ่งเจ้ากรรมนายเวรของโจก็มาในรูปแบบของคนรอบข้างล้วน ๆ และซีซั่นนี้ยังคงความโรแมนติกแบบวิปริตเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเดิม โคตรสนุกเลย

ufa 

ซีรีย์

รีวิว Playing With Fire ดับเพลิงอลเวง เจค สุดยอดผู้นำทีมโดดร่มดับเพลิง

รีวิว Playing With Fire ดับเพลิงอลเวง เจค สุดยอดผู้นำทีมโดดร่มดับเพลิง

เรื่อง Playing With Fire  เจค (จอห์น ซีนา) สุดยอดผู้นำทีมโดดร่มดับเพลิงที่ทั้งหน่วยเหลือลูกน้องอยู่แค่ 3 คนได้แก่ มาร์ค (คีย์แกน ไมเคิล คีย์)ผู้บูชาเจคดุจเทพเจ้า, โรดริโก (จอห์น เลอกิซาโม) นักบินขี้กลัวและพ่อครัวหัวป่าก์ประจำสถานี และ แอ็กซ์ (ไทเลอร์ เมน)หนุ่มร่างยักษ์ผู้แทบไม่เคยปริปากอะไร พวกเขาต้องผจญกับศึกตัวป่วนเมื่อดันไปช่วยเหลือ 3 พี่น้องตัวยุ่งทั้ง บรินน์ (ไบรอันนา ฮิลเดอแบรนด์)พี่สาวที่ติดนิสัยชอบโกหกและวางแผนลับบางอย่าง, วิล (คริสเตียน คอนเวรี)หนุ่มน้อยแสนซน และ โซอี (ฟินลีย์ โรส สเลเตอร์) สาวน้อยสุดแสบ เมื่อ 3 เด็กป่วนมาเจอ 4 หนุ่มทีมดับเพลิงสุดเข้ม ความฮา น่ารัก แต่ป่วนไฟลุกก็ลามจนชวนอบอุ่นหัวใจ

ความโดดเด่นอย่างหนึ่งของ Playing With Fire คือการเอาอาชีพนักโดดร่มดับเพลิงมาใช้สร้างตัวละครอย่างเจค และการกำหนดให้ทั้งชีวิตของเขารู้จักแต่เรื่องดับเพลิงเพราะทั้งเกิดและเติบโตในสถานี แต่พอมีเด็ก ๆ ตัวป่วนทั้ง 3 มากวนตัวกวนใจในคืนเกิดพายุ กฎระเบียบต่าง ๆ ที่เขายึดถือและให้ทุกคนปฏิบัติตามก็ถูกสั่นคลอน ซึ่งมันเอื้อให้หนังมีสถานการณ์ปั่นป่วนมากมายทั้ง วิล ที่ซุกซนจนทำให้โรงรถกลายเป็นปาร์ตี้โฟมฟองฟ่อด หรือเจ้าตัวเล็กอย่าง โซอี ที่ความน่ารักกับความแสบดีกรีแทบจะพอ ๆ กันเลย ดังนั้นใครคิดจะดูอาจต้องรับกับเงื่อนไขว่าหนังจะไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าพยายามสร้างเสียงหัวเราะให้เราทุกวิธีทางมากกว่าจะให้ข้อคิดหรือมีจุดหักมุมอะไรให้หนังมันพิเศษขึ้นมาเพราะถ้าไปจับผิดหนังตั้งแต่ต้นเรื่องว่าทำไมปูเรื่องลูกทีมลาออก ทำไมไม่เล่าต่อว่าทีมของเจคต้องแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งผู้ว่าการเขตสำหรับหน่วยดับเพลิง หรือการปูเรื่อง พ่อ แม่ เด็กทั้ง 3 เพื่อโยงเข้าสู่วัยเด็กอันขมขื่นจนเจคไม่กล้าผูกสัมพันธ์กับใครก็ดูไม่หนักแน่นนัก แต่หากต้องการเสพความน่ารักและความกวนของเด็ก ๆ แล้วล่ะก็หนังเสิร์ฟให้แบบสำลัก “ความงุ้ย” กันไปข้างเลยล่ะ โดยเฉพาะการเอาลักษณะเฉพาะของสถานีดับเพลิงที่มักมีเรื่องอันตรายต่าง ๆ เกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ได้ และการเอาอาชีพนักโดดร่มดับเพลิงมาใช้ให้ตัวพระเอกได้ทำอะไรมุ้งมิ้งในตอนท้ายก็สร้างรอยยิ้มได้ดีทีเดียว

ufabet

ซีรีย์

รีวิว jingle jangle : a christmas journey ภาพยนตร์มิวสิคัล/แฟนตาซี

รีวิว jingle jangle : a christmas journey  ภาพยนตร์มิวสิคัล/แฟนตาซี

รีวิว jingle jangle : a christmas journey(2020) ภาพยนตร์มิวสิคัล/แฟนตาซี ที่บอกเล่าเรื่องราวของความเชื่อที่หายไปของ เจอโรนิคัส แจงเกิ้ล (Forest Steven Whitaker) ช่างทำของเล่นในตำนานผู้ประดิษฐ์ของเล่นเจ๋ง ๆ แสนมหัศจรยย์แห่งเมืองคอบเบิลตัน เมืองที่เต็มไปด้วยความคึกคักและรอยยิ้มที่สดใส แต่เมื่อ กัสตาฟสัน (Keegan-Michael Key)ศิษย์เอกที่เขาไว้ใจขโมยสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ของเขาไป ทำให้เขากลายเป็นคนที่หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่ความมั่นใจในตัวเอง จนกระทั่ง เจสสิก้า (Anika Noni Rose) ลูกสาวสุดที่รักของเขาได้ส่ง เจอร์นีย์ (Madalen Mills) หลานสาวที่สดใสและมีหัวใจรักในสิ่งประดิษฐ์ มาเยี่ยมเขาก่อนวันคสิตมาสต์ จนได้เข้ามาช่วยเยียวยาแผลเก่าและปลุกความอัศจรรย์ในตัวเขาขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อเราให้ความรักและความไว้ใจใครสักคนมาก ๆ ขอให้เผื่อใจไว้ เพราะเขาอาจเป็นตัวการทำลายความสุขของเราไปชั่วพริบตา ซึ่งแน่นอนว่าเราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขากลายเป็นคนแบบนั้นโดยไม่รู้ตัว เจอโรนิคัส เป็นนักประดิษฐ์ของเล่นที่โด่งดังคับเมือง ข้างกายเขานอกจากจะมีภรรยาและลูกสาวที่น่ารักเป็นกำลังใจเขายังมี กัสตาฟสัน ศิษย์เอกฝีมือดีที่ศรัทธาในตัวเขา เฝ้าคอยคำแนะนำจากเขา แต่!! เมื่อกัสตาฟสันปล่อยให้ความโลภ ความน้อยเนื้อต่ำใจเข้ามามีอำนาจ จนหลงเชื่อคำยุยงของเจ้าสิ่งประดิษฐ์และขโมยทุกอย่างไปจากเจอโรนิคัส จนไปสร้างอาณาจักรของตัวเองจากสิ่งที่ขโมยมา

เจ้าหุ่นตัวเล็กร่างสะโอดสะองตัวนี้มันพูดได้ค่ะ เจอโรนิคัสประดิษฐ์มันขึ้นมาพร้อมกับใส่ความคิดคล้ายมนุษย์ให้มันด้วย มันยุยงให้กัสตาฟสันทรยศอาจารย์ตัวเอง “เราไม่ได้ขโมยแต่เราแค่ยืมแล้วไม่คืนแค่นั้นเอง” เจ้าหุ่นตัวนี้มันบอกแบบนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังบอกเราว่า เมื่อเราเข้าข้างความอยากของตัวเองจนหลงลืมแม้กระทั่งความผิดชอบชั่วดี เราจะตกเป็นเหยื่อของความชั่วร้ายอย่างเต็มใจ

ufa

ซีรีย์

รีวิวซีรีส์ The Crown Season 4 นักแสดงนำ:โอลิเวีย โคลแมน

รีวิวซีรีส์ The Crown Season 4 นักแสดงนำ:โอลิเวีย โคลแมน
ในซีซันนี้  The Crown เหตุการณ์หลักของซีรีส์จะเน้นไปที่ 2 เส้นเรื่องสำคัญนั่นคือการเข้ามาของนาง มากาเรธ แท็ตเชอร์ (จิลเลียน แอนเดอร์สัน)นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอังกฤษและเลดี้ไดอาน่า (เอมมา คอร์ริน)คู่ชีวิตของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และในช่วงเวลาที่อังกฤษกำลังเผชิญปัญหาวิกฤติศรัทธาและราชวงศ์ถูกท้าทายอย่างถึงที่สุด สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธต้องทรงประคองทั้งครอบครัวที่กำลังร้าวฉานและประเทศที่กำลังตกต่ำภายใต้รัฐบาลเผด็จการของนางแท็ตเชอร์ให้จงได้
ซีซันนี้ปีเตอร์ มอร์แกนยังคงเหมาเขียนบททั้ง 10 ตอนแต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือบทบาทของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธจะถูกลดทอนบทบาทไปสู่การเป็นผู้สังเกตการณ์บ้านเมืองและครอบครัวของพระองค์เองมากกว่าจะลงไปอยู่ในเกมขัดแย้งเองเป็นหลัก นั่นทำให้เหตุการณ์ส่วนใหญ่ของ The Crown ซีซันนี้ได้ให้เวลาในการ “จำลองประวัติศาสตร์” ร่วมสมัยที่ราชวงศ์ได้กลายเป็นหมากในเกมอำนาจแทน
โดยส่วนแรกอย่างการเข้ามาของนางมากาเร็ต แท็ตเชอร์ ได้กลายเป็นภาพแทนของผู้หญิงที่เข้ามามีอำนาจบริหารประเทศและแม้จะอยู่พรรคอนุรักษ์นิยมแต่วิสัยทัศน์ที่อยากจะปฏิรูปประเทศตั้งแต่หัวขบวนยันรากลึกก็ย่อมทำให้ต้องมีปัญหากับพระราชินีนาถอยู่บ่อยครั้งจนถึงกับเกิดศึกใหญ่อย่างเหตุวิกฤติสงครามกลางเมืองในทวีปแอฟริกาที่ทั้งสองฝั่งขัดแย้งกันในประเด็นการบอยคอตการค้าเพื่อต่อต้านสงครามแบ่งแยกผิวสีที่ถือเป็นความขัดแย้งเดียวที่พระราชินีทรงลงมาต่อกรเกมอำนาจด้วยตัวเอง
ซึ่งตรงนี้ต้องขอชื่นชมทั้งโอลิเวีย โคลแมนและจิลเลียน แอนเดอร์สันที่สามารถถ่ายทอดบุคลิกการแสดงได้เหมือนเราไปอยู่ร่วมศึกครั้งนี้ได้อย่างดุเดือดเลือดพล่านจริง ๆ โดยเฉพาะแอนเดอร์สันที่ต้องบอกว่าทั้งเมกอัปและการพยายามเลียนท่าทางและน้ำเสียงของแท็ตเชอร์ถือเป๋็นความพยายามที่น่าชื่นชมและคาดเดาได้เลยว่าเธอจะต้องได้ชิงรางวัลการแสดงแน่นอน แม้ว่าในใจลึก ๆ จะหวังเห็นการตีความตัวละครในมุมของเธอมากกว่าแค่เลียนแบบท่าทางที่บางครั้งก็ต้องยอมรับว่า “ยี่เก” ไม่น้อยเลยทีเดียว

ufabet

ซีรีย์

รีวิวละคร เหมือนเราเคยรักกัน เดจาวู ข้ามเวลามาหารัก เวอร์ชันไทย

รีวิวละคร เหมือนเราเคยรักกัน  เดจาวู ข้ามเวลามาหารัก เวอร์ชันไทย

ใครที่เคยประทับใจ กับ เดจาวู ข้ามเวลามาหารัก เวอร์ชันใต้หวันกันมาแล้ว สำหรับเวอร์ชันไทยของเราสาวกซีรีส์รักโรแมนติก-ดราม่า เดจาวู ก็ไม่น่าจะพลาด เพราะการนำมารีเมกใหม่เป็นแบบไทย ๆ ในชื่อว่า เหมือนเราเคยรักกัน ครั้งนี้ ละครใส่รายละเอียด ความเป็นเหตุเป็นผลของการพบเจอให้ต่อกันติดมากขึ้นไปอีก บวกกับจินตนาการเล็ก ๆ ในส่วนของเรื่องราวที่เป็นปาฏิหาริย์ทำให้เพิ่มความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น จนเผลอคิดไปว่า ถ้าเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นได้จริง ๆ จะมีใครอยากย้อนอดีตกลับไปรึเปล่า ในเวอร์ชันไทย เรานำโครงเรื่องของทางใต้หวันมาทั้งหมด แต่แตกต่างที่ตัวบทและการดำเนินเรื่อง ซึ่งช่องวันก็ทำได้น่าดูทีเดียว

เวอร์ชันนี้เป็นเรื่องราวของ วิณณ์ (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) นักธุรกิจเจ้าของบริษัทขายน้ำดื่ม กับสาวน้อยนักบัลเล่ต์ที่เพิ่งจบการศึกษามาหมาด ๆ เจนนรี (เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา) สองคนเป็นคู่รักที่ต้องพลัดพรากจากกัน ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ในวันวาเลนไทน์ ทำให้วิณณ์เสียชีวิตทันที เจนนรีเสียใจมากก็ไปรำลึกความหลังคนเดียวจนตกน้ำ เธอจึงอธิษฐานขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้เจอกับวิณณ์อีกครั้ง (ประมาณว่าถ้าตายก็ขอให้ได้เจอกัน) แล้วคำอธิษฐานของเธอก็เป็นจริง เพราะเธอได้พบกับ ภูตน้ำ (คัทลียา แมคอินทอช) และได้รับพรให้ย้อนเวลากลับไปพบกับวิณณ์ได้อีกครั้ง โดยมีข้อแม้ว่าเธอและเขาห้ามกลับมารักกัน มิเช่นนั้นเขาจะตาย พร้อมกับข้อแลกเปลี่ยนที่เธอต้องจ่ายราคาโดยการ สูญเสียสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตของเธอไป

ละครเปิดเรื่องมา เล่นไปไม่กี่เบรกพระเอกก็ตายเลยจ้ะ ตอนแรกยังคิดว่าเอา ป้อง ณวัฒน์ มาคู่กับ เอสเธอร์ ในละครรีเมกเรื่องนี้มันจะได้เหรอว้า นี่มันละครรักโรแมนติกน้ำตานองเลยนะ แต่ก็ว่าไม่ได้จริง ๆ เพราะบทที่ใส่ให้ป้อง ณวัฒน์ เป็นนักธุรกิจที่มีความสามารถมาก ๆ แต่ก็รักที่จะใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ เป็น CEO ที่ปั่นจักรยานมาทำงาน แบบ Bike to Work พกหลอดไม้ไผ่ มีความต่างด้านอายุกับเอสเธอร์ที่มาประกวดบัลเล่ต์ในรายการที่บริษัทพระเอกจัดขึ้น ใส่ความละมุนแบบไทย ๆ เข้าไปโดยให้นางเอกเรียกพระเอกว่าพี่ ใส่ความอ่อนหวานของความรักในวัยที่มีความต่างอย่างเหมาะสม ทำให้พระนางคู่นี้เป็นคู่ที่เชื่อได้ว่าความรักลึกซึ้งที่ละครพยายามจะสื่อ มันมีอยู่จริง ถือว่าสองคนมีเคมีที่เข้ากันดีและทำให้ละครดูสมจริงได้มาก

ในส่วนของบทและการดำเนินเรื่อง ยังคงยึดโครงเรื่องเดิมของต้นฉบับ เหตุการณ์ที่ทำให้สองคนเจอกัน รักกันและจากกันจนเกิดปาฏิหาริย์ แต่แตกต่างตรงที่ในเวอร์ชันนี้มีความเป็นเหตุเป็นผลมากกว่า นางเอกมาอยู่ตรงนี้ทำไม มาเพราะอะไร ทำไมถึงต้องเป็นนางเอกที่มาช่วยพระเอก จนสามารถจูงผู้ชมให้อินไปกับเรื่องราวปาฏิหาริย์ การย้อนเวลาเพื่อชุบชีวิตคนที่ตัวเองรักได้แบบง่าย ๆ มีบทของภูติน้ำที่มามอบเงื่อนไขแปลก ๆ ก็เป็นการสื่อได้ว่า ทุกอย่างไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ ทุกสิ่งล้วนต้องแลกด้วยกันทั้งนั้น แม้แต่ชีวิต

ส่วนนักแสดงสมทบที่สร้างสีสันในบทของ ทอปัด (เจณิสตา พรหมผดุงชีพ) แบงค์ (หมอริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช ) และ เตวิทย์ (กอล์ฟ-พิชญะ นิธิไพศาลกุล) ก็เป็นการเพิ่มสีสันให้ละครน่าดูมากขึ้น ดิฉันชอบสามคนนี้เป็นพิเศษ ไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ขัน แต่เป็นเรื่องของบทที่ใส่ให้ทั้งสามคนเป็นมิตรแท้ของพระเอกและนางเอก ที่เปรียบเหมือนกันดาษทรายซึ่งกันและกัน เพื่อนผิดเตือนเพื่อน พูดแต่ความจริงต่อกัน ยอมรับฟังในเหตุผลของอีกฝ่ายและมีความเชื่อใจต่อกันและกันอยู่ในระดับที่สูงเสมอกัน เป็นกัลยาณมิตรที่มีค่าน่าคบหา ตัวร้ายอย่าง ราเชนทร์ (แกงส้ม-ธนทัต ชัยอรรถ) และ ลิสา (ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ ) ก็มีเหตุผลที่ทำให้ร้ายแบบเข้าใจได้ รู้ผิดชอบชั่วดี แต่ก็ขมขื่นจากปมในใจ

ufa

ภาพยนตร์

รีวิว Our 30 minutes sessions เทปลับสลับร่างมารัก เรื่องวิญญาณ

รีวิว Our 30 minutes sessions เทปลับสลับร่างมารัก เรื่องวิญญาณ

รีวิว Our 30 minutes sessions เทปลับสลับร่างมารัก แค่พลอตว่าด้วยวิญญาณที่ขอสิงร่างเด็กหนุ่มขี้อายเป็นเวลา 30 นาทีตามเนื้อเทปในหนึ่งหน้าก็ดูจะอุทานคำว่า “ความญี่ปุ่น!” ออกมาได้ชัดเจนละ Our 30 minutes sessions ตัวหนังยังแอบซ่อนลูกเล่นของเทปคาสเซตต์ ฟอร์แมตสำหรับคอเพลงยุค 90 มาแบบห้ามใจไม่ให้กรอกลับทุกความรู้สึกของคนดูให้ย้อนกลับไปในวันวาน ทั้งรักแรก และความผิดบาปในอดีตตามไม่ได้เลยแหละ

หลัง อากิ (แมคเคนยู) มือกีตาร์และนักแต่งเพลงประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ทิ้งไว้เพียงเทปเดโมเพลงสุดท้ายในวอล์กแมนที่ถูกทิ้งไว้ริมสระน้ำ และโชคชะตาก็พาให้ โชตะ (ทาคุมิ คิตะมุระ) หนุ่มขี้อายได้พบมัน จนสิ่งมหัศจรรย์ได้เกิดขึ้นเมื่อโชตะกดเล่นเทปทำให้อากิสามารถยืมร่างของเขาได้เป็นเวลา 30 นาที อากิเลยใช้โอกาสนี้ฟอร์มวงขึ้นมาใหม่เพื่อสานต่อสัญญาในการเล่นงานคอนเสิร์ตฤดูร้อนที่เขาไม่มีโอกาสได้เล่นตอนยังมีชีวิตอยู่ รวมถึงการได้กลับไปใช้เวลาร่วมกับ คานะ (ซายุ คุโบตะ) หญิงสาวที่เป็นรักเดียวในชีวิตอีกครั้ง

ว่ากันในส่วนของพลอตเรื่องแล้ว ซาโตมิ โอชิมา แทบจะรังสรรค์เรื่องโดยเอาจุดเด่นจาก The 100th Love With You ผลงานก่อนหน้ามาหยิบใช้ทั้งเรื่องของวงดนตรี และการย้อนกลับมาแก้ไขสิ่งที่ผิด แต่ใน Our 30-minute sessions เงื่อนไขในการกลับมาไม่ใช่เพื่อช่วยชีวิตของใครสักคนเหมือนหนังเรื่องก่อน แต่คราวนี้มันคือการกลับมาของวิญญาณที่ผูกโยงกับสิ่งที่ผูกพันธ์เพื่อแก้ไขความผิดพลาด ซึ่งก็ไม่ใช่ธีมใหม่อะไรสำหรับหนังโรแมนติกทั่วโลก แต่รายละเอียดและเงื่อนไขของเทปคาสเซตต่างหากที่ทำให้หนังมันพิเศษ

โดยเฉพาะการนำเงื่อนไขของเทปคาสเซตมาใช้ในการกำหนดเวลา 30 นาทีของการ “ยืมร่าง” ที่อิงตามความยาวเทปใน 1 หน้าของคาสเซต หรือการ “อัดทับ” เพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่องช่วงหลังเมื่อหนังเริ่มกำหนดเงื่อนเวลาที่ตัวละครต้องรีบทำภารกิจให้เสร็จสิ้น ผลลัพธ์ของมันเลยทำให้หนังไฮคอนเซปต์เรื่องนี้ไปไกลกว่าแค่ขายแนวคิดเท่ ๆ แล้วเดินตามรอยหนังแนวเดียวกัน แม้จะมีข้อครหาว่าคนเขียนบทแค่เปลี่ยนจาก “แผ่นเสียงย้อนเวลา” มาเป็น “เทปคาสเซตสิงร่าง” ก็เถอะ

นอกจากเรื่องราวที่ถูกรังสรรค์ได้อย่างยอดเยี่ยมตามที่กล่าวมาแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้หนังแตกต่างและมีคุณค่าทางศิลปะคงหนีไม่พ้นงานกำกับของ เคนทาโร ฮากิวาระ ที่ไม่เน้นความฟูมฟายและใส่มุกตลกตามประสาหนังวัยรุ่นได้อย่างเหมาะเจาะพอดีไม่มากเกินจนน่ารำคาญควบคู่ไปกับการคุมโทนเรื่องให้เต็มไปด้วยความโรแมนติกควบคู่กับปมดรามาที่ค่อย ๆ เผยออกมา โดยเฉพาะเรื่องราวของโชตะที่เบื้องหลังบุคลิกขี้อายและเก็บตัวคือความสามารถด้านดนตรีที่เจ้าตัวแอบผลิตผลงานเงียบ ๆ เพราะไม่แน่ใจว่าความชอบจะกลายเป็นอาชีพได้ยังไงโดยอาศัยม่านตรงที่นอนไว้ปิดบังเวลาตนใช้เวลาส่วนตัวไปกับดนตรี

ซึ่งด้วยความที่หนังเน้นเดินเรื่องด้วยปมที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ลึกซึ้งก็ทำให้มันมีอารมณ์และความบันเทิงเฉพาะตัวมากโดยเฉพาะงานภาพที่หนังพยายามคุมโทนสีฟ้าหลาย ๆ เฉด และสีโทนอบอุ่นที่ไปกันได้ดีกับเรื่องราว ดังนั้นเราเลยได้เห็นฉากมหัศจรรย์ต่าง ๆ ตั้งแต่การตากหนังสือให้ออกมาหายใจที่หนังก็หยิบมาเล่นตอนท้ายเพื่อเรียกน้ำตาคนดูอีกทีนึง และทีละน้อยเราจะเห็นการทำงานร่วมกันระหว่างบทของ ซาโตมิ โอชิมา และ งานกำกับเปี่ยมวิสัยทัศน์ของ เคนทาโร อากิวาระ ที่ไม่ยอมให้งานวิชวลแบบผู้กำกับมิวสิกวีดีโอมาบดบังสารที่บทพยายามจะบอกนั่นก็คือการทำความฝันในวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้มันถูกอัดทับไปตามกาลเวลาได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากนี้การแสดงของทั้ง แมคเคนยู อาราตะ และ ทาคูมิ คิตามูระ ยังไปกันได้ดีทั้งการฉายเสน่ห์ของสองหนุ่มสองสไตล์ และบทดรามาที่ทำได้ดีเกินคาด ส่วน ซายุ คุโบตะ ก็มีดีมากกว่าหน้าตาสวย ๆ และรอยยิ้มสดใส เพราะเธอสามารถรับส่งบทดรามากับสองหนุ่มได้เป็นอย่างดี จนทำให้ Our 30 – Minute Sessions กลายเป็นหนังญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาดชมในโรงภาพยนตร์เป็นอย่างยิ่ง

ภาพยนตร์

รีวิวหนังดราม่า Galveston กำกับโดยนักแสดงสาวสวย เมลานี โลรองต์

รีวิวหนังดราม่า Galveston กำกับโดยนักแสดงสาวสวย เมลานี โลรองต์

รีวิว Galveston หลังถูกหักหลังจากนายจ้าง รอย (เบน ฟอสเตอร์)ต้องหนีการตามล่าโดยจำใจต้องพา ร็อคกี้ (แอล แฟนนิ่ง) ตัวประกันในที่เกิดเหตุหนีไปสู่เมือง กัลเวสตัน โดยไม่รู้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเขาและเธอไปตลอดกาล

บอกตามตรงว่าหนังดราม่าหนักๆแบบนี้ คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะกำกับโดยนักแสดงสาวสวย เมลานี โลรองต์ ที่ผมเพิ่งดู Mia and the white lion ที่เธอแสดงไปเมื่อปลายปี 2018 เพราะตัวหนังเต็มไปด้วยความมืดหม่นหดหู่ แต่ยังแฝงความอบอุ่นไว้ได้อย่างประหลาด โดยเมลานี สามารถเล่าเรื่องการเดินทางของอาชญากรอย่าง รอย และ สาวกร้านโลกอย่าง ร็อคกี้ ได้อย่างเข้าอกเข้าใจ โดยได้นักแสดงคุณภาพทั้งเบน ฟอสเตอร์ ที่สามารถถ่ายทอดตัวละครที่แทบไม่เหลือความหวังในชีวิต และแอล แฟนนิ่ง ที่นอกจากเสน่ห์บนจออันล้นเหลือจากชุดสีโทนร้อนที่ขับกับผิวขาวชวนมอง ไปสู่การถ่ายทอดความเจ็บปวดและรอยแผลในอดีตได้อย่างเข้าอกเข้าใจ

นอกจากส่วนแอ็คติ้งแล้ว เมลานียังสามารถกำหนดทิศทางงานภาพได้อย่างชาญฉลาด ทั้งการกำหนดโทนความสว่างให้เข้ากับชะตาชีวิตตัวละคร งานกำกับศิลป์ที่แม่นยำทั้งการกำหนดสีของคอสตูมให้สื่อความหมายโดยเฉพาะชุดแดงของร็อคกี้กับชุดดำของรอย และการกำหนดทิศทางการตัดต่อให้เล่าเรื่องตัดสลับกึ่งจริงกึ่งฝันในตอนท้ายได้อย่างเปี่ยมความหมายและคุณค่าทางศิลปะได้อย่างยอดเยี่ยม

อีกจุดที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือบทหนังที่ได้ นิค พิซโซแลตโต ผู้เขียนบท True Detective ซีรีส์ สืบสวน แฝงปรัชญาอันล้ำลึก ซึ่งบทหนังของ นิค สามารถบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของคนชีวิตพัง2คนที่จำต้องลงเรือลำเดียวกันได้อย่างเปี่ยมอารมณ์ร่วมและไม่ประนีประนอมต่อความรู้สึกคนดู ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็ทำให้ Galveston กลายเป็นงานดราม่า-อาชญากรรมที่น่าจดจำได้อย่างประหลาด