keyboard_arrow_right
keyboard_arrow_right
7 ไอเดียแต่งห้อง รับ วันวาเลนไทน์ สำหรับ คืนวันแห่งความรัก
Uncategorized

7 ไอเดียแต่งห้อง รับ วันวาเลนไทน์ สำหรับ คืนวันแห่งความรัก

7 ไอเดียแต่งห้อง รับ วันวาเลนไทน์ สำหรับ คืนวันแห่งความรัก

7 ไอเดียแต่งห้อง รับ วันวาเลนไทน์ สำหรับ คืนวันแห่งความรัก รับวันวาเลนไทน์

designing the roomsไอเดียแต่งห้อง

คืนวันแห่งความรักนี้ ความหวาน ต้องฟุ้งละมุนอบอวลไปทั่วบ้าน ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะพาคนรู้ใจไปเซอร์ไพรส์ที่ไหนดี วันนี้ เกิดกันยา เรานำไอเดียการตกแต่งห้องน่ารักๆ หลากหลายสไลต์ แบบแต่งตรงนี้นิดตรงนั้นหน่อย ให้ออกมาดูสมบูรณ์แบบรับเทศกาลแห่งความรักที่ใครเห็นแล้ว Sweet Lover

1. เริ่มต้นกันที่ห้องรับแขก อาจจะแบ่งพื้นที่จัดเป็นฟิล ปาร์ตี้เล็กๆ สำหรับทานอาหารเช้า ต้อนรับวันแห่งความรัก

2. ห้องนอน น่าจะเป็นพื้นที่สุดฮิต เหมาะกับการทำเซอร์ไพร สำหรับคู่รัก ด้วยการนำลูกโป่งหรือดอกไม้ ที่มีสีสัน ตัดกับพื้นห้องที่มีความโมโนโทน

3. อ่างอาบน้ำก็เป็นอีกจุดหนึ่ งที่สร้างความโรแมนติกได้ไม ่น้อย จัดตกแต่งด้วยดอกุหลาบสีแดงสด พร้อมเตรียมเครื่องดืมเย็นๆ ไว้รอคนรู้ใจกลับบ้าน ต้องฟินสุดๆ ไปเลย

4. รอบบริเวณทางเดิน โรยด้วยดอกกุหลาบสีแดง พร้อมกับจุดเทียนหอมๆ สร้างบรรยกาศได้ดีทีเดีย

5. ประตูทางเข้าห้อง ตกแตกด้วยหัวใจสีแดง เป็นการสร้างรอยยิ้มเล็กๆ เมื่อหวานใจกลับมาถึงบ้าน ต้องมีอมยิ้มเล็กๆ แน่นอน

6. ดึกแล้วก็จะหิวๆหน่อย จัดโต๊ะดินเนอร์ใต้แสงเทียน ให้สวยเหมือนนั้งอยู่ร้านอา หารหรูๆได้ง่ายๆ แค่มีผ้าปูโต๊สีดำ นำกลีบกุหลาบมาโรยตกแต่ง พร้อมกับจุดเทียนสร้างบรรกาศ

7. จะพอมีไฟคริสมา สต์เก็บไว้อยู่บ้าง ก็ลองนำมาประดับรอบๆเตียง เปิดหนังรักดูสักเรื่อง คงจะโรแมนติกไม่น้อยเลยแหละ

ไม่พูดถึงคงไม่ได้แล้ว เพราะในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะเป็น วงการแฟชั่น วงการโฆษณา การตกแต่งบ้าน รวมถึงผลิตภัณฑ์ หลายๆ อย่างเลือกใช้สี Classic Blue เป็นส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์กันซะส่วนใหญ่

เพราะตั้งแต่เมื่อต้นปี แพนโทน (Pantone) บริษัทจัดตั้งระบบรหัสสีมาตรฐานสำหรับงานพิมพ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีประกาศออกมาสำหรับสี ประจำปี 2020 นั่นก็คือสี “Classic Blue” (คลาสสิกบลู) ออกแบบบ้าน หรือสีฟ้าคลาสสิก รหัส PANTONE 19-4052 ซึ่งโทนสีได้รับแรงบันดาลใจมาจากความรู้สึกที่ไร้กาลเวลา สะท้อนถึงความเรียบง่าย ความสงบ แสดงถึงความมั่นใจที่จะก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น พร้อมที่จะพาพวกเราก้าวข้ามไปสู่ปีถัดไปด้วย

เชื่อว่าหลายๆ คนตอนนี้คงจะเริ่มหวั่งไหว กับสีที่มาแรงที่สุดประจำปี 2020 อย่างสี คลาสสิกบลู “Classic Blue” ซึ่งวันนี้ “เกิดกันยา” เราก็ไม่พลาด ที่จะนำไอเดียการ มิกซ์แอนด์แมทซ์ เปลี่ยนห้องสีเก่าให้ดูสวยทันสมัย ด้วยโทนสีที่เป็นนางเอกหลักของเราอย่างสี “Classic Blue” แต่จะให้นำมาใช้สีเดียวก็อาจจะดูน่าเบื่อเกินไป จริงๆแล้วเราสามารถ ใช้สีที่ตัดกันนำมาแมทซ์กับสี Classic Blue เพิ่อเพิ่มความโดดเด่น สดใส เนื่องด้วยด้านสี “Classic Blue” นั้นเป็นสีโทนเย็น แน่นอนว่าสามารถนำไปแมทซ์กับสีอื่นๆได้ง่าย และอาจจะเพิ่มลูกเล่นด้วยการใส่ เฟอร์นิเจอร์ ที่เป็นสีตัดกัน เพิ่มความความสดใสมากขึ้น ว่าแล้วก็ไม่รอช้า.. เราลองมาดูกันว่า สี “Classic Blue” จะสามารถนำมาจับคู่แมทซ์กับสีไหนได้บ้าง รับรอบว่าสวยสุดไม่หลุดเทรนแน่นอนจ้า

คู่สีแรก Classic Blue + Mauve ดูเหมือนจะเป็นคู่ที่งงๆ สักหน่อย แต่ใครจะไปคิดว่าพอนำมาแมทซ์กับแล้ว ทั้งสีน้ำเงินและสีชมพู กับเป็นคู่สีที่สวยใช่เล่นเลย ดูมีทั้งความอ่อนหวาน และความสุขุมนุ่มลึก เหมาะสำหรับคู่รักที่มักมีปัญหาการเลือกสีห้องไม่ได้ เราก็ใส่ทั้งหวานๆ แล้วเข้มๆ ลงไปเลยจ้าา คนละครึ่งทางเน้อๆ

คู่สีที่2 Classic Blue + Medium Grey มาในโทนเรียบหรูดูแพง ด้วยโทนสีเทาอ่อน ที่มีความดูผู้ดี๊ดีอยู่แล้ว การหยิบสี คลาสสิกบลู มาผสมผสาน ยิ่งดูจะสงเสริมให้ห้องดูเกรนมากขึ้น เหมาะสำหรับห้องที่ใช้ในการพักผ่อนจริงๆ รวมๆดูแล้วสบายตามากๆ

โทนสีคู่ที่3 Classic Blue +Yellow Mustard สีเหลืองมัสตาร์ดสดใส ตัดด้วยสีโทนเย็นอย่าง Classic Blue จึงเป็นคู่ที่ดูสนุกนามอีกสีนึงเลยก็ว่าได้ แต่ตัวคู่สีนี้ดูจะมีความร่าเริงเกินไป ไม่เหมาะการพักผ่อน คู่สีนี้จึงน่าจะเหมาะกันการใช้ตกแต่งแค่มุมใดมุมนึง ของบ้านเท่านั้น อาจจัดเป็นบริเวณห้องนั้งเล่น เพื่อต้องรับแขก หรือเป็นห้องไว้สำหรับการจัดปาร์ตี้

โทนสีคู่ที่ 4 Classic Blue + Tobacco Brown โทนนี น้ำเงิน และ สีน้ำตาล ถือเป็นคู่สึที่เราแอบลำเอียงเทใจให้นิดนึง เพราะเป็นคู่สีที่ดูอบอุ่น สบายตา แต่ก็มีความ ลึกลับ น่าค้นหา ดูเหมาะกับบ้านที่ต้องการไว้พักผ่อนจริงๆ แต่ก็ยังมีความทันสมัยอยู่ ฟิลกู๊ดมากๆ

เอาหละโทนสีที่ 5 Classic Blue + Vermilion Red ปิดท้ายด้วยความร้อนแรง ถือเป็นคู่สีที่เกิดมาคู่กันอย่างแท้จริง เป็นคู่อมตะนิรันทร์กาล เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยคู่สีทั้ง น้ำเงิน และ แดง ก็จะถูกหยิบมาใช้คู่กันอยู่เสมอ และแม้แต่ในการนำมาแมทซ์การตกแต่งห้อง ก็ยังมีความสวยสพึงมากๆเลยทีเดียว

ต้องยอมรับว่า จากการเกิดโรคระบาด COVID19 การ Work from Home ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย เพื่อลดปัจจัยในการแพร่ระบาด แม้สถานการณ์ในตอนนี้ จะเริ่มคลี่คลาย แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ Lifestyle การทำงานของหลายๆคน จะเปลียนไป เพราะตอนนี้พวกเรากำลังเข้าสู่สังคม Social Distancing กันอย่างเต็มรูปแบบ วันนี้เราเลยอยากชวนทุกคนๆ มาแต่งห้องทำงาน ให้การทำงานที่อยู่บ้านไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

 

01 เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับห้อง สำหรับใครที่รักธรรมชาติพลาดไม่ได้เป็นอันขาด เพราะนอกจากต้นไม้จะช่วยฟอกอากาศในบ้านแล้ว ใบไม้เขียวๆ ยังถือเป็นจุดพักสายตา เวลาเหนื่อยล้า ได้ดีไม่น้อยเลย.. ว่าแล้วก็ไปช๊อปปี้ต้นไม้กันค่ะ ทุกคน

02 เพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้คุ้มค่า สำหรับคนที่พักอาศัยอยู่คอนโด หรือ อาพาสเม้น ที่มีพื้นที่ใช้สอยที่ค่อยข้างจำกัด อาจเลือกใช้เป็นเตียงแบบยกกระดับ เพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างใต้เตียง เป็นพื้นที่ทำงานได้

03 เพิ่มสิ่งที่สนใจ เมื่อเราอยู่บ้านเป็นเวลานานๆ มักจะขาดไอเดียใหม่ๆ ลองเพิ่มมุมบันเทิง หรือนำสิ่งที่ชอบตามไลฟสไตล์ของเรา มาวางตกต่าง สำหรับเพิ่มใอเดีย ในการทำงานได้

04 เพิ่มจุดพักสายตา ให้กับห้องทำงาน อาจจะกรอบรูปใหญ่ๆ มาใส่เป็นจุดพักสายตา หรือเปลี่ยนวอลเปเปอร์ผนังสักด้านหนึ่ง เป็นรูปธรรมชาติก็ได้

05 เปลี่ยนโทนสีห้อง โทนสีก็สำคัญไม่น้อย เพราะเราต้องนั้งทำงานอยู่ในห้องทั้งวัน เราจึงควรใช้สีห้องที่สบายตา สีโทนเย็น หม่นๆ จะช่วยสร้างสมาธิในการทำงานมากขึ้น

รับสร้างบ้าน : ออกแบบตกแต่งบ้าน ด้วยตัวเองง่ายๆด้วยโปรแกรม ฟรี 10 โปรแกรม’

ออกแบบตกแต่งบ้าน ด้วยตัวเองง่ายๆ เพียงใช้โปรแกรมออกแบบบ้านฟรี

ออกแบบตกแต่งบ้านด้วยตัวเองง่ายๆ เพียงใช้โปรแกรมออกแบบบ้านฟรี ที่แม้ไม่ใช่มืออาชีพก็สามารถออกแบบตกแต่งบ้านเองได้ กับโปรแกรมออกแบบบ้านฟรีที่มีไว้ให้ทดลองใช้และทดสอบฝีมือการออกแบบตกแต่งบ้าน
.
ช่วงหลังๆมานี้เริ่มมีคนออกแบบหรือตกแต่งบ้านด้วยตัวเองเยอะมาก วันนี้ 9 Building รับสร้างบ้านหาดใหญ่ รับออกแบบบ้านหาดใหญ่ เลยรวบรวมโปรแกรมออกแบบและตกแต่งบ้านฟรี 10 โปรแกรมมาให้ลองใช้กัน เพื่อเป็นการทดลองความสามารถการตกแต่งและก็ดีไซน์บ้านในโปรแกรม ก่อนจะลงมือรีโนเวทหรือก่อสร้างบ้านของตัวเองจริงๆ ถ้าหากมีความผิดพลาดใดเกิดขึ้นก็สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ทัน อีกทั้งแม้ไม่ใช่มืออาชีพก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เลย
1. Planner 5D
เป็นโปรแกรมการตกแต่งออกแบบบ้านที่ครอบคลุม แถมยังใช้งานง่ายแม้จะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่าง บันได หรือแม้กระทั่งในส่วนของพาร์ทิชั่นและไม่ได้มีแค่ฟังก์ชั่นการออกแบบและตกแต่งภายในเท่านั้น แต่โปรแกรมนี้ยังใช้กับการออกแบบพื้นที่แลนด์สเคปและสระว่ายน้ำได้ด้วย
2. Roomstyler 3D Home Planner
โปรแกรมนี้น่าจะตอบโจทย์และตรงกับความต้องการของคุณมากทีเดียว ถ้าอยากโหลดรูปภาพจากสถานที่จริงมาใช้ เพราะหลังจากที่คุณโหลดจากส่วนตัวลงโปรแกรม ก็สามารถเลือกตกแต่งได้ตามใจชอบ หากรู้สึกถูกใจโมเดลเฟอร์นิเจอร์ในโปรแกรมนี้ ยังสามารถคลิกเพื่อสั่งซื้อสินค้านั้นได้จากหน้าจอ พร้อมทั้งยังคลิกเม้าท์เพื่อเปลี่ยนมุมมองไปรอบ ๆ ห้องได้อีกด้วย
3. Ikea Home Planner Tools
ตอนเปิดแค็ตตาล็อกเพื่อดูเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกใจ คงอยากจะรู้ใช่ไหมล่ะคะว่า ถ้ามาตั้งในห้องหรือบ้านของเราแล้วจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องมโนคิดภาพเองให้ปวดหัว เพราะสามารถหยิบจับเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้มาออกแบบและตกแต่งบ้าน เพื่อดูเป็นตัวอย่างไว้ก่อนได้ว่าเหมาะหรือไม่เหมาะอย่างไร ที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์ที่มีให้ในโปรแกรม เป็นเฟอร์นิเจอร์จริงที่มีขายใน IKEA ทำให้สามารถคำนวณและวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำด้วยนะ
4. Ikea Kitchen Planner
นอกจากโปรแกรมออกแบบและตกแต่งบ้านแล้ว อิเกียยังมีโปรแกรมสำหรับตกแต่งห้องครัว พร้อมกับลิสต์เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ให้ลองเลือกตกแต่ง อีกทั้งยังมีราคาและสามารถคำนวณงบประมาณคร่าว ๆ ให้ได้อีกด้วย เริ่มจากกดเข้าไปในโปรแกรมแล้วเลือกขนาดพื้นที่ คราวนี้ก็เริ่มลงมือออกแบบและตกแต่งได้เอง โดยไม่ต้องเสียเงินจ้างคนมาช่วยทำเลย
5. Design a Room
กว่าจะหาวัสดุที่ถูกใจมาตกแต่งบ้านได้ ต้องขับรถตระเวนหาเป็นสิบร้าน แต่โปรแกรมนี้ได้รวบรวมสิ่งที่คุณต้องการมาให้แล้ว ทั้งของใช้ ของตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์ หลากสีหลายเทกเจอร์ ลองเลือกมาแต่งได้ตามใจชอบเลย อีกทั้งในขณะที่คุณกำลังเพลิดเพลินกับฟังก์ชั่นต่าง ๆ โปรแกรมนี้ยังมีคำแนะนำเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านด้วย
6. Autodesk Homestyler
โปรแกรมนี้รู้จักกันดีในหมู่นักออกแบบและตกแต่งภายในอยู่แล้ว อีกทั้งนอกจากจะใช้ออกแบบบ้านแล้ว ยังสามารถใช้กับการออกแบบออฟฟิศและคอนโดได้อีกด้วย ส่วนการใช้นั้นก็ง่ายแสนง่าย นักออกแบบมือใหม่ก็ทำได้เช่นกัน ส่วนภายในโปรแกรมก็มีฟังก์ชั่นต่าง ๆ ทั้งพรม ตู้เก็บของ และเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ให้ลองเลือกมาตกแต่งอีกเพียบเลย
7. The Home Renovator
หากอยากจะลองรีโนเวทบ้านด้วยตัวเอง หลังจากคิดภาพคร่าว ๆ เอาไว้แล้วว่าอยากให้บ้านหน้าตาออกมาเป็นอย่างไร โปรแกรมตัวนี้จะช่วยให้ความคิดของคุณเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินฟรีไปกับวัสดุอุปกรณ์ที่ซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ เพราะในโปรแกรมนอกจากจะมีฟังก์ชั่นสำหรับการตกแต่งให้ลองเลือกใช้แล้ว ยังมีระบบคำนวณความเหมาะสมของการใช้ฉนวน สี กระเบื้อง และของตกแต่งอื่น ๆ อีกเพียบ ที่สำคัญยังมีราคาสินค้าให้เสร็จสรรพ
8. Sweet Home 3D
ในโปรแกรมจะมีห้องต่าง ๆ เอาไว้ใช้เป็นตัวอย่างสำหรับผู้เริ่มต้น รวมถึงแพทเทิร์นห้อง ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนย้ายและเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ตามที่ต้องการได้ โปรแกรมจะแสดงผลทั้ง 2 มิติ และ 3 มิติ มีอีก 23 ภาษาให้เลือกใช้งาน ออกแบบบ้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *