keyboard_arrow_right
Uncategorized

รวม 7 ซีรี่ย์เกาหลี นางร้ายบทเด่น แสดงดี คนด่าทั้งประเทศ!

My ID is Gangnam Beauty ไม่ใช่แค่เรื่องรักวัยรุ่น แต่เป็นซีรีส์เพื่อผู้หญิงพลังหญิงที่คุณต้องดู! – THE STANDARD

รวม 7 ซีรี่ย์เกาหลี นางร้ายบทเด่น  เป็นอีกหนึ่ง ตัวละครในซีรี่ย์ ที่ขาดไม่ได้เลยนั้นก็คือ “นางร้าย” นั้นเอง ซึ่งต้องบอกว่านางร้ายในซีรี่ย์เกาหลีพากันแสดงดีมาก น่าหมั่นไส้สุด ๆ 555 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอรรถรสในการดูซีรี่ย์เลยค่ะ โพสนี้เราเลยจะพามาดู 7 ซีรี่ย์เกาหลีนางร้ายบทเด่น แสดงดี คนด่าทั้งประเทศ! ไปดูกันว่าจะมีนางร้ายจากเรื่องไหนบ้าง

โพสนี้มีเนื้อหาอะไรบ้าง แสดงทั้งหมด
1. My ID is Gangnam Beauty (2018)

ฮยอนซูอา รับบทโดย โจอูรี

ซีรีส์เกาหลีกระแสแรง แนวโรแมนติก-คอเมดี-ดราม่า ได้ฤกษ์ลงจอเอาใจแฟน ๆช่อง 7HD เป็นซีรีส์ที่สร้างจากเว็บตูนชื่อดัง ชื่อเดียวกันในปี 2016 ที่ดูแล้วได้ข้อคิดสอนใจ ความงามไม่ได้ตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นเพราะสิ่งที่อยู่ในใจอาจตรงข้ามกับรูปลักษณ์ภายนอกที่เห็นนำแสดงโดยสุดหล่อหน้าใส ขวัญใจนูน่า ชา อึน-อู (CHA EUN-WOO) จากวงบอยแบนด์ ASTROรับบทเป็น โด คยอง-ซอก หนุ่มฮอตสุดเพอร์เฟก เพียบพร้อมด้วยหน้าตาฐานะและตระกูลดี มีปมเรื่องแม่ เติบโตขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยวทำให้เขาไม่สนใจไม่แคร์คนรอบข้างจากบทบาทนี้ทำให้เขาสามารถคว้ารางวัลนักแสดงชายหน้าใหม่ (BEST NEW ACTORAWARD) และรางวัล HALLYU STAR AWARD ไปครอง ร่วมด้วยนักแสดงสาวหน้าสวยอิม ซู-ฮยัง (LIM SOO-HYANG) รับบท คัง มี-แร หญิงสาวจิตใจดีแต่มีปมเรื่องรูปร่างและหน้าตา มักถูกคนรอบข้างกลั่นแกล้ง

แฟนเว็บตูนคงกำลังฟิน จิ้น และเขินจิกหมอนนุ่นทะลักกันอยู่แน่ๆ กับซีรีส์เรื่อง “ไอดีของฉันคือดอกไม้พลาสติก” คือถ้าใครชอบอ่านเว็บตูนนี่ แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักเรื่องนี้เลยนะ คือตอนที่อ่านนี่อินหนักมาก แทบทุกตอนนี่ต้องมีคนเม้นต์ด่าซูอา ไอ้เราก็ชอบอ่านเม้นต์ไง มันเลยทำให้เรายิ่งสงสารนางเอกจับใจ และถึงแม้ว่าตัวละครที่ทำเป็นซีรีส์จะไม่ได้งานดีเหมือนในการ์ตูน แต่ก็มีความน่ารักอยู่นะ นักแสดงหลักมีเสน่ห์มากๆ ถ่ายทอดตัวละครออกมาได้ชัดเจนดีเลยล่ะ

ด้วยเนื้อเรื่อง My ID is Gangnam Beauty (2018) เลือกเล่าประเด็น Bullying ที่เข้ากับสังคมปัจจุบัน การบูลลี่หน้าตา เป็นประเด็นที่หนักแน่น แต่ตัวซีรีย์กลับเล่าออกมาได้อย่างนิ่มนวล เข้าถึงได้ง่าย เบาสมอง ผสมกันให้ผู้ชมรู้สึกว่าดูเพลินๆ ได้ เนื้อเรื่องใส่ประเด็นสอดแทรกได้ดี ให้แง่คิด และด้วยเนื้อเรื่องที่มันไม่ได้สลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนั้นมันจึงเล่าได้อย่างสบายๆ ค่อยๆ เป็นค่อยไปตามตัวละคร

ถึงแม้ว่าซีรีส์เรื่องนี้จะถูกปล่อยออกมาให้ดูกันผ่านช่องทาง NETFLIX กันได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ก็ต้องขอสารภาพตามตรงเลยว่า เพิ่งได้มีโอกาสได้มานั่งไล่ดูกับเขาสักที กับเรื่องราวของ ‘My ID is Gangnam Beauty ไอดีของฉันคือดอกไม้พลาสติก’ ซีรีส์เรื่องดังที่ถูกสร้างจากเค้าโครงของการ์ตูนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากบน WEBTOON ทั้งฝั่งไทยและเกาหลี

ซึ่งหลายๆ คนที่ได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้จบต่างก็ยกย่องว่า นี่คือการ์ตูนที่พูดถึงค่านิยมในสังคมเกาหลีใต้ (ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้มีอยู่ในทุกสังคม) ที่ให้ความใส่ใจกับเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกและการ Bully กันของคนในสังคมได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

นางร้ายหน้าสวยที่ต่อหน้ายิ้มแย้มใส ๆ แต่ในใจร้ายมากขี้อิจฉา ออกแนวจิตนิด ๆ แต่ดีที่เรื่องนี้พระเอกฉลาดรู้ทัน โดนพระเอกด่าบ่อยมาก 555

เป็นซีรี่ย์เกาหลีที่สร้างมาจากเว็บตูน เรื่องราวของนางเอกที่มีปมเรื่องหน้าตา เลยไปศัลยกรรมเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตในมหาลัยอย่างมีความสุข แต่ก็ยังโดนบุลลี่ นินทาอยู่ดีว่าสวยเพราะศัลยกรรม แล้วบังเอิญได้เรียนในเอกเดียวกันกับพระเอก ซึ่งพระเอกนั้นหน้าตาดีมาก เป็นคนนิ่ง ๆ มีสาวตามจีบเยอะ แต่พระเอกมองแต่นางเอกคนเดียว เนื้อเรื่องน่ารัก ชอบตรงที่พระเอกฉลาดไม่โง่ รู้ทันนางร้าย คอยช่วยนางเอกตลอด ฟินมากค่ะ

2. True Beauty (2020)

คังซูจิน รับบทโดย พัคยูนา

นางร้ายเรื่องนี้ตีบทแตกมาก ๆ แสดงดีจนคนเกลียด ตอนแรกมาบทเพื่อนดี ๆ หลัง ๆ มาร้ายซะงั้น แต่ในเรื่องนี้ดูเท่มาก ๆ แต่บทคือทำให้คนดูหมั่นไส้สุด ๆ

ซีรี่ย์ที่สร้างมาจากเว็บตูนดังในชื่อเดียวกัน บอกเล่าเรื่องราวของนางเอกสาวนักเรียนมัธยมที่ถูกเพื่อน ๆ ในห้องรังแกและบุลลี่เรื่องหน้าตา จนเกือบตัดสินใจโดดตึกตายแต่พระเอกเข้ามาช่วยได้ทัน หลังจากวันนั้นนางเอกเลยตัดสินใจฝึกแต่งหน้าจนชำนาญเมคอัพตัวเองจนสวยเป็นคนละคนกับตอนหน้าสด และมีเหตุให้ได้ย้ายโรงเรียนใหม่มาเจอกับพระเอก นางเอกเลยคิดว่าพระเอกเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องความลับหน้าสดของตัวเอง เรื่องนี้พระเอกก็หล่อพระรองก็งานดี ไม่ควรพลาดค่ะ

3. Mr. Queen (2020)

โจฮวาจิน รับบทโดย ซอลอินอา

นางร้ายในเรื่องรับบทนางสนมที่นอกจากจะร้ายแล้วยังไม่ค่อยฉลาดด้วย 555 ตามถวายตัวให่ฝ่าบาทแต่ก็ต้องรอเก้อ แต่แต่ละฉากที่ออกมาถือว่าน่ารำคาญ น่าตบพอสมควร

ซีรี่ย์แนวพีเรียดคอมเมดี้ เรื่องราวของเชฟหนุ่มหนุ่มชื่อดังสุดเจ้าชู้ ที่เกิดอุบัติแล้วฟื้นขึ้นมาปรากฏว่าอยู่ในร่างของราชินีในยุคโชซอนของพระเจ้าชอลจง กษัตริย์หุ่นเชิดที่ซ่อนความลับไว้มากมาย แล้วต้องได้มาเจอกับการแย่งชิงอำนาจของสองตระกูลในยุคนั้น เป็นซีรี่ย์ที่ตลกมากกก นางเอกเล่นใหญ่สุด ๆ เนื้อเรื่องก็เข้มข้น อ้างอิงชีวิตจริของพระเจ้าชอลจงด้วย แนะนำเลยค่ะเรื่องนี้

4. Who Are You: School 2015 (2015)

คังโซยัง รับบทโดย โจซูฮยัง

นางร้ายที่คนเกลียดกันเยอะมาก ไปเดินตลาดคงมีเปลือกทุเรียนลอยใส่แน่ ๆ ร้ายเกินเด็กมัธยม ทั้งสีหน้า ท่าทาง และการกระทำ น่าหมั่นไส้สุด ๆ ยกให้เป็นนางร้ายเบอร์หนึ่งในลิสนี้เลยค่ะ

ซีรี่ย์บอกเล่าถึงนักเรียนหญิงคนหนึ่งชื่อ อีอึนบี ซึ่งมีพี่น้องฝาแฝดชื่อ โกอึนบยอล อีอึนบี ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้า ต้องโดนเพื่อนในโรงเรียนกลั่นแกล้ง ในทางตรงกันข้าม โกอึนบยอลเธอเป็นสาวฮอต เรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมเซกัง โรงเรียนหรูในกังนัม จนมาวันหนึ่งโกอึนบยอลได้หายตัวไป อีอึนจึงสวมรอยแทนและได้กลายเป็นสาวฮอตของโรงเรียน เธอพยายามค้นหาความจริงได้พบเงื่อนงำต่าง ๆ รวมไปจนถึงความลับเกี่ยวกับโรงเรียน โดยมีพระเอกเป็นเพื่อนสนิทคอยช่วยเหลือ และยังมีพระรองอีกด้วย จัดเป็นรักสามเส้าเลยทีเดียว

5. A World of Married Couple (2020)
jtbc

ดาคยอง รับบทโดย ฮันโซฮี

เป็นนางร้ายที่ทำให้คนทั้งเกลียดแล้วก็สงสาร ที่สำคัญคือสวยมาก ๆ ตีบทแตก รู้ทั้งรู้ว่าเค้ามีเจ้าของยังคิดจะแย่งเอาให้ได้ แต่แอดดันไปเกลียดผู้ชายมากกว่าเลยกลายเป็นสงสารแทน

เรื่องราวของนางเอกเป็นถึงรองผอ.โรงพยาบาล แต่งงานและมีลูกแล้ว ใช้ชีวิตได้เพอร์เฟคมาโดยตลอด อยู่มาวันหนึ่งจับได้ว่าสามีแอบคบชู้ โดยเพื่อนๆ และคนรอบตัวต่างรู้กันหมดแต่ก็ช่วยปิดบัง นางเอกช็อคมาก พยายามหาว่าเป็นใคร เรื่องนี้มีความพีคมากตั้งแต่ตอนแรก ดูแล้วแค้นแทนนางเอก เนื้อเรื่องดีมาก ลุ้นมากว่าจะจบยังไง เป็นซีรี่ย์ที่เรทติ้งพุ่งแรงมากตั้งแต่ออกอากาศได้แค่ไม่กี่ตอน

6. Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo (2016)

วังยอนฮวา รับบทโดย คังฮันนา

อีกหนึ่งนางร้ายที่ตีบทแตกมาก ๆ แสดงดีสุด ๆ นิสัยโลภมาก ใฝ่สูง เป็น จุดเริ่มต้น ของเรื่องร้าย ๆ สุด ๆ ไปเลยคนนี้

เป็นซีรี่ย์แนวย้อนยุค ออกแนวข้ามเวลาเหมือนละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ของไทยเลย นางเอกลงไป ช่วยเด็ก ในบ่อน้ำแต่ขาดันเป็นตะคริวจมน้ำเสียเอง และวันนั้นเกิดสุริยุปราคาพอดีทำให้ นางเอก หลุดไป ยุคราชวงศ์ โครยอ โผล่มาอยู่ท่ามกลางเหล่าองค์ชายซึ่งบุตรชายของ พระเจ้าแทโจ ในร่างของ ผู้หญิงคนหนึ่ง นางเอก จึงต้องแกล้งความจำเสื่อม เรื่องนี้อิงประวัติศาสตร์เกาหลี เกี่ยวกับการแย่งชิงบัลลังก์และ กสามเศร้า ของนางเอก เนื้อเรื่องออกแนวดราม่า ดูแล้วอินร้องไห้ตาม บทดี นักแสดงเล่นสมจริง สนุกมากแนะนำเลยค่ะ องค์ชายทุกคนก็งานดีมาก

7. The Penthouse (2020)

ชอนซอจิน รับบทโดย คิมโซยอน

นางร้ายที่แสดงออกทางสีหน้าได้ดีมาก ๆ น่าหมั่นไส้สุด ๆ หลงในลาภยศ ซื่อเสียง แค่เห็นหน้าก็ปวดหัวแล้ว 555 ถือเป็นนักแสดงคุณภาพเลยค่ะ

ซีรี่ย์เกาหลีแนวดราม่าทริลเลอร์ฟาดฟันกันสุดเผ็ดร้อน เป็นเรื่องราวของเพนต์เฮาส์ใจกลางกรุงโซลแห่งหนึ่งที่มีแต่ผู้ที่ร่ำรวยมีฐานะและชนชั้นสังคมสูง ๆ อาศัยอยู่ โดยแต่ละครอบครัวจะถูกแบ่งแยกระดับชั้นไว้ตามความสูงของเพนต์เฮาส์ ในเรื่องนี้จะดำเนินเรื่องผ่านทางแม่ทั้ง 3 ครอบครัวที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน โลภ โกรธ หลง ต้องการยกระดับสถานะทางสังคมของตนเอง จนยอมหันหลังให้กับคำว่าศีลธรรมเลยเกิดโศกนาฏกรรมต่าง ๆ ขึ้น เรื่องนี้กระแสดีจนมีซีซั่น 2 แล้วด้วย

 

ดูหนังออนไลน์

Uncategorized

รีวิว แอนิเมชั่น The Sceret Life of pet 2 มหกรรมความน่ารักคูณ2

รีวิว แอนิเมชั่น The Sceret Life of pet 2 มหกรรมความน่ารักคูณ2

The Sceret Life of pet 2 มหกรรมความน่ารักคูณ2 ว่ากันตรงๆ แล้วสำหรับภาคแรกส่วนตัวผมเองนั้นค่อนข้างไม่ค่อยชอบซักเท่าไหร่ ถือเป็นแอนิเมชั่นของค่าย Illumination ที่เนื้อหาสำหรับเด็กเล็กเป็นหลัก ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่ามันจะมีภาคต่อออกมาจนได้ (แต่ก็ไม่แปลกเพราะภาคแรกก็ทำเงินไปกว่า 875 ล้านดอลล่าร์จากทุนสร้างแค่ 75 ล้านดอลล่าร์) เป็นอนิเมชั่นเรื่องที่ 2 นอกเหนือจาก Despicable Me ที่ได้มีการสร้างภาคต่อ

เนื่อเรื่องภาคนี้ว่าด้วย แมกซ์ จะต้องเผชิญกับปัญหาครั้งใหม่เมื่อเจ้าของนั้นได้แต่งงานและมีลูก ซึ่งแรกๆ แมกซ์ไม่ค่อยชอบเด็กแรกเกิดซักเท่าไหร่ แต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นหลงรักน้อง และเป็นซี้กันในที่สุด ด้วยความที่แมกซ์ต้องการปกป้องน้อง ที่เป็นลูกของมนุษย์ให้ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลาทำให้เขากลายเป็นสุนัขที่เข้าขั้นวิตกกังวน จนเกิดเหตุ จนต้องมาพบกับเหตุการณ์ที่ทำให้เขาปล่อยวางลงได้

ในภาคนี้เนื้อเรื่องแบ่งเป็น 3 เส้นเรื่องชั้นเจนคือ 1.เรื่องราวของ Max และเด็กน้อยต้องออกเดินทางไปพักผ่อนที่ชนบท 2.เรื่องราวของ Gidget แฟนของ Max ที่ต้องผจญภัยในห้องที่เต็มไปด้วยแมวนับหลายสิบตัว เพื่อค้นหาของสำคัญที่ Max ฝากไว้ให้ดูแลแต่เธอทำมันหล่นหายเข้าไปในห้องนั้น 3.เรื่องราวของ Snowball กระต่ายเกรียนสุดน่ารักจอมขโมยซีน กับภาระกิจปลอมตัวเป็นฮีโร่ออกช่วยเหลือเหล่าสัตว์ผู้ตกอยู่ในความลำบาก

ต้องยอมรับจริงๆ ว่าเจ้า Snowball คือตัวขโมยซีนแบบสุดๆ ถึงขั้นภาคนี้เพิ่มบทให้ Snowball เยอะขึ้นเป็นกอง มีเส้นเรื่องเป็นของตัวเอง และแย่งซีนแบบสุดๆอีกด้วย นับเป็นจุดเด่นที่ทำให้ภาคนี้สนุกขึ้นมามากว่าภาคก่อนซะด้วยซ้ำไป จากที่ผมเฉยๆกับภาคที่แล้วยังอดหลงรักในความน่ารักของเจ้า Snowball นี้ไปแล้ว

Secret Life of Pets หรือชื่อไทยว่า เรื่องลับแก๊งขนฟู ได้ทำรายได้ในภาคแรกไปอย่างถล่มทลาย ทั่วโลกถึง 875 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 27,317 ล้านบาท) จากทุนสร้าง 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น (หรือประมาณ 2,341 ล้านบาท) แน่นอนว่ามันต้องสร้างภาคต่อออกมา และก็เป็นอย่างที่คิด มันได้ถูกสร้างออกมาในปี 2019 ซึ่งด้วยความที่ภาคแรกมันทำออกมาได้ดีมาก เลยคาดหวังไว้สูงพอสมควร และด้วยความที่คาดหวังสูง ก็ผิดหวังอีกตามเคย

ในภาคแรก มันเป็นเรื่องราวการผจญภัยกับชีวิตลับๆ ที่เข้าถึงง่าย เข้าใจได้ไม่ยาก ของเหล่าสัตว์เลี้ยง ที่ไม่ได้เล่นใหญ่เกินไป เรื่องราวไม่เยอะมาก มีมุกกับโมเม้นที่ซึ้ง พร้อมการเล่าเรื่องที่สนุกได้แบบลงตัว ซึ่งที่กล่าวมานั้นมันต่างจากภาคสองโดยสิ้นเชิง

ในภาคนี้ได้ตัดบทของเหล่าสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ ในภาคแรกออกไปเยอะพอสมควรอย่างน่าเสียดาย แต่เพิ่มเติมด้วยการมีบทให้สัตว์ตัวใหม่ และเน้นบทให้ตัวเก่ามากขึ้น เช่นเจ้า Snowball เป็นต้น ซึ่งมันเพิ่มบทของเจ้านี่ซะกลบรัศมีพระเอกอย่าง Max ไปเลย เหตุผลที่เป็นแบบนี้ก็คงจะเพราะในภาคแรกผู้คนต่างชอบตัวละครอย่าง Snowball ในภาคนี้เลยให้มันเด่นไปซะเลย ซึ่งมันก็ดี แต่กลายเป็นว่าบทของตัวอื่นๆ ดูดร็อปและกลายเป็นตัวประกอบที่ดูไม่น่าจดจำเหมือนภาคแรกไปซะงั้น

ทางด้านการเล่าเรื่องในภาคนี้ หลายๆ อย่างดูขัดและแปลกไปหมด มีหลายเรื่องราวเกิดขึ้น ทั้งการช่วยเสือ, การไปบ้านนอกของ Max และ Duke, การไปตามเอาลูกบอลสุดรักของ Max โดย Gidget คือทั้งหมดนั้นมันมีหลายเส้นเรื่อง แต่จะมาบรรจบกันในตอนท้าย แนวความคิดมันโอเคนะ แต่มันกลับถ่ายทอดออกมาได้ไม่ดีเลยจริงๆ น้ำหนักในแต่ละเส้นเรื่องมันอ่อนมาก โดยเฉพาะเส้นเรื่องของ Max ที่ดูจะมีปัญหาที่สุด มันเหมือนพยายามจะปูเรื่องการใช้ชีวิต ให้แนวคิด แต่มันอ่อนเหลือเกิน อ่อนจนเกือบสัมผัสไม่ได้ รวมถึงตัวละครอย่าง Rooster ที่รู้สึกแปลกๆ ถึงการมีอยู่ เหมือนจะมีอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่มีอะไร เหมือนแค่ผ่านมาและผ่านไปเท่านั้น ทั้งหมดทั้งมวลหนังคงจะพยายามสื่อถึงการเติบโตขึ้น การเอาชนะความกลัว แต่จนถึงบทสรุป ประเด็นเหล่านั้นมันก็อ่อนเกินไปจริงๆ จนมันไม่ได้ซาบซึ้งหรือให้ข้อคิดกินใจเหมือนในภาคแรกเลย

จุดขายอีกอย่างนึงของภาคแรกคือมุกตลก พฤติกรรม และอากัปกริยาน่ารักของสัตว์ต่างๆ ซึ่งในเรื่องนี้รู้สึกว่ามุกตลกดร็อปจากภาคแรกเยอะมากๆ จุดที่ตลกที่สุดคือคลิปจริงของเหล่าสัตว์ในตอน End-Credit นั่นแหละ ส่วนทางด้าน พฤติกรรมและอากัปกริยา ในภาคนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว (แต่ก็ยังสู้ภาคแรกไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ)

สรุป The Secret Life of Pets 2 เหมือนกับเป็นหนังแค่ทำมาให้หายคิดถึงเท่านั้น เรื่องราวเหมาะกับเป็น side-story มากกว่าจะเป็นหนังหลักๆ สักเรื่องมากกว่า เพราะมันไม่มีอะไรสู้ภาค 1 ได้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถ้าให้ดูเอาเพลินๆ น่ารักๆ ก็พอจะได้อยู่แหละมั้ง ยังดีที่งานด้านภาพและการพากย์เสียงยังคงทำได้ดีอยู่ สำหรับเราแล้วค่อนข้างผิดหวังในระดับนึงเลยทีเดียว

 

ที่มา 

Uncategorized

15 แบบ เปลญวนแต่งบ้าน สร้างมุมนั่งเล่นแสนสบาย ไว้พักผ่อนชิล ๆ

เปล

15 แบบ เปลญวนแต่งบ้าน  “เปล“เครื่องเรือน ปกติ ที่ หลาย บ้าน ชอบ มี ไว้ กล่อม เด็กน้อย ให้ หลับสนิท แว่า ก็ไม่ใช่แค่ เจ้าตัว เล็ก เพียงแค่นั้น ที่พักผ่อนได้เพราะว่า พวกเรา สามารถ นำ เปล หรือ เปล มา ปรับแก๋ บ้าน เพื่อ สร้าง บรรยากาศ ทำเป็น มุม บรรเทา นั่งพักผ่อน ชิลๆ ให้ บันเทิงใจ ไม่ว่า จะเป็น ใน ห้องรับแขก ห้องนอน บน ระเบียง ห้อ น หรือ จะ ห้อย ใน สวน ก็เข้าที่ ดี ไม่น้อย วันนี้ กระปุก ดอทคอมมีความคิดดี ๆ สำหรับการ แต่ง บ้าน ด้วย เปล มา ฝาก จะ งาม สบาย ตา น่า นอน นอน แค่ไหน ตามไปดู กันเลย

1. เปลตาข่ายนั่งชิลริมระเบียง

พื้นที่เล็ก ๆ นอกระเบียงก็สามารถแขวนเปลญวนได้ แค่ยึดนอตกับเพดานให้แน่น เลือกเปลตาข่ายขนาดกะทัดรัดมาผูกเอาไว้สำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด รับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้า หรือจะดูพระอาทิตย์ตกตอนเย็นก็เก๋ดีนะ ถือเป็นการชาร์จพลัง และผ่อนคลายที่ดีมาก ๆ เลย

2. เปลผ้านั่งเล่นในห้องนอน

เพิ่มพื้นที่ใช้สอยในห้องนอนแบบลงตัว ไม่เกะกะสายตา ด้วยเปลผ้าขนาดพอดีตัว จะนั่งหรือเอนหลังก็ทำได้ชิล ๆ เข้ากับห้องสไตล์มินิมอล ที่เน้นความโล่งโปร่งได้เป็นอย่างดี

3. แขวนเปลถักในห้องนอน

ห้องนอนสีขาวสุดคลาสสิก ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ในโทนสีเดียวกันแต่เข้ากันได้อย่างเหมาะเจาะ ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจ และลูกเล่นด้วยเปลสำหรับนั่งขนาดกำลังดีเข้าไปอีก ทำให้ห้องดูอบอุ่น เป็นกันเอง และมีสไตล์ขึ้นเยอะเลย

4. เปลนอนสีสันสดใสในห้องนอน

เลือกใช้เปลญวนสีสด เพื่อเพิ่มสีสันให้ห้องนอน ทำให้มีจุดดึงดูดสายตา และเป็นพื้นที่สำหรับเวลาส่วนตัวชิล ๆ รับรองว่านอนเพลินจนไม่อยากลุกแน่ ๆ

5. ผูกเปลนอนในห้องนอนเด็ก

บ้านใครมีเด็กกำลังโต จะขาดเปลญวนไปได้อย่างไร หามุมเหมาะ ๆ ในห้องนอน ยึดนอตให้แน่น ผูกเปลสีสวย เอาไว้ให้น้องนอนเล่น เผลอ ๆ จะติดเปลจนไม่ยอมไปนอนที่เตียงเลยนะเนี่ย

6. เปลถักแบบนั่งในห้องรับแขก

สร้างบรรยากาศความเป็นกันเองให้กับห้องรับแขก และบ้านด้วยเปลถักนั่ง และเบาะนุ่ม ๆ รับรองว่าเพื่อนฝูงที่มาบ้านจะต้องประทับใจกับความอบอุ่น และแสนสบาย จนอยากจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ เป็นแน่

7. เปลไม้ตั้งพื้นในห้องนั่งเล่น

หาเปลนั่งเก๋ ๆ มาไว้ที่ห้องนั่งเล่น จัดวางตรงริมหน้าต่าง ได้นั่งเอนหลังมองออกนอกกระจกเพลิน ๆ ตั้งกระถางต้นไม้ต้นโปรดไว้ข้าง ๆ ให้ร่างกายได้รับอากาศบริสุทธิ์ก็คงจะดีไม่น้อยเลย

8. เปลแขวนแบบนอนในห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่นบ้านใครโล่ง ๆ มีพื้นที่ ลองหาเปลญวนมาตั้งหรือผูกดูก็ได้ จัดหาโต๊ะเล็ก ๆ สำหรับวางขนมหรือเครื่องดื่มแก้วโปรดไว้ข้าง ๆ กัน นี่แหละ ! ความสุขเล็ก ๆ ที่หาได้ในบ้านล่ะ

9. เปลไม้นอนเล่นริมหน้าต่าง

เตียงนอนเปลญวนแกว่งไกวให้นอนหลับสบาย ตั้งไว้ในมุมไหนของบ้านก็สวยเก๋ ประดับตกแต่งบ้านให้ดูเป็นกันเอง จะนั่งเล่นนอนเอนหลังก็ผ่อนคลายได้เต็มที่ ยิ่งถ้าวางในห้องที่มีแสงแดดส่องรำไร ล้มตัวลงนอนเมื่อไรนึกว่าไปนอนบนเปลริมชายหาดทุกทีเลย

10. เปลถักไว้นอนอ่านหนังสือ

เพิ่มลูกเล่นให้ห้องโล่ง ๆ ด้วยเปลญวนถัก ยึดกับผนังให้แน่น วางหมอนอิงใบโตลงไป จะหนุนนอนก็ผ่อนคลาย จะเอนกายอ่านหนังสือหรือจะหลับสักตื่นก็แสนจะสบาย

11. ผูกเปลนอนในห้องใต้หลังคา

บ้านใครมีห้องใต้หลังคาหรือนอกชานสวย ๆ ลองหาเปลญวนมาผูกนอนห้อยกับขื่อหรือโครงเสาดูก็ได้นะ เลือกเป็นเปลผ้าถักแบบนุ่ม ๆ จะทิ้งตัวลงไปคราใดก็หลับสบายไม่อยากลุกเลยทีเดียว

12. ผูกเปลนั่งที่สวนหน้าบ้าน

เปลี่ยนบรรยากาศออกมาผูกเปลสวย ๆ ที่สวนหน้าบ้านกันบ้าง กับเปลนั่งแบบสานขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ นั่งชิล ๆ ชมสวนให้เพลินตา หรือจะพักอ่านหนังสือ จิบน้ำ รับอากาศบริสุทธิ์ก็เยี่ยมไปเลย

13. เปลญวนนั่งเล่นกลางสวนหย่อม

ขยับไปได้ทั่วทุกมุมในบ้านกับเปลแบบตั้งพื้น รับน้ำหนักได้ดี จะวางตรงไหนก็เหมาะ อยากจะรับลมเย็น ๆ ที่สวนหย่อม ก็แค่ยกออกมาตั้ง แค่นี้ก็นั่งชิล ๆ ดูพื้นที่สีเขียวในบ้านได้ทั้งวันเลย

14. เปลผ้าหลากสีไว้นอนใต้ร่มไม้

ทำสวนมาเหนื่อย ๆ ก็มานอนพักบนเปลแสนสบายสีสันสวยงามที่ผูกไว้ในสวนหย่อมของบ้าน ความสุขเล็ก ๆ ที่หาได้ในบ้านของคุณ

15. เปลนอนกลางสนามหญ้า

ได้นอนเล่นไกวเปลในสวนท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวสบายตา มีลมเย็นพัดมาเอื่อย ๆ จะอ่านหนังสือสักเล่ม หรือนอนเล่นเพลิน ๆ แค่คิดก็มีความสุขแล้ว

ความปลอดภัยของเปลไกว และเตียงเด็กทารก

การเลือกเปลนอนที่ปลอดภัย

  • เตียงเด็กช่องว่างระหว่างแผ่นไม้ไม่ควรเกิน 2 ⅜ นิ้ว
  • เปลเด็ก หรือเตียงนอนควร เป็นแบบแข็งไม่นุ่มเกินไป และไม่ทรุดลงตามน้ำหนักของเด็ก ควรมีขนาดที่พอดีกับเตียงนอนไม่มีช่องว่าง
  • ด้านข้างของเตียงควรปรับ ให้สูงอย่างน้อย 26 นิ้วเหนือที่นอน ปรับที่นอนให้ต่ำลงเมื่อเด็กสูงขึ้น
  • หัวเตียง และปลายเตียงควร เป็นทรงตันไม่มีลายที่เป็นรอยตัด มุมเสาที่อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือรั้งเสื้อผ้าควรนำออก
  • อย่าใช้เตียงนอนที่รางสามารถดันลงมาได้เพราะไม่ปลอดภัย
  • แผ่นกันกระแทกอาจดูเหมือนว่าช่วยป้องกันให้เด็กไม่บาดเจ็บ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าแผ่นกันกระแทกสามารถป้องกันการบาดเจ็บที่รุนแรงได้ และอาจมีโอกาสทำให้เกิดการรัดคอ หายใจไม่ออกหรือทำให้เด็กติด เด็กที่โตกว่าอาจใช้แผ่นกันกระแทกในการปีนออกไปได้
  • เก็บของเล่นชิ้นใหญ่หรือตุ๊กตานุ่มนอกเตียงนอน เพราะเด็กสามารถใช้ปีนออกมาได้ หมอน ผ้านวม และผ้าห่มหนาๆไม่ควรจะอยู่ในเตียงเพราะเด็กสามารถใช้คลุมโปง และอาจหายใจไม่ออกได้
  • ควรวางที่นอนทารกแรกเกิดให้ห่างจากหน้าต่างเพราะถ้าเด็กโดนแสงแดดตรงๆจะรู้สึกไม่สบาย ตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีสายหรือผ้าม่านใกล้เตียงเพราะอาจรัดคอเด็กได้
  • เมื่อเด็กสูงประมาณ 3 ฟุตจึงเริ่มนอนเตียงธรรมดาได้ หากกลัวว่าเด็กจะตกจากเตียงอาจเริ่มจากให้นอนบนที่นอนบนพื้นก่อน
  • ที่นอนควรมีขนาดพอดีกับเตียงนอนไม่มีช่องว่างระหว่างที่นอนกับเตียงนอน ไม่ให้เด็กนอนบนเตียงน้ำ หนังแกะ หมอน โซฟา ที่วางแขนเก้าอี้  หรือ ที่ที่มีผื้นผิวนุ่ม ไม่ควรวางสิ่งเหล่านี้ในเตียงนอน ผ้าห่มหนา ผ้านวม หมอน ตุ๊กตานุ่ม เด็กอาจหายใจไม่ได้หากติดอยู่ใต้เครื่องนอนหนาๆหรือ โดนหมอนอุดหน้าไว้
  • เด็กไม่จำเป็นต้องใช้หมอนข้างหรืออุปกรณ์ที่ข่วยให้นอนหงาย เพราะทำให้เตียงรก และอาจเป็นอันตรายต่อเด็ก

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับไอเดียการแต่งบ้านด้วยเปลที่เราเอามาฝากกัน จะผูกตรงไหน ตั้งที่มุมใดของบ้าน รับรองว่า สวย เก๋ ถูกใจ ใช้ประโยชน์ได้แน่นอน 

รับออกแบบบ้าน

Uncategorized

10 ไอเดีย Floor Bed หลับสบายบนฟูกนุ่ม ฝันดีทั้งคืนแบบไม่ง้อเตียง

10 ไอเดีย Floor Bed แต่งห้องนอนแบบไม่มีเตียง

10 ไอเดีย Floor Bed หลับสบายบนฟูกนุ่ม ฝันดีทั้งคืนแบบไม่ง้อเตียง  พอเอ่ยถึง ห้องนอน หลายคนก็มักจะนึกถึงเตียงนอนนุ่ม ๆ สถาปนิก เป็นอย่างแรก เพราะจะมีที่ไหนกันล่ะที่เราจะได้ทิ้งตัวลงพักผ่อนร่างกายคลายความเครียดที่มีในแต่ละวันได้ แต่ทำไมเดี๋ยวนี้เรามักจะเห็นห้องนอนในหนังหรือซีรีส์ต่าง ๆ ไม่ค่อยมีเตียงกันเลย กลายมาใช้ฟูกหนา ๆ นุ่ม ๆ สุดแสนจะน่ารัก และทำให้ห้องดูอบอุ่น น่านอนขึ้นด้วย วันนี้เราเลยมีไอเดีย Floor Bed หรือการแต่งนอนแบบไม่มีเตียงหลายสไตล์

Floor Bed สไตล์วินเทจ

บรรยากาศสุดสบายกับฟูกสีขาวหนานุ่มและเครื่องนอนผ้าฝ้าย ในห้องนอนสไตล์วินเทจ ยิ่งได้ของประดับตกแต่งจากธรรมชาติ เช่น เก้าอี้ไม้หวาย โต๊ะไม้ข้างเตียงสุดเก๋ และโคมไฟไม้สาน ก็ยิ่งเข้ากันได้อย่างลงตัวเลย

Floor Bed เอาใจคนรักธรรมชาติ
สายธรรมชาติต้องชอบไอเดียนี้ เพราะฟูกที่นอนสีขาวสะอาดตา ตัดกันได้ดีกับแผ่นไม้สูงที่เป็นผนังหัวเตียง เพิ่มสีเขียวให้กับห้องด้วยกระถางต้นไม้ใบสวย ๆ และเฟอร์นิเจอร์ไม้อย่างที่แขวนเสื้อผ้าโต๊ะข้างเตียง และตะกร้าใส่ของแขวนผนังเก๋ ๆ

Floor Bed สีเอิร์ธโทน
เอาใจคนชอบธรรมชาติกับห้องนอนสไตล์เอิร์ธโทน ด้วยฟูนุ่มหนาและเครื่องนอนโทนสีน้ำตาลและเขียว คู่กับเฟอร์นิเจอร์ไม้ดีไซน์เก๋ ทั้งราวแขวนผ้าแบบบันไดไม้ ตู้เก็บของ และโคมไฟ เพียงเท่านี้ก็ได้ห้องนอนแสนอบอุ่น สบายตาแล้ว

Floor Bed สีขาวสบายตา
ฟูกนุ่ม ๆ ขนาดคิงไซซ์ จัดวางในห้องแสนอบอุ่น มีหน้าต่างบานใหญ่รับแสงแดดยามเช้าที่สดชื่น เพิ่มความเป็นธรรมชาติด้วยเก้าอี้บุนวมนุ่มนิ่ม และกระถางต้นไม้ทั้งแบบตั้งพื้นและแขวนผนัง สบายขนาดนี้ใครจะอยากออกไปไหนได้อีก

Floor Bed สไตล์ลอฟท์
เพิ่มความสบายให้กับห้องนอนสไตล์ลอฟท์ ด้วยฟูกที่นอนขนาดใหญ่ที่แสนนุ่ม เข้ากันได้ดีกับเสน่ห์ของผนังปูนเปลือยแบบดิบ ๆ และผนังอิฐโชว์แนว เพื่อไม่ให้ห้องโล่งเกินไป ก็ลองหาต้นไม้ใบสวยชิค ๆ และเปลี่ยนจากเก้าอี้เป็นเปลไว้นั่งเล่น ช่วยเพิ่มความเก๋ให้กับห้อง

Floor Bed สไตล์ลอฟท์สีขาว
ห้องนอนแบบเรียบง่าย แต่แฝงความเท่ไว้กับผนังอิฐโชว์แนวสีขาวสไตล์ลอฟท์ เข้ากันได้ดีกับฟูกและเครื่องนอนหรูโทนสีเทา และเฟอร์นิเจอร์แบบมินิมอลอย่างโต๊ะหัวเตียงและชั้นวางของสไตล์เก๋ ไม่ว่าใครก็อยากเป็นเจ้าของแน่นอน

Floor Bed สไตล์สแกนดิเนเวีย
ฟูกขนาดพอเหมาะ กับห้องนอนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายในโทนสีขาวสว่าง โล่งโปร่ง สะอาดตา เพิ่มพื้นที่ใช้สอยด้วยชั้นวางของและราวแขวนเสื้อผ้าเก๋ ๆ ทำให้ห้องนอนกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สงบและผ่อนคลายแล้ว

Floor Bed สไตล์โมเดิร์น
เรียบหรูดูดีกับการเลือกใช้สีเทาในการตกแต่งห้องนอน ทั้งฟูก เครื่องนอน และเฟอร์นิเจอร์สไตล์เก๋ในโทนเดียวกัน ทำให้เกิดความกลมกลืนและเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความทันสมัยและสวยงามน่านอนมาก ๆ เลย

Floor Bed สไตล์รัสติก
แนวการแต่งห้องนอนสไตล์รัสติกเน้นโทนสีเทาเป็นหลัก โดยเลือกเครื่องนอนและเฟอร์นิเจอร์ไล่เฉดสีเทาเข้ม-อ่อนอย่างสวยงาม ทั้งชั้นตะแกรงสำหรับวางของและเก้าอี้นวมบุหนังน่านั่ง เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความเรียบง่ายของสไตล์วินเทจและความหรูหราของสไตล์โมเดิร์น

Floor Bed คัลเลอร์ฟูล

เพิ่มสีสันให้ชีวิตตั้งแต่ในห้องนอนกันเลย กับฟูกแน่นหนานุ่มและเครื่องนอนสีสวย เพิ่มความโดดเด่นด้วยเก้าอี้นั่งเล่นและโต๊ะเล็ก ๆ สีเหลืองสดใส และมีชั้นวางของสีอ่อนสไตล์เก๋ไว้เป็นที่พักสายตา ถ้าได้นอนในห้องแบบนี้คงรู้สึกสดชื่นแจ่มใส และมีพลังในทุก ๆ วันอย่างแน่นอน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับไอเดีย Floor Bed หรือการแต่งห้องนอนแบบไม่มีเตียงที่เรานำมาฝากกัน ใครอยากมีห้องนอนสวย ๆ แต่ไม่อยากวางเตียงจนเต็มพื้นที่ ลองหาฟูกนุ่ม ๆ มาแทนดู รับรองว่านอนสบายไม่แพ้กัน

ห้องนอน ถือเป็นห้องที่สำคัญมาก เพราะเป็นสถานที่ที่เราใช้พักผ่อนจากความเหน็ดเหนื่อยในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม เราสามารถเอาหลักฮวงจุ้ยมาปรับเข้ากับห้องนอนได้ ซึ่งไม่ได้แค่ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่หากจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง ยังส่งผลทางบวกกับชีวิตในด้านอื่น ๆ ด้วย ได้นำหลักฮวงจุ้ยห้องนอน มาฝาก มีทั้งฮวงจุ้ยห้องนอนที่ทำให้ร่ำรวย ฮวงจุ้ยห้องนอน ตามวันเกิด ทิศนอน พร้อมวิธีแก้ฮวงจุ้ยห้องนอน

1. จัดเตียงตามหลักฮวงจุ้ย

– หัวเตียงต้องแข็งแรง

หัวเตียงที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยต้องมั่นคงและแข็งแรง ทำจากไม้ หรือเป็นแบบบุนวม เพื่อเป็นการผสมผสานระหว่างความมั่นคงและอ่อนโยน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมพลังฮวงจุ้ยที่ดีได้ ทั้งนี้ เนื่องจากเวลาที่เราหลับ ร่างกายจะเข้าสู่ระบบซ่อมแซมที่ซับซ้อน จิตใต้สำนึกของเราจะต้องการผู้คุ้มกัน เสมือนเราต้องการที่พิงหลังเวลานั่งเก้าอี้นั่นเอง
– ฟูกนอนต้องรองรับสรีระ

ฟูกนอนในท้องตลาดมีให้เลือกหลายแบบ ดังนั้นลงทุนกับอันที่ให้ความผ่อนคลายและหลับสบายที่สุด โดยถือหลักที่ว่ายิ่งนอนหลับสบายเท่าไหร่ สุขภาพก็จะดีเท่านั้น ข้อสำคัญคืออย่าซื้อฟูกมือสองมาใช้ เพราะเราไม่รู้ว่าเจ้าของเก่าทิ้งพลังงานอะไรเอาไว้บ้าง
– ความสูงของเตียงต้องพอดี

เตียงที่ดีต้องสูงพอที่พลังงานด้านดีจะไหลผ่านใต้เตียงได้ ส่วนเตียงที่มีลิ้นชักเก็บของ ถือว่าเป็นเตียงที่ไม่ดีตามหลักฮวงจุ้ย เนื่องจากพลังงานต้องหมุนเวียนได้ในขณะที่เราหลับ ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าพื้นใต้เตียงของเราปิดทึบ
– เตียงต้องห่างจากประตูให้มากที่สุด

ตําแหน่งวางเตียงนอนควรวางให้ห่างจากประตูให้มากที่สุด และวางในตำแหน่งทแยงมุม ไม่ใช่แนวเดียวกับประตู โดยเราต้องมองเห็นประตูในขณะที่อยู่บนเตียงได้ แต่ไม่ใช่อยู่ตรงกลางประตู หลักการนี้ปรับใช้กับประตูอื่น ๆ ด้วย เช่น ประตูออกไประเบียง ประตูห้องน้ำ ประตูตู้เสื้อผ้า เพราะตำแหน่งประตูจะส่งผ่านพลังชี่ที่มากเกินไปสู่เตียงนอน หรือถ้าว่ากันตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เตียงที่อยู่ใกล้ประตูจนเกินไปจะทำให้เราตกใจได้เวลามีคนเปิดเข้ามา

– เตียงต้องชนกับผนัง

นอกเหนือจากหัวเตียงที่มั่นคงแข็งแรงแล้ว หัวเตียงควรชนกับผนัง โดยไม่ควรตั้งลอย ๆ กลางห้อง หรือชนกับหน้าต่าง เพราะเวลาที่เราหลับพลังงานจะอ่อนแอ ดังนั้นกำแพงที่แข็งแรงจะช่วยป้องกันและส่งเสริมพลังให้แก่เราได้
– เว้นที่ว่างข้างเตียงให้เท่ากัน

วิธีนี้จะช่วยสร้างความสมดุลในขณะที่เราหลับ นอกจากนี้อาจวางโคมไฟไว้บนโต๊ะข้างเตียงทั้งสองด้าน เพื่อสร้างแสงสว่างอย่างสมดุล ซึ่งจะส่งเสริมเรื่องความสัมพันธ์ได้ ส่วนโต๊ะข้างเตียงควรใช้โต๊ะกลมมากกว่าโต๊ะสี่เหลี่ยม เพราะโต๊ะสี่เหลี่ยมมีมุมแหลมอาจสื่อถึง “ศรพิษ” ทางฮวงจุ้ย ซึ่งก่อพลังลบได้
– วางเตียงให้ห่างจากโทรทัศน์ โต๊ะทำงาน หรือสิ่งของรบกวนอื่น ๆ

อันที่จริงแล้วเราไม่ควรมีโทรทัศน์หรือโต๊ะทำงานอยู่ในห้องนอนด้วยซ้ำ เพื่อให้ห้องนอนเป็นที่พักผ่อนอย่างแท้จริง โทรทัศน์ที่ตั้งในห้องนอนจะนำพาบุคคลที่สามเข้ามาในชีวิตคู่ แต่ถ้าพื้นที่บ้านจำกัดให้วางโทรทัศน์หรือโต๊ะทำงานให้ห่างจากเตียงที่สุด และควรหาผ้ามาคลุมโทรทัศน์หรือโต๊ะเวลาไม่ใช้งาน
2. วิธีแก้ฮวงจุ้ยห้องนอน หลีกเลี่ยงพลังงานลบ

– หลีกเลี่ยงกระจกที่ตรงกับเตียงนอน หรือตู้เสื้อผ้าที่ประตูเป็นกระจก

ฮวงจุ้ยห้องนอน กระจกเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าเคลื่อนย้ายกระจกเหล่านั้นออกไปไม่ได้ ให้หาผ้ามาคลุมไว้ เพราะกระจกจะรบกวนการนอนเรา กระจกที่ตรงกับเตียงนอนจะทำให้เกิดปัญหามือที่สามในชีวิตคู่ นอกจากนี้กระจกยังแฝงพลังงานที่มากเกินไปสำหรับการพักผ่อนอีกด้วย
– หลีกเลี่ยงการวางเตียงใต้คานบ้าน

คานบ้านจะทำให้รู้สึกกดดัน ซึ่งรบกวนการนอนหลับได้ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้หาผ้ามาปิดคานบ้านไว้ หรือแขวนขลุ่ยไม้ไผ่โดยห้อยส่วนที่ใช้เป่าลง วิธีนี้เชื่อว่าจะสกัดสิ่งไม่ดีจากด้านบนได้
– อย่ามีสิ่งของเกี่ยวกับน้ำไว้ในห้อง

ไม่ว่าจะเป็นน้ำพุ ตู้ปลา หรือรูปภาพเกี่ยวกับน้ำ เพราะเชื่อว่าจะทำให้เสียทรัพย์ ดังนั้นทางที่ดีให้นำไปตั้งไว้ห้องอื่นเสีย
– อย่าตั้งต้นไม้หรือดอกไม้ไว้ในห้องนอน

ต้นไม้สัมพันธ์กับพลังหยางหรือพลังร้อน ซึ่งจะรบกวนการนอนหลับของเราได้ แต่ถ้าไม่มีที่ตั้งอื่นสำหรับต้นไม้ ให้ตั้งไว้ให้พ้นตำแหน่งสายตาเวลาอยู่บนเตียงนอน
– ห้ามปล่อยให้รอบเตียงรก หรือผลักเตียงด้านหนึ่งไปชิดผนัง

ที่ห้ามเช่นนี้เพราะพลังชี่จะหมุนเวียนไม่สะดวก และส่งผลร้ายต่อชีวิตส่วนตัวได้ เตียงที่ชนผนังและมีคนต้องนอนด้านใน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ติดชะงักได้ นอกจากนี้รอบเตียงที่รกจะนำชีวิตไปสู่ความยุ่งเหยิง
– เก็บหนังสือไว้ที่อื่น

ถ้าเป็นหนังสือ 2-3 เล่ม เอาไว้อ่านก่อนนอนไม่เป็นไร แต่ถ้าเยอะกว่านั้น เราจะรู้สึกถูกล้อมด้วยกองทัพหนังสือ ห้องนอนเป็นสถานที่สำหรับการนอนหลับพักผ่อน หนังสือจำนวนมากมายจะทำห้องนอนเหมือนห้องทำงาน
3. สร้างสมดุลด้วยสี

– เติมสีของธาตุไฟเพื่อเพิ่มพลังและน่าหลงใหล

สีของธาตุไฟจะเสริมพลังเกี่ยวกับการงานและช่วยให้เป็นที่ยอมรับ นอกจากนี้ยังเชื้อเชิญความโรแมนติกและความน่าหลงใหลมาสู่ชีวิตและห้องนอนอีกด้วย โดยสีของธาตุไฟ ได้แก่ แดง ส้ม ม่วง ชมพู เหลืองแก่
– เติมสีเอิร์ธโทนเพื่อความสมบูรณ์และมั่นคง

พลังความแข็งแรงและกลมกลืนจากธาตุดินจะช่วยทำให้บ้านสมบูรณ์และยังปกป้องความสัมพันธ์ สีของธาตุดิน ได้แก่ เหลืองอ่อน เบจ หรือนำของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ โทนสีแดง ม่วง ทอง อาทิ โคมไฟหรือเชิงเทียน
– เติมสีโลหะ เพื่อความชัดเจนและแม่นยำ

ตามหลักฮวงจุ้ย ธาตุโลหะจะนำความแม่นยำ ชัดเจน และมีประสิทธิภาพมาให้ ถ้าห้องนอนของเรามีสีนี้เป็นโทนหลัก จะช่วยให้ชีวิตชัดเจนและสว่างไสว สีของธาตุโลหะ ได้แก่ เทา ขาว
– เติมสีพาสเทลเพื่อความสงบสุขและผ่อนคลาย

ก่อนสิ้นสุดแต่ละวัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรู้สึกผ่อนคลายอยู่บนเตียงและนอนหลับฝันดี แสงไฟที่นุ่มนวล ความนุ่มของเตียง และสีพาสเทลในห้องนอน จะช่วยสร้างเสริมจิตใจที่สงบสุขได้ สีพาสเทล ได้แก่ ฟ้าอ่อน ชมพูอ่อน เขียวอ่อน ม่วงอ่อน
4. ฮวงจุ้ยควรรู้อื่น ๆ

– ทำเตียงนอนให้เหมือนโอเอซิส

ห้องนอนควรเป็นสถานที่หลบภัย ที่เราใช้หลีกหนีจากความเครียดในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ครอบครัว สุขภาพ หรือเพื่อน ดังนั้นอย่าทำให้ห้องนอนเป็นสถานที่เก็บสิ่งของที่ไม่มีที่ไว้ ห้องนอนควรจะเป็นเหมือนแหล่งน้ำโอเอซิสกลางทะเลทราย ที่มีไว้เมื่อเราต้องการจะพัก
– ใช้แสงที่นุ่มนวล

ตามหลักฮวงจุ้ยที่ดี เราควรหลีกเลี่ยงไฟที่สว่าง สีฉูดฉาด หรือไฟบนเพดานที่อยู่เหนือตำแหน่งเตียงนอน แต่ให้ใช้โคมไฟตั้งโต๊ะที่ให้แสงนุ่มนวล และพยายามปล่อยให้แสงธรรมชาติเข้ามาให้มากที่สุด
– อย่าตั้งเตียงนอนระหว่างประตูกับหน้าต่าง

ถ้าเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงการวางเตียงไว้ระหว่างประตูกับหน้าต่าง เพราะจะปะทะกับพลังชี่ที่ไหลผ่าน 2 ช่องนั้นได้ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้หาผ้าม่านหน้าต่างดี ๆ มาสกัดพลังด้านลบ นอกจากนี้หลีกเลี่ยงการนอนตรงกับหน้าต่าง เพราะจะทำให้นอนหลับไม่สบายได้
– ติดรูปภาพที่สร้างแรงบันดาลใจไว้ในห้อง

แขวนรูปวิวจากธรรมชาติ หรือสถานที่ต่าง ๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อส่งผ่านความรู้สึกสงบสุขให้กับจิตใจ แต่ภาพกราฟิก ภาพน่ากลัว หรือรบกวนใจ ไม่ควรติดในห้องนอน ควรติดรูปที่สร้างสรรค์เอาไว้ในตำแหน่งที่เมื่อเราตื่นนอนสามารถมองเห็นได้ทันที เพื่อเป็นการเริ่มต้นจิตใจที่ดีให้กับวันใหม่
– กำจัดเสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้ว

เปิดตู้และรื้อเสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้ว นำไปให้เพื่อนหรือบริจาคให้มูลนิธิต่าง ๆ เสื้อผ้าเก่าที่ยังเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าจะกันโอกาสใหม่ ๆ ที่จะเข้ามา การกำจัดเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วจึงเป็นการเปิดช่องให้มีพื้นที่สำหรับสิ่งใหม่
– หลีกเลี่ยงการติดรูปคนที่จ้องมองมายังเรา

เราสามารถจะติดรูปครอบครัวไว้ในห้องนอนได้ แต่ให้หลีกเลี่ยงรูปที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมอง โดยเฉพาะหากมีหลาย ๆ รูป ยิ่งจะทำให้เหมือนเราถูกล้อมด้วยสายตาเหล่านั้นจนนอนหลับไม่สบายได้

 

รับออกแบบบ้าน

Uncategorized

ซีรีส์เกาหลี รีวิว Nevertheless รักนี้ห้ามไม่ได้ Friend With Benefit

ซีรีส์เกาหลี รีวิว Nevertheless รักนี้ห้ามไม่ได้ Friend With Benefit

Nevertheless รักนี้ห้ามไม่ได้ ซีรีส์ Netflix 10 ตอนจบ เรื่องราวแนวโรแมนติกแบบเรียลๆ ของความสัมพันธ์แบบพิเศษที่เป็นพิษ ผ่านตัวพระเอกที่มีเสน่ห์เกินต้าน แต่กลับเลวร้ายต่อหัวใจมาก

ซีรีส์ที่ทำมาจากเว็บตูนในชื่อเดียวกัน (คลิกอ่านเว็บตูนแปลไทยที่นี่) และแอบอื้อฉาวด้วยเรต 18+ ในเกาหลี แต่มาลงในเน็ตฟลิกจะเป็นเรต 16+ ด้วยเรื่องแนวอีโรติกเบาๆ ด้วยพล็อตเรื่อง่ายๆ คือ นาบี นักศึกษาสาวศิลปะที่พึ่งเลิกแฟนจอมเจ้าชู้มาหมาดๆ ต้องมาพบกับเสน่ห์ชวนเคลิ้มของพัคแจออนเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยจอมเจ้าชู้ที่ไม่เคยคิดคบใคร ทำให้นาบีที่เกลียดกลัวความรักต้องเข้าไปพัวพันในสัมพันธ์สวาทแบบเพื่อนคู่ขาที่ต้องไม่คาดหวังความรักจากกัน

รีวิว รักนี้ห้ามไม่ได้ ซีรีส์ที่ว่าด้วย Friend with benefit กับ ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (ไม่มีสปอยล์) 1ฟังพล็อตแล้วหลายคนอาจจะงงๆ กับความสัมพันธ์แบบนี้ ต้องอธิบายก่อนว่ามันคือความสัมพันธ์แบบ เฟรนด์วิทเบเนฟิท (Friend with benefit) หรือที่ย่อๆ ว่า FWB นั่นเอง ก็คือตัวเอก พัคแจออน (รับบทโดยซงคัง) เป็นคนที่มีแนวคิดไม่ครบใคร ไม่ผูกมัดตัวเองกับใคร แต่หว่านเสน่ห์ใส่ผู้หญิงที่เขาชอบได้หลายคน มี SEX กับหลายคน เป็นเพื่อนดูแลเทคแคร์กันได้ แต่ก็ไม่ผูกมัดกับใครสักคน ซึ่งจะมองว่าเจ้าชู้ก็ได้ เพราะเจ้าตัวก็หล่อบริหารเสน่ห์เก่ง แต่ก็ตรงไปตรงมากับความสัมพันธ์แบบนี้จริงๆ ไม่ได้ปกปิดหรือซ่อนเร้นแบบที่ผู้ชายเจ้าชู้ส่วนใหญ่ทำกัน ซึ่ง FWB กับผู้หญิงอาจจะเข้าใจยากสักหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ไม่มี เพราะความสัมพันธ์แบบนี้คือมาจากทางตะวันตก ที่เขาสำรวจมาแล้วว่ามีแบบนี้เยอะมาก เป็นมากกว่าเพื่อนนิดนึง แต่ก็ไม่ใช่กิ๊กเพราะไม่ได้คบหาใคร เรียกว่าเพื่อนนอนก็ได้ ซึ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดจริงๆ เพราะเป็นการตกลงใจกันทั้งสองฝ่ายโดยไม่ได้ปิดบังอะไรกันในความสัมพันธ์แบบนี้

แต่ปัญหาที่มักเกิดกับ FWB คือการข้ามเส้นความรู้สึกไปรัก ไปหึงหวง อยากครอบครองไว้คนเดียว อยากอวดว่าเป็นแฟนอะไรแบบนี้ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ ซึ่งในซีรีส์เรื่องนี้เมนหลักก็คือการนำเสนอความสัมพันธ์แบบใหม่นี้ โดยมีพัคแจออนเป็นตัวเอก แต่ไม่ใช่พระเอก เพราะในเรื่องยังมีตัวเอกอีกคนตามมาในภายหลัง และมีนาบีเป็นผู้หญิงที่ตกเข้ามาในบ่วงความสัมพันธ์แบบนี้โดยไม่รู้ตัวว่ามีผู้ชายแบบนี้จริงๆ แม้เธอเองพึ่งเจ็บมาหมาดๆ ในตอนเปิดเรื่องกับแฟนเก่าที่เอาร่างกายเธอไปทำงานศิลป์อุจาดโดยไม่บอก อีกทั้งยังนอกใจคาตา ซึ่งแม้เธอจะเข้มแข็งตัดความสัมพันธ์บอกเลิกมาได้ทันที แต่การมาเจอกับพัคแจออนโดยบังเอิญกลับหลงเสน่ห์กับเบ้าหน้าเขาตั้งแต่แรกพบ แถมยังพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาทำดีกับเธอเป็นพิเศษกว่าใคร แม้เพื่อนที่รู้จักพัคแจออนดีว่าเป็นคนยังไงจะเตือนเธอแล้วก็ตาม สุดท้ายก็ห้ามใจให้หลงรักไม่ได้ ตามชื่อเรื่องนี้เลย (nevertheless ชื่ออังกฤษก็แปลความหมายในทำนองเดียวกันคือ ถึงแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น)

รีวิว  รักนี้ห้ามไม่ได้ ซีรีส์ที่ว่าด้วย Friend with benefit กับ ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (ไม่มีสปอยล์) 2เนื้อเรื่องอาจจะดูว่านาบีเป็นเหมือนผู้หญิงโง่ซ้ำแล้วซ้ำอีกกับความรัก แต่นี่คือพ้อยท์หลักของซีรีส์เรื่องนี้เลยที่กล้าสะท้อนความจริงอันเจ็บปวดแบบไม่อ้อมค้อมบิดเบือนเรื่องราวไปแนวโรแมนซ์ขายฝันแบบซีรีส์เกาหลีเรื่องอื่นๆ ซึ่งคนดูเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผู้หญิงแบบนี้จริงๆ รวมถึงผู้ชายแบบพัคแจออนก็ด้วย ตัวเรื่องนำเสนอความสัมพันธ์แบบ Toxic Relationship “ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ” ซึ่งก็เป็นความผิดของนาบีเองด้วยที่เล่นกับไฟ หลงไปกับผู้ชายแบบนี้ ซึ่งเรื่องราวจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดของการขีดเส้นความสัมพันธ์ไว้แค่ FWB แม้อาจจะมีบางคราวที่เหมือนพัคแจออนจะยอมข้ามเส้นมา แต่เนื้อแท้ของเขาก็ไม่เปลี่ยนไปในตอนจบอยู่ดี ซึ่งจุดนี้เองผู้ชมที่พึ่งเริ่มดูต้องทำความเข้าใจก่อนว่า นี่ไม่ใช่ซีรีส์รักโรแมนติกที่สวยงาม แต่เป็นซีรีส์โรแมนติกที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด และก็ไม่ใช่ซีรีส์หักมุม ชิงไหวพริบ แม้ตัวนางเอก Han So-Hee จะเล่นบท ดาคยอง เมียน้อยจาก A World of Married Couple แต่บทของนาบีคือตรงกันข้ามเลย เธอเป็นผู้หญิงซื่อๆ ที่ติดบ่วงหลงเข้ามาในความสัมพันธ์นี้เองแล้วหาทางออกไปไม่ได้ ซึ่งก็คือความเรียลของเรื่องราวจริงๆ ในสังคมนี่แหละคือจุดขายของเรื่องนี้

รีวิว  รักนี้ห้ามไม่ได้ ซีรีส์ที่ว่าด้วย Friend with benefit กับ ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (ไม่มีสปอยล์) 3ต้องบอกว่าแม้เรื่องราวจะเจ็บปวดและให้ตัวเอกอย่างพัคแจออนเป็นผู้ชายเชี่ยๆ ไม่กี่เรื่องที่เกาหลีทำออกมา แต่จุดนี้เองก็เป็นจุดขายที่มาแรงกว่าเรื่องราวที่กล่าวมามาก เพราะเอาจริงๆ คือซีรีส์เรื่องนี้มีกลุ่มทาเก็ตโดยเฉพาะเลยคือขายสาวๆ ที่ขอแค่ดูซงคัง ดาราหนุ่มรูปหล่อในคราบแบดบอยเจ้าเสน่ห์ที่ขยันโปรยทุกฉากที่ออกมา ซึ่งซีรีส์ก็ขายจุดนี้ก็ตรงๆ ทุกฉากที่ซงคังอ่อยนาบีคือเสน่ห์ที่ใจเกินต้านทานได้จริงๆ เขาคือดาราที่เหมาะมากกับบทนี้ แม้อาจจะไม่ได้หล่อแบบที่สุด แต่เสน่ห์อ่อยนี่เหลือล้นมากๆ ทุกจังหวะมีการรุกเบาๆ เข้าถึงเนื้อถึงตัว ชวนไปห้องด้วยการบอกว่าไปดูผีเสื้อ (พัคแจออนสักผีเสื้อไว้ที่หลังคอและชอบผีเสื้อ) ซึ่งบทนี้ไม่ใช่ผู้ชายสายรุกแบบขอแค่มี SEX แต่คือเขาก็เอาใจใส่ผู้หญิงที่หมายตาไว้จริงๆ เพียงแต่ว่าไม่ได้ทำแบบนี้คนเดียว แต่ก็ไม่ได้คบกับใคร แต่ผู้หญิงที่ติดบ่วงเขาก็อยากข้ามเส้นนั้นไปกันทั้งนั้น ซึ่งรวมถึงนาบีเองด้วย และก็ดูจะอาการหนักกว่าใคร เพราะบทเรียนที่เธอพึ่งได้รับมาเจ็บปวดก็แอบระแวงอยู่นิดๆ ซึ่งการขีดเส้นหัวใจไว้ยิ่งกลายเป็นการเพิ่มความรู้สึกอยากเอาชนะของพัคแจออนเข้าไปให้ได้อีก แต่ไม่ใช่ความรัก มันคือ SEX ที่เขามองหาอยากได้จากตัวนาบีต่างหาก ซึ่งเรื่องก็มีฉากแนวนี้อยู่พอสมควร แต่ไม่ได้แรงถึงขั้นเห็นอะไรแบบนั้น แต่แค่นี้ก็น่าจะตอบสนองแฟนๆ ที่มาดูซงคังได้เกินพอแล้วเช่นกัน

รีวิว Nevertheless รักนี้ห้ามไม่ได้ ซีรีส์ที่ว่าด้วย Friend with benefit กับ ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (ไม่มีสปอยล์) 4แล้วพระเอกจริงๆ มีบทในฐานะอะไรในเรื่องนี้ ในซีรีส์ตอนนี้ยังไม่มีบทออกมา แต่ “ยังโดฮยอก” (รับบทโดย Chae Jong-Hyeop จากซีรีส์ Sisyphus: The Myth ในบทซัน หนุ่มหน้าใสที่แอบหลงรักนางเอก) คือเพื่อนสมัยเรียนที่แอบชอบนางเอก และก็เป็นยูทูบเบอร์ในตอนนี้ ตามบทจริงๆ ดูเหมือนพระรองที่มารับบทโอบอุ้มความบอบช้ำขางนาบีจากพัคแจออนมากกว่า ซึ่งกว่าจะสมหวังนั่นคือจบเรื่องนี้แล้ว และตัวเรื่องก็ไม่ได้เป็นแนวรักสามเส้าทุกข์ระทมอะไรมากนัก เพราะโครงเรื่องหลักก็ยังอยู่ที่ความสัมพันธ์เป็นพิษของนาบีที่ลุ่มหลงพัคแจออนมากว่า

รีวิว รักนี้ห้ามไม่ได้ ซีรีส์ที่ว่าด้วย Friend with benefit กับ ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (ไม่มีสปอยล์)

รักนี้ห้ามไม่ได้ ซีรีส์ลง Netflix มีทั้งหมด 10 ตอน ฉายทุกคืนวันเสาร์หลัง 5 ทุ่มไป อาทิตย์ละตอน ตอนละชั่วโมงกว่า อาจจะดูอืดๆ บ้างกับเนื้อเรื่อง แต่ถ้าใครชอบแนวเรียลๆ ความแตกต่างจากความสัมพันธ์แบบ FWB ที่มีพระเอกเป็นคนแบบนี้ อาจจะดูเชี่ยมาก แต่แตกต่างจากซีรีส์เกาหลีขายฝันโดยส่วนใหญ่ แนะนำเลยว่าดี แต่ถ้าไม่อินกับอะไรแบบนี้ก็ข้ามไปได้เลยเช่นกันครับ

 

สรุป

ซีรีส์แนวโรแมนติกแบบเรียลๆ ดาร์คๆ เรื่องราวในแต่ละฉากดูขายฝันมีเสน่ห์จากตัวพระเอก แต่กลับเจ็บปวดจากความจริงและไปลงที่นางเอกทั้งหมด อาจจะดูอืดๆ บ้างกับเนื้อเรื่องที่ไม่ค่อยไปไหน แต่ถ้าใครชอบแนวเรียลๆ ความแตกต่างจากความสัมพันธ์แบบ FWB ที่มีพระเอกเป็นคนแบบนี้ อาจจะดูเชี่ยมาก แต่ก็แตกต่างจากซีรีส์เกาหลีขายฝันโดยส่วนใหญ่ แนะนำเลยว่าดี แต่ถ้าไม่อินกับอะไรแบบนี้ก็ข้ามไปได้เลยเช่นกันครับ

OVERALL
7/10
เรตติ้งเฉลี่ยจากผู้อ่าน 0 (0 votes)
จุดเด่น

ความเรียลของเรื่องราวความสัมพันธ์แบบใหม่ Friend with benefit ที่มีตัวพระเอกเป็นคนแบบนี้
ความสวยของนางเอกที่ชวนดูจริงๆ
ซงคังในมาดแบดบอยรุ่นใหม่ที่หว่านเสน่ห์อ่อยทุกฉาก
มีฉากโรแมนติกกับอีโรติกเบาๆ อยู่ตลอด
ซีรีส์สั้นมีแค่ 10 ตอนจบ
จุดด้อย

นางเอกอาจจะดูโง่ยอมเผลอใจซ้ำแล้วซ้ำอีก (แต่เป็นการนำเสนอแบบเรียลๆ ตามจริง)
เนื้อเรื่องไม่ได้มีปมอะไรมาก

5 เหตุผลที่  รักนี้ห้ามไม่ได้ จะทำให้คุณฟินสลบ กนี้ห้ามไม่ได้ รักนี้ห้ามไม่ได้ ซีรีส์ใหม่ล่าสุดจากเน็ตฟลิกซ์

เล่าเรื่องราวของความรักที่ผลิบานระหว่างเพื่อนร่วมชั้นในวิทยาลัยศิลปะที่ถ่ายทอดโดยซงคังและฮันโซฮี เป็นเรื่องราวของยูนาบี (ฮันโซฮี) ซึ่งไม่เชื่อในความรักแต่ก็ยังอยากจะลองคบหาใครสักคน และพัคแจออน (ซงคัง) มักสนุกสนานกับการจีบสาว แต่รู้สึกว่าการคบใครสักคนเป็นเรื่องยุ่งยากน่ารำคาญ แม้ทั้งสองจะมีมุมมองต่อความรักและการคบใครสักคนต่างกัน พวกเขาก็ได้เริ่มต้นกันด้วยความสัมพันธ์กุ๊กกิ๊กตามประสา friends-with-benefits ลองมาดูกันว่าเหตุผลที่จะทำให้แฟน ๆ ต้องรอชมและหลงรักซีรีส์เรื่องนี้มีอะไรบ้าง

สร้างจากเว็บตูนชื่อดัง

ซีรีส์ความยาว 10 ตอนนี้สร้างจากเว็บตูนชื่อเรื่องเดียวกันที่ครองใจแฟน ๆ มาแล้วทั่วโลก คิมการัม ผู้กำกับและอำนวยการสร้างซีรีส์ กับฮันโซฮีเองก็กล่าวว่าทั้งคู่ต่างเป็นแฟนเว็บตูนเรื่องนี้เช่นกัน คิมการัมเล่าว่าตั้งแต่ตอนที่เธอได้อ่านเว็บตูน เธอก็อยากจะสร้างเรื่องราวของเว็บตูนนี้เป็นซีรีส์ที่ใช้คนแสดง ที่จะแสดงให้เห็นภาพของความรักและความสัมพันธ์ที่สมจริง ซึ่งต้องลองไปชมกันดูว่าซีรีส์กับเว็บตูนจะเหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้าง

ความโรแมนซ์ที่สมจริง

แน่นอนว่าซีรีส์รักโรแมนติกของเกาหลีมีให้ชมกันเป็นจำนวนมหาศาล แต่ส่วนมากจะค่อนข้างแฟนตาซีมากกว่าจะตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง รักนี้ห้ามไม่ได้ (Nevertheless) มีฉากกุ๊กกิ๊กหวานแหววที่หลาย ๆ คนชื่นชอบในซีรีส์รักโรแมนติก แต่ขณะเดียวกันก็บอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงว่าความสัมพันธ์ของคู่รักสมัยนี้นั้นเป็นอย่างไร ซงคังกล่าวถึงสาเหตุที่บทนี้ดึงดูดเขาว่า “มันมีความหวาน ความโรแมนติก ที่เรามักคาดหวังจากความรักวัยรุ่น แต่ก็มีสิ่งอื่น ๆ ที่ทำให้เรื่องราวแตกต่างออกไป และทำให้มันโดดเด่นครับ” ว่ามาขนาดนี้ก็มั่นใจได้เลยว่าความรักโรแมนติกสุดสมจริงของวัยนักศึกษามาแน่!

ตัวละครที่ใกล้ชิดกับผู้ชม

คิมการัมเล่าถึงชื่อเรื่อง รักนี้ห้ามไม่ได้ และเหตุผลที่ผู้ชมจะรู้สึกเชื่อมโยงไปกับเรื่องราวของตัวละครในเรื่องนี้ว่า เราจะยังคงตกหลุมรักใครสักคนอยู่ดี แม้จะรู้ว่าจะลงเอยด้วยความเจ็บปวด ซีรีส์ รักนี้ห้ามไม่ได้ (Nevertheless) บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางความเจ็บปวดและสิ้นหวัง ฮันโซฮี พูดว่า “ฉันอยากจะแสดงให้ทุกคนเห็นถึงด้านที่ซื่อตรงและการแสดงอารมณ์ของตัวละครนี้ออกมาอย่างตรงไปตรงมา และหวังว่าผู้ชมจะอินไปกับเรื่องราวของตัวละครของฉันนะคะ” ไม่ว่าคุณจะเคยมีประสบการณ์ความรักในรูปแบบไหนมาก่อนในอดีต หรือกำลังจะได้สัมผัสประสบการณ์ความรักในอนาคต เหล่าตัวละครจากเรื่องนี้ก็ยังจะมีมุมที่คุณจะเข้าถึงและสัมผัสได้อยู่ดี

แคสติ้งนักแสดงที่สมบูรณ์แบบ

การแคสติ้งของ ซงคัง และ ฮันโซฮี นั้นได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก คิมการัม กล่าวว่า “ฉันนึกถึงซงคัง และฮันซอฮีตั้งแต่ตอนที่ได้อ่านเว็บตูนแล้วค่ะ ซึ่งโชคดีมากที่ทั้งสองคนต่างก็ชอบตัวเว็บตูนเอามาก ๆ และยังอยากทำงานกับฉันด้วยค่ะ” ซึ่งนักแสดงทั้งสองนั้นได้รับคำชมมากมายถึงการสวมบทตัวละครได้สมบทบาท ฮันโซฮีกล่าวว่า “ฉันกับนาบีมีอะไรที่เหมือนกันเยอะเลยค่ะ” ที่จริงแล้ว ฮันโซฮีเองก็มีพรสวรรค์ด้านศิลปะ และได้แสดงฝีมือวาดภาพที่ประดับอยู่ในบ้านของนาบีอยู่บางภาพเช่นกัน

เคมีสุดเร่าร้อน

เราได้เห็นเคมีที่สุดแสนเข้ากันของทั้งคู่บ้างแล้วผ่านทางทีเซอร์และภาพนิ่งต่าง ๆ ซึ่งแค่นี้ก็รู้แล้วว่าน่าตื่นเต้นแค่ไหน ซงคังและฮันโซฮีกล่าวถึงข้อดีว่าการที่ทั้งสองนั้นอายุเท่ากันนั้นทำให้มิตรภาพแน่นแฟ้น และส่งผลให้เคมีระหว่างพระนางนั้นเขากันดีสุด ๆ คิมการัมเสริมว่า “เคมีในจอของทั้งสองนั้นเป็นธรรมชาติมาก ๆ” และในซีรีส์เรื่องนี้ จะมีบางตอนที่ได้เรต 19+ ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนและเซ็กซี่ โดยซงคังแง้มว่า “จะมีฉากที่ชวนทำให้ใจเต้นอยู่เยอะเลยในซีรีส์เรื่องนี้นะครับ”

 

ดูหนังออนไลน์

 

Uncategorized

รีวิว หนัง Parasite หรือชื่อไทยว่า ชนชั้นปรสิต การแบ่งแยกชนชั้น

รีวิว หนัง Parasite หรือชื่อไทยว่า ชนชั้นปรสิต การแบ่งแยกชนชั้น

หนัง Parasite หรือชื่อไทยว่า ชนชั้นปรสิต “Parasite” ถือเป็นภาพยนตร์ตลกร้ายที่ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวฐานะยากจนในมหานครโซลที่ “พ่อ” (ซง คังโฮ) และ “แม่” (จาง ฮเยจิน) ไม่มีงานทำ “ลูกชายคนโต” (ชเว อูชิก) ให้ “น้องสาว” (พัค โซดัม) ช่วยปลอมตัวตนเพื่อสวมรอยเป็นนักเรียนนอก โดยหวังจะได้งานติวหนังสือให้กับลูกสาวของ “เศรษฐี” (อี ซอนคยูน) และ “ภรรยา” (โจ ยอจอง) จนเป็นเหตุให้ทั้งสองครอบครัวที่ฐานะแตกต่างกันสุดขั้วนี้ต้องมาเกี่ยวพันกันในเหตุการณ์อลวนเกินคาดเดา

ภาพยนตร์สัญชาติเกาหลีที่ปีนี้คว้ารางวัล Palme d’Or รางวัลใหญ่สุดจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ กับเรื่องราวที่ว่าด้วย ชเว อูชิก เด็กหนุ่มจากครอบครัวยากจนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แออัดของกรุงโซล ไม่เพียงแต่เค้าที่ตกงาน แต่คนอื่นๆ ในครอบครัวตั้งแต่ พ่อ แม่ และน้องสาวต่างก็ไม่มีงานทำและประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก แต่การมาของเพื่อนสมัยเรียนคนนึงที่กำลังจะไปเรียนต่างประเทศพอดี

และฝากฝังให้ อูชิก ไปเป็นอาจารย์สอนพิเศษให้กับลูกสาวของเศรษฐีคนนึงแทน ทำให้ทั้งเค้าและคนอื่นๆ ในครอบครัวได้เข้าไปพัวพันกับครอบครัวที่มีฐานะ มีชนชั้นต่างกันอย่างชัดเจน อันนำมาซึ่งเหตุการณ์อลวนสุดคาดเดา

น่าจะเป็นหนังคานส์ที่ดูง่ายมากที่สุดเรื่องนึงเท่าที่เคยดูมาในชีวิต ซึ่งตรงนี้เองก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หนังกำลังถูกพูดถึงในวงการ ขณะนี้ เพราะ บองจุนโฮ ได้หยิบเรื่องราวความเหลื่อมล้ำทางฐานะ สังคม และ เศรษฐกิจ

อันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลากหลายประเทศทั่วโลกตอนนี้ มาถ่ายทอดให้มองเห็นเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน ผ่านสัญญะที่ไม่ซับซ้อนจนเกินไป เข้าใจง่าย การวางเรื่องราวให้มีความน่าสนใจ (ปนไม่ไว้วางใจกับพฤติกรรมของตัวละครต่างๆ ในเรื่อง) อยู่ตลอด จะบอกว่าหนังเรื่องนี้มันดูสนุก ดูเพลินก็ไม่แปลก

แถมยังสร้างคุณค่าด้วยการพาคนดูชวนคิดตกตระกอนไปกับสิ่งที่หนังแฝงไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ” คนรวยนี่ นิสัยดีเนอะ/ เพราะรวยหรือเปล่าถึงนิสัยดี” ตัวอย่างของบทสนทนาที่ทำให้ผู้ชมชวนคิดตามตลอดทั้งเรื่องถึงสภาพความเป็นจริงของมนุษย์ในปัจจุบันที่มีหยิกแกมหยอกตลอด ตรงจุดนี้นี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกชอบมาก จนพาไปถึงบทสรุปที่สุดแสนจะวุ่นวาย น่าตกใจ และ ชวนหดหู่ ที่ต้องยอมรับเลยครับว่าหนังเรื่องนี้เค้าทำออกมาได้ฉลาดและยอดเยี่ยมมากจริงๆ

ต้องชื่นชมในความยอดเยี่ยมของ บองจุนโฮ ด้วย เพราะรอบนี้พี่เค้ามาจริงๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนมาก็คืออุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลียิ่งเติบโตและมีศักยภาพสูงขึ้นทุกวัน จนก้าวเดินมาสู่สิ่งที่เรียกว่าระดับโลกได้แล้ว ถือเป็นหนังที่มีนัยยะแอบแฝงทางการเมือง เศรษฐกิจ และ วัฒนธรรมไว้ได้อย่างครบถ้วนจริงๆ นะ 555

โดยรวมแล้ว Parasite เป็นหนังที่อยากให้ทุกคนได้มีโอกาสไปลองดู เพราะหายากมากที่หนังปาล์มดอร์จะ mass ได้แบบนี้ แถมหนังยังดูสนุก ตลก ลุ้น ชวนขบชวนคิดตามจนต่อให้คุณไม่ใช่คนที่ดูหนังแค่ไหนก็เข้าใจได้ไม่ยากอย่างแน่นอน ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงเลยครับ อ่านต่อได้ที่

Uncategorized

รู้จัก กระเบื้อง และเลือกให้เหมาะกับผนังห้องครัว บ้านของเรา

รู้จัก กระเบื้อง และเลือกให้เหมาะกับผนังห้องครัว บ้านของเรา

รู้จัก กระเบื้อง และเลือกให้เหมาะกับผนังห้องครัว บ้านของเรา  ขึ้นชื่อว่า “ห้องครัว” ก็เป็นที่ทราบกันดีกว่า เป็นห้องที่เกิดคราบสกปรกจากการทำอาหารและเก็บล้างภาชนะต่าง ๆ ได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณปรุงอาหาร เตา และอ่างล้างจาน กระเบื้อง ซึ่งซึมน้ำได้ต่ำกว่าวัสดุอื่น ๆ จึงมักเป็นวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งผนังห้องครัว แต่จะเลือกกระเบื้องห้องครัวแบบไหนดีที่สวยลงตัวกับสไตล์คุณแถมยังทำความสะอาดได้ง่ายนั้น ข้อมูลและคำแนะนำดี ๆ ต่อไปนี้คือคำตอบ

Subscription Banner for Article

กระเบื้องเซรามิก
กระเบื้องที่ผ่านการเผา แล้วนำมาขึ้นรูปและเคลือบผิวเพื่อทำเป็นลวดลาย หลายคนเรียกว่า กระเบื้องเคลือบ และสามารถนำใช้เป็นกระเบื้องปูผนังห้องครัวได้แต่ไม่เหมาะนักกับครัวที่ใช้งานหนัก เช่น ร้านอาหารและบ้านที่มีการทำกับข้าวและล้างจานจำนวนมากมายเป็นประจำ

ข้อควรพิจารณา
มีสีสันและลวดลายให้เลือกเป็นจำนวนมาก
มีหลายราคาให้เลือกและราคาไม่แพง
แข็งแรงทนทานแต่ไม่ทนต่อรอยขีดข่วน
ทำความสะอาดได้ง่ายเพราะผิวเรียบลื่น
ดูดซึมน้ำสูงกว่ากระเบื้องประเภทอื่น หากใช้ครัวหนัก ก็ต้องหมั่นทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งโดยไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน
กระเบื้องดินเผา
กระเบื้องชนิดนี้ผ่านการเผาด้วยความร้อนเช่นกัน แต่ใช้เทคนิคแบบดั้งเดิม โดยมีทั้งแบบเคลือบเงาและไม่เคลือบเงา ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้นำมาใช้เป็นกระเบื้องปูผนังครัวด้วยเหตุผลด้านความแข็งแรงและการทำความสะอาด

ข้อควรพิจารณา
ให้ความรู้สึกธรรมชาติจึงเหมาะกับดีไซน์ที่ต้องการให้ดูคลาสสิกและเป็นธรรมชาติ
ไม่แข็งแรงนักและผุกร่อนได้ง่าย
ผิวค่อนข้างด้านจึงเก็บสิ่งสกปรกและทำความสะอาดยาก
ดูดซับความชื้นเป็นอย่างมากจึงทำให้กระเบื้องบวมและแตกได้หากปูกระเบื้องไม่ดี
กระเบื้องแกรนิตโต้
สมชื่อกระเบื้อง “แกรนิต” โต้ เพราะเป็นกระเบื้องเนื้อสีขาวที่มีส่วนผสมของหินแกรนิต โดยผ่านกระบวนการเผาด้วยความร้อนสูงประมาณ 1,300 องศาเซลเซียส จึงได้รับคุณสมบัติด้านความแข็งแกร่งของหิน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติดีหลายประการที่เหมาะสำหรับงานผนังครัว

ข้อควรพิจารณา
มีสีสันหลากหลายให้เลือก
ดูเหมือนหรือคล้ายหินจึงทำให้ดูหรูหราและคลาสสิก
มีหลายเกรดหลายราคาให้เลือกตามความพึงพอใจ
แข็งแกร่งทนทานมากรวมถึงทนต่อรอยขีดข่วนด้วย
มีผิวมันวาวและดูดซึมน้ำต่ำมากจึงทำความสะอาดได้ง่าย
มีค่าปูกระเบื้องผนังครัวแพง

แบบกระเบื้องผนังห้องครัวสวย ๆ
แบบกระเบื้องผนังห้องครัวสวย ๆ

 

กระเบื้องแก้ว
กระเบื้องเนื้อแก้วใสโดยมีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก แบบขนาดเล็กเรียกกันว่า กระเบื้องโมเสก ซึ่งนิยมนำมาใช้ในงานตกแต่ง แต่สำหรับผนังห้องครัวตรงบริเวณที่ใช้ทำอาหารและล้างภาชนะนั้น กระเบื้องแก้วขนาดใหญ่จะเหมาะมากกว่าเพราะทำความสะอาดได้ง่ายกว่า

ข้อควรพิจารณา
มีหลากสีสันทั้งสีอ่อน สีสดใส จนถึงสีเข้ม จึงทำให้ตกแต่งได้หลายแบบและดูทันสมัย
ราคาค่อนข้างแพง
กระเบื้องโมเสกมีค่าปูแพงเพราะต้องใช้เวลานานในการปู
นำกระเบื้องโมเสกมาตกแต่งในพื้นที่ยากอย่างบริเวณโค้งมนได้
แม้แข็งแรงทนทานน้อยกว่ากระเบื้องทั่วไป แต่ก็ใช้ตกแต่งผนังครัวได้
สีไม่ตก ผิวลื่น และดูดซับความชื้นต่ำ จึงทำความสะอาดพื้นผิวได้ง่าย
กระเบื้องโมเสก ซึ่งมีขนาดเล็กนั้น มีร่องยาแนวจำนวนมาก จึงทำให้สิ่งสกปรกเข้าไปสะสมได้ง่ายและต้องหมั่นทำความสะอาดให้ดี
กระเบื้องเกลซพอร์ซเลนด์
กระเบื้องอีกชนิดที่มีเนื้อสีขาว ซึ่งมีส่วนผสมของดินขาวกับแร่ต่าง ๆ เช่น หินเขี้ยว หนุมาน ดินดำ แร่หินฟันม้า เป็นต้น แล้วผ่านกรรมวิธีเผาด้วยความร้อนประมาณ 1,300 องศาเซลเซียส และนำมาเคลือบผิวหน้ากระเบื้องให้มันวาวหรือด้าน ทั้งนี้แบบด้านจะไม่เหมาะกับงานผนังครัว

ข้อควรพิจารณา
โทนสีส่วนใหญ่เรียบง่ายและลวดลายเป็นแบบหินธรรมชาติ จึงดูคลาสสิก อบอุ่น หรูหรา และนำไปประยุกต์ใช้กับหลายสไตล์ในการออกแบบได้
แข็งแรงทนทานรวมถึงทนต่อการขีดข่วน
แทบจะไม่ดูดซึมน้ำเลยและทำความสะอาดแบบผิวมันวาวได้ง่าย
ปูยาก ต้องอาศัยช่างผู้ชำนาญที่มีทักษะในการปู มิฉะนั้นแล้วกระเบื้องอาจบิดเบี้ยวได้
ค่าปูกระเบื้องผนังครัวมีราคาแพงเนื่องจากความยากในการปู
กระเบื้องหินอ่อน
ทำมาจากหินอ่อนหรือหินเนื้อละเอียดที่เกิดจากการตกผลึกตามธรรมชาติ หากผ่านการเคลือบเงาแล้ว จะสามารถนำมาใช้กับงานผนังครัวได้ แต่ไม่ค่อยนิยมใช้เพราะราคาแพงและสีหินอ่อนอาจด่างได้หากถูกความชื้น สารเคมี หรือกรด

ข้อควรพิจารณา
ดูหรูหราสวยงามด้วยเนื้อและลายหิน
ลวดลายเกิดขึ้นตามธรรมชาติจึงหากระเบื้องจำนวนมากที่มีลวดลายสีสันที่ลงตัวสอดคล้องกันได้ไม่ง่าย
มีหลายสีสันให้เลือกพอสมควร เช่น ขาว ครีม เทา น้ำตาล ชมพู เขียว แดง
ทนทานมากโดยกระเบื้องหินอ่อนเคลือบเงาจะสามารถกันรอยขีดข่วนได้
มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
ติดตั้งและทำความสะอาดได้ง่าย
อาจเกิดสีด่างหากโดนความชื้น สารเคมี หรือกรด เช่น น้ำส้มสายชู

การเลือกกระเบื้องผนังห้องครัวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตกแต่งห้องครัวเท่านั้น ยังมีอีกหลายสิ่งน่ารู้นอกเหนือจากกระเบื้องห้องครัวสวย ๆ และเหมาะกับการใช้งานครัว ลองอ่านบทความดี ๆ ด้านล่างที่จะช่วยให้ได้ห้องครัวที่ถูกใจยิ่งขึ้น

การทำอาหารกินเองที่บ้านถือว่าได้รับความนิยมมากสำหรับครอบครัวยุคใหม่ เนื่องจากการทำอาหารถือเป็นกิจกรรมที่ทำให้ครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันได้เป็นอย่างดี แถมยังประหยัดเวลาในการออกไปหาร้านอาหารข้างนอกด้วย ซึ่งในปัจจุบันใครที่กำลังมองหาบ้านใหม่จะเห็นว่าพื้นที่ใช้สอยของโครงการบ้านจัดสรรใหม่มีการตกแต่งห้องครัว หรือ มีการกั้นส่วนพื้นที่ใช้สอยของห้องครัวเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย แม้กระทั่งคนที่มองหาคอนโดมิเนียมเองก็จำเป็นจะต้องมีการตกแต่งครัวให้ใช้งานได้เป็นออฟชั่นเสริมอยู่ในห้อง ซึ่งห้องครัวที่โครงการมอบให้ส่วนใหญ่จะมีเพียงเคาท์เตอร์ครัว เตาไฟฟ้า ที่ดูดควัน และซิงค์ล้างจาน เป็นอุปกรณ์พื้นฐานหลักๆ แต่จะไม่ได้ตกแต่งอะไรเพิ่มให้มากนัก เพียงแต่เน้นการใช้งานของครัวเท่านั้น

ดังนั้นถ้าถามคนที่ชอบประกอบอาหารอยู่ที่บ้านว่าถ้าไม่ได้ตกแต่งห้องครัว คุณจะสามารถใช้งานห้องครัวที่มีแค่ เคาท์เตอร์ครัว เตา ที่ดูดควัน ซิงค์ล้างจาน และตู้เย็นได้ไหม ก็คงต้องตอบว่าได้ แต่ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และรายการอาหารชื่อดังต่างๆ กลับมาเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนลองทำอาหาร รับรองว่าคุณไม่สามารถอยู่กับห้องครัวเดิมๆ ได้นานแน่ๆ ดังนั้นการตกแต่งห้องครัวจึงมีความสำคัญมาก โดยนอกจากจะทำให้คุณอยากประกอบอาหารกินเองที่บ้านแล้ว ผลที่ตามมาคือช่วยประหยัดเงิน ประหยัดเวลา และช่วยให้คุณประกอบอาหารง่ายขึ้นจากฟังก์ชันต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการตกแต่งห้องครัว

โดยในวันนี้เอง DDproperty ก็มีทริคในการตกแต่งห้องครัวให้น่าประกอบอาหารระดับมืออาชีพ ซึ่งนอกจากจะสวยงามเย้ายวนให้เข้าไปอยู่ในครัวแล้ว ยังสามารถโชว์ดีไซน์ไอเดียต่างๆ กับเพื่อนที่เวียนแวะมาที่บ้านได้อีกด้วย โดยสิ่งที่ควรรู้ก่อนที่จะตกแต่งห้องครัวก็คือ

 

ประเภทของห้องห้องครัวปิด ห้องครัวเปิด ส่งผลไปถึงในเรื่องการตกแต่งห้องครัวในบ้าน

00 scg experience
ตัวอย่างครัวปิด ภาพ via scgbuildingmaterials.com

การตกแต่งห้องครัวจะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามการใช้งาน และ Layout ของตัวบ้าน รวมไปถึงความชอบของเจ้าของบ้านเป็นหลัก ซึ่งในปัจจุบันห้องครัวจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ด้วยกัน คือ

1.ครัวแบบปิด ที่เน้นการตกแต่งให้มีส่วนกั้นห้องครัว หรือ แยกครัวออกมาจากตัวบ้าน การตกแต่งครัวปิดส่วนใหญ่จะตกแต่งเพื่อให้ครัวสามารถประกอบอาหารที่มีกลิ่นหนักๆ ได้ แต่ทั้งนี้ใครอยากจะโชว์ครัวก็สามารถเลือกวัสดุกั้นส่วนเป็นบานกระจกใสได้ ซึ่งภัตตคารชื่อดังส่วนใหญ่ก็เริ่มมีการตกแต่งครัวในให้ลูกค้ามองเห็นวิธีการทำอาหารแล้วด้วย ซึ่งถือว่าเป็นดีไซน์ที่โดดเด่นไปอีกแบบ

Open Kitchen 12345
ตัวอย่างครัวเปิด ภาพ via rukbarn.com

2.ครัวแบบเปิด ส่วนใหญ่ครัวแบบนี้จะไม่มีส่วนกั้น ถ้าอยู่ในบ้านจะเชื่อมต่อกับส่วนอื่นๆ อาทิ โต๊ะรับประทานอาหาร หรือ โซนนั่งเล่น ส่วนใหญ่หากเป็นคอนโดมิเนียมมักจะเลือกตกแต่งห้องครัวให้เป็นครัวเปิด และประกอบอาหารที่ไม่หนักมาก เน้นเป็นฟังก์ชันเสริมเผื่อไว้เป็นทางเลือกสำหรับบางวันที่ต้องการประกอบอาหารเอง แต่ทั้งนี้ก็สามารถตกแต่งให้ครัวดีมีสไตล์ โดยเน้นให้การตกแต่งห้องครัวออกไปทางโซนประเทศที่มีการปรุงอาหารกลิ่นไม่แรง และไม่ค่อยมีควันเท่าไหร่ เน้นที่การใช้เตาอบเป็นหลักทางโซนยุโรป และทำครัวเป็นครัวเปิดโชว์เพื่อนที่มาบ้านก็หรูหราดูมีคลาสไปอีกแบบ

 

ฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ในห้องครัว มีผลต่อความสะดวก และยังทำความสะอาดง่าย

 

ปัจจัยอีกหนึ่งอย่างสำหรับการ ตกแต่งห้องครัว ที่ดี ก็คือ การออกแบบ ตกแต่ง ห้องครัว ให้มีฟังก์ชันการใช้งานที่สะดวก และต่อเนื่อง ไม่ควร วางอุปกรณ์ต่างๆ ไว้สลับที่หรือไกลกันเกินไป ยกตัวอย่าง ตู้เย็น ซิงค์ล้างจาน และพื้นที่เตรียมครัวควรอยู่ใกล้ๆ กัน ซึ่งคนที่ชอบ ประกอบอาหาร น่าจะรู้ดีว่าหลังจากเราหยิบ วัตถุดิบใน ตู้เย็นออกมา ก็จะ ต้องนำ วัตถุดิบต่างๆ มาล้าง และ เตรียม หั่นไว้ เพื่อรอ ปรุงอาหาร จากนั้นจึงนำวัตถุดิบต่างๆ ที่เตรียมไว้ไปประกอบอาหารที่เตา ซึ่งหาก ทุกอย่าง จัดเรียง อย่าง ถูกต้อง การใช้งานใน ครัว ก็จะ ไหลลื่น และดูเป็นมืออาชีพ แถมยังสามารถ ประกอบอาหาร ได้หลายคนอย่างไม่วุ่นวาย นอกจากจะจัดวางตำแหน่งต่างๆ ของอุปกรณ์ให้มีการเรียงลำดับอย่างสมูทแล้วฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันไม่ว่าจะเป็นชั้นใต้เคาท์เตอร์ ไอซ์แลนด์ ตลอดจนที่พักจานวางจาน และพื้นที่เตรียมครัวที่สะดวกสบายมีฟังก์ชันการหยิบจับ มีด เขียงต่างๆ ที่ง่าย และนอกจากนั้นวัสดุพื้นผิวของอุปกรณ์ต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปตามฟังก์ชันการใช้งานและการตกแต่งห้องครัวด้วย ไม่ว่าจะเป็น พื้นผิวสแตนเลส ผิวไม้ หรือ ผิวไฮกรอส ที่นิยมในปัจจุบัน ย่อมมีการใช้งานและดีไซน์ที่แตกต่างกันไป แต่ ข้อสำคัญ สำหรับ ห้องครัว ก็ควร เลือก เฟอร์นิเจอร์ ในห้องครัว ให้สามารถทำความสะอาดง่ายที่สุด

พื้นที่ใช้สอยของห้องครัว และสัดส่วนความสูง ขนาดต่างๆ มีผลต่อ ผู้ใช้งานและการตกแต่ง

พื้นที่ใช้สอยในครัว และสัดส่วนต่างๆ ของอุปกรณ์ในห้องครัว ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ก่อนจะตกแต่งห้องครัวจะต้องคำนึงก่อนที่จะทำการตกแต่ง ซึ่งโดยทั่วไปนั้น หากไปเลือกเฟอร์นิเจอร์ห้องครัว หรือ แบบห้องครัวตามร้านขายเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังต่างๆ ในปัจจุบันจะมีแบบห้องครัวให้เลือกเยอะมาก ทุกแบบล้วนอ้างอิงมาตรฐานจากค่าเฉลี่ยต่างๆ ที่สามารถนำมาประกอบการตัดสินใจกับผู้ซื้อได้ เช่น พื้นที่ใช้สอยในการใช่งานตั้งแต่กี่คนจนถึงกี่คน การตกแต่งห้องครัวแบบนี้เป็นครัวแบบไหน เน้นไปที่การทำอาหารประเภทใด ซึ่งมีตั้งแต่ ของคาว ของหวาน อาหารนานาชาติ อาหารไทยรสจัด ไปตลอดการทำขนม ทำเค้ก เลยทีเดียว ซึ่งจะมีลักษณะการตกแต่งห้องครัวออกมาในรูปแบบที่ต่างกัน ดังนั้นด้ว

สถาปนิก  

Uncategorized

รีวิว So Not Worth It วัยใสๆ หัวใจสุดเปิ่น พบกับ เด็กหอนานาชาติ

รีวิว So Not Worth It วัยใสๆ หัวใจสุดเปิ่น พบกับ เด็กหอนานาชาติ

วัยใสๆ หัวใจสุดเปิ่น ( So Not Worth It ) ซิทคอมแนวตลก โรแมนติกดราม่าจากเกาหลี ออริจินัลเน็ตฟลิกซ์ฉายสตรีมมิ่ง 12 ตอน ตอนละครึ่งชั่วโมงที่บอกเล่าเรื่องราวสุดวุ่นวายของหอนานาชาติของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลี ที่มีคนประหลาด ๆ และปัญหาว้าวุ่นใจมากมาย ทั้งความรัก มิตรภาพ และโชคชะตา พร้อมโดยความหรรษาของมุกและการแสดงที่ทุกคนจัดเต็ม สร้างและกำกับโดย ควอนอิกจุน, คิมจองชิก, ซออึนจอง, เบกจีฮยอน ที่หมายมั่นปั้นมือในการสร้างเรื่องราวของเหล่าวัยรุ่นในเกาหลีที่ใช้ชีวิตอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ไม่ต้องกลัวผิด กลัวถูก การรวมนักแสดงทั้งเกาหลีและนานาชาติมาไว้ในเรื่องเดียวกันนำแสดงโดย พัคเซอัน, ชินฮยอนซึง พร้อมได้นักแสดงน้องใหม่อย่าง ชเวยองแจ (ยองแจ วงเคป๊อบ GOT7 ที่มีแบมแบม ศิลปินชาวไทยอยู่ด้วย), ณิชา ยนตรรักษ์ (มินนี่ ศิลปินชาวไทยในวงเคป๊อบชื่อดัง (G)I-DLE) กับผลงานการแสดงในบทนำเป็นครั้งแรก โดยซิทคอมเรื่องนี้เป็นซิทคอมที่ทางเน็ตฟลิกซ์สร้างขึ้นร่วมกับค่ายเพลงของเกาหลี Mystic Story ซึ่งเรียกกระแสเป็นอย่างมากเพราะการที่มีศิลปินจากวงเคป๊อบชื่อดังทั้งของเกาหลีและไทย ก็ทำให้ดึงดูดแฟนทั้งไทยและอินเตอร์ได้เป็นอย่างดีพอสมควร

So Not Worth It (2021) on IMDb
8.0/10595 votes

เรื่องราวซิทคอมบอกเล่าถึงชีวิตของตัวละครที่มาอาศัยอยู่ร่วมกัน ซีวาน นักศึกษาสาว เจ้าหน้าที่ดูแลหอนานาชาติของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงโซล ผู้มองโลกในแง่ร้ายสุดขั้ว และเห็นแก่ตัวที่คอยภาวนาให้โลกแตกในสักวันได้พบเจอกับ เจมี่ ชายหนุ่มรูปงามปริศนาท่าทางไม่เอาไหนที่ดันเข้ามาอยู่ในชีวิตของเธอโดยบังเอิญ และนั่นทำให้เธอต้องหัวปั่นเพราะเขามาปั่นป่วนใจเธอ เท่านั้นยังไม่พอ เหล่าลูกหอของเธอที่เป็นทั้งมิตรและศัตรูต่างก็มีเรื่องมาให้เธอแก้ไม่ตกเพราะความแตกต่างของพื้นเพของแต่ละคนอย่างสุดขั้ว ไม่ว่าจะเป็น ฮยอนมิน หนุ่มลูกครึ่งแอฟริกาที่ลักลอบอยู่ภายในหอ คาร์สัน สาวห้าวจากอเมริกาที่มาใช้ชีวิตสุดซกมกเพราะหลงใหลในอาหารเกาหลี มินนี่ สาวไทยใจเด็ดจอมปากร้ายที่บ้าซีรีส์เกาหลีเข้าเส้นเลือดจนต้องตามมาถึงเกาหลี แซม หนุ่มลูกครึ่งอเมริกันสุดขี้โอ่ ใจแคบ และหลงตัวเอง ฮานส์ ชายหนุ่มมือถือสากปากถือศีลจากสวีดิส และไทริส หนุ่มผู้เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมด ท่ามกลางเรื่องราวสุดฮา เมื่อพวกเขาต้องพบเจอกับปัญหาของแต่ละคนที่จะสอนให้เขาได้รู้จักคำว่า มิตรภาพและความรัก แต่พวกเขาอาจจะลืมไปว่า ในโลกใบใหญ่นี้ มีอะไรที่พวกเขาไม่รู้อยู่มากมาย

ตามประสาซิทคอม การเล่าเรื่องในเซ็ตติ้งฉากหนึ่งเป็นหลัก ซึ่งในที่นี้ก็คือหอพักนักศึกษาที่ทุกอย่างเริ่มต้นจากที่นี่ และตัวละครทุกตัวก็จะมาพบเจอกัน ทำกิจกรรม และก่อเรื่องวุ่นวายในแต่ละตอน ถกเถียงกันไปมา ก่อนที่จะค่อย ๆ พาไปเล่าประเด็นหลัก ประจำตอนของแต่ละคน สลับกับประเด็นย่อย ๆ ของตัวละครอื่น ๆ ซึ่งไม่มีใครถูกทิ้งหรือหายไปสักตอนเลยจากทั้ง 12 ตอน แม้ว่าเส้นเรื่องของซีวาน ตัวละครหลักที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของเรื่องจะโดดเด่น แต่การเล่าเรื่องจะให้ความสำคัญกับตัวละครรอบ ๆ เธอ ทำให้เรารู้นิสัยใจคอ และเอกลักษณ์ประจำตัวนั้น ๆ จนเชื่อได้ว่าตัวละครเหล่านี้เป็นคนจริง ๆ และเรื่องราวในเรื่องก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง ชั้นเชิงของการเล่าเรื่องแม้จะเป็นซิทคอม แต่ก็ลงทุนพอสมควร เพราะบางฉากที่ถ่ายนอกสถานที่ก็ทำได้ดีระดับซีรีส์เกาหลีเลยทีเดียว เรียกได้ว่าซิทคอมเรื่องนี้คุณภาพดีมาก ตัวอย่างอาจจะขายความตลก แต่เนื้อแท้ของมันมีสาระมากกว่าที่คิดมาก ๆ แม้ว่าพล็อตโรแมนติกของเรื่องมันจะสูตรสำเร็จไปหน่อย แต่ผมที่ไม่ได้ดูซิทคอมของเกาหลีมาก่อน ก็รู้สึกว่าเขามีความพยายามใส่รายละเอียดและปมของตัวละครได้ดีมาก ๆ มีการเล่าประเด็นนึงจนจบ แล้วตอนต่อมา ก็ดึงประเด็นนั้นกลับมาเล่าต่อให้รู้สึกว่า มันมีเส้นเรื่องมากกว่าความตลกกับความโรแมนติก แถมยังมีตัวละครอื่น ๆ มาคอยสร้างเสียงหัวเราะและประเด็นใหม่ ๆ ที่น่าสนใจในแต่ละตอน มีบางตอนในซีรีส์ที่ตลกก็จริง แต่บางตอนก็จริงจังมาก ๆจนทำให้ช่วงท้ายกลายเป็นเล่าเรื่องไม่สุดไปเลย เพราะตอนก่อนหน้ามันทำได้ดีมากในแง่ของการดึงสถานการณ์ที่ใหญ่มาก ๆ พอมาตอนหลัง ๆ มาตลกร้ายก็ทำให้รู้สึกเรื่องราวมันจบลงแบบดื้อ ๆ

โดยสถานการณ์ของเรื่องจะไม่ได้เป็นการนำเรื่องความแตกต่างทางเชื้อชาติมาเล่นว่าทำไมคนต่างชาติต้องทำแบบนี้ ทำไมคนเกาหลีต้องทำแบบนี้ เพราะเห็นมีนักแสดงที่ไม่ได้มีแค่เกาหลี ล้อเลียนวัฒนธรรมป๊อบคัลเจอร์ พวกหนัง เพลง ภาพยนตร์ต่าง ๆ การเล่าเรื่องแบบปัญหาจากเรื่องเล็ก ๆ ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ การสอนให้รู้จักใช้ชีวิตโลกแห่งความเป็นจริง มีจิกกัดตัวละครกันไปมา มุกตลกเจ็บตัว แต่ไม่มีอะไรที่ดูแล้วรู้สึกอึดอัด เพราะมันเป็นธรรมชาติมาก บางตัวละครก็ทำอะไรที่คาดไม่ถึงให้เราเซอร์ไพรส์และกลายเป็นมุกตลกของเรื่อง เช่น คนไทยชอบดูซีรีส์เกาหลีจนอินมากไปใช้ในชีวิตจริง คนเกาหลีที่คิดว่าเกาหลีเหนือจะทิ้งขีปนาวุธใส่เกาหลี พี่น้องที่ผิวสีไม่เหมือนกันเพราะคนหนึ่งผิวขาว คนหนึ่งผิวดำ คนต่างชาติที่หลงใหลในเรื่องเหนือธรรมชาติของเกาหลี คนอเมริกาที่กินเก่งเป็นประวัติการณ์จนทำให้เกิดปัญหา ความรักของเพศเดียวกัน แต่ไม่ต้องกังวลเพราะซีรีส์เหมือนถูกเขียนออกมาอย่างรัดกุมไม่มีช่องโหว่หรือมีปัญหากระทบต่อชนชาติไหนเลย แถมยังสั่งสอนตัวละครกลาย ๆ ด้วย ว่าง่าย ๆ นี่เป็นซีรีส์ที่สอนวิธีการเข้าสังคมเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี ตัวละครทุกตัวในเรื่องต่างก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ มีความผิดพลาดเป็นของตัวเอง แต่พวกเขาเลือกที่จะเปิดใจและทำความรู้จักไปด้วยกัน จนสามารถมีพัฒนาการเป็นตัวละครที่ดี หรือบางคนอาจจะไม่มีเลย แต่เพราะตัวละครมันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้ตัวละครสักตัวจะต้องเป็นที่ชื่นชอบของคนดูแน่นอน

ตัวละครแต่ละตัวก็มีคาร์แร็คเตอร์ชัดเจนและมีเสนห์ ไม่ว่าจะเป็น ซีวาน สาวน้อยที่เลือกจะปิดกั้นตัวเองเพราะว่ามีปมจากครอบครัวบางอย่างที่ทำให้เธอไม่เชื่อใจใคร จนต้องทำเรื่องแย่ ๆ กับคนรอบตัว เจมี่ ชายหนุ่มปริศนาที่ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในเกาหลีหลังจากย้ายมาจากอเมริกาและได้เรียนรู้ที่จะเข้าหาคนอื่นแถมยังสั่งสอนตัวละครอื่น ๆ ได้ด้วย เป็นตัวละครเอกชายที่ไม่ได้มาแค่หล่อเท่อย่างเดียว มินนี่ หญิงสาวที่ชอบจิ้น มโน เพ้อเจ้อ แถมยังชอบผู้ชายไปทั่ว เพราะคาดหวังว่าตัวเองจะได้มีความสุข แต่เมื่อไหร่ที่เพื่อนเดือดร้อน เธอก็พร้อมจะช่วยเหลือทุกคนให้ผ่านไป แซม ชายหนุ่มใจแคบที่ทำตัวเท่ แต่ไม่สนใจคนอื่น แถมยังเจ้าสำราญเป็นที่สุด ฮยอนมิน ชายหนุ่มที่เจอแต่เรื่องซวย ๆ เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง เพียงเพราะอยากจะโชคดี แต่ก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อมีชีวิตรอดต่อไป คาร์สัน สาวห้าวซกมกที่มาจากครอบครัวมาเฟียและมีความรักที่ดีในเกาหลี แต่ลึก ๆ เธอก็รักและห่วงใยเพื่อนเสมอ ฮานส์ ตัวละครหนุ่มหงิม แต่จริง ๆ ซ่อนความร้ายไว้ ไทริส ชายหนุ่มที่บอกเพื่อนว่าเป็นหนุ่มสำราญ แต่อาภัพมาตลอด จนเขาได้พบความสัมพันธ์ที่ไม่คาดฝัน ตัวละครเหล่านี้จะเป็นตัวแทนพาทุกคนไปสำรวจชีวิตของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ที่ฉากเข้าห้องเรียนแทบจะนับฉากได้ เพราะส่วนใหญ่จะเน้นในหอมากกว่า และมีนอกสถานที่เป็นบางตอน

ในส่วนของความโรแมนติกก็ใช้ได้เลย มีการปูความสัมพันธ์แบบเรียบง่าย ค่อย ๆ ฝ่าฟันปัญหาต่าง ๆ ไปด้วยกันจากเรื่องเล็ก ๆ ค่อย ๆ ใส่ใจรายละเอียดของอีกฝ่าย ยอมรับในความแตกต่าง แต่บางคู่จะรักกันก็รักกันดื้อ ๆ เลย อารมณ์แบบวัยรุ่นกับวัยผู้ใหญ่่ในทางด้านจิตใจและวุฒิภาวะ แถมทำออกมาได้น่ารักชวนให้เขินในตัวละครเหล่านี้ แม้ว่ามันจะน้ำเน่าไปหน่อยก็เถอะ ทั้งรักต่างฐานะ รักของเพื่อนที่กัดกัน รักที่ไม่สมหวัง รักที่หึงหวง เข้าใจผิดกันไปมาเพราะคนรอบตัว แต่พอจบประเด็นความรัก ซีรีส์ก็ละเลงความตลกได้อย่างเต็มที่ผ่านตัวละครอื่น ๆ หลังจากตอนแรก ๆ ต้องขอบคุณจังหวะจะโคนที่นักแสดงสามารถเล่นออกมาได้ดี พร้อมทั้งซาวด์ประกอบและงานกราฟฟิกที่แทรกเข้ามาอย่างลงตัว แต่มุกตลกคือพูดได้เต็มปากว่าขำทุกตอนมาก ขำก๊ากบางมุกเลยก็มี คือมันก็ขำแบบซิทคอมที่มีเสียงหัวเราะดังเวลามุกตลกปรากฏแต่บทพูดมันชาญฉลาดมาก บางบทพูดคือดีเกินซิทคอมธรรมดามาก ๆ แถมบางช่วงยังสามารถหักมุมได้ด้วย แต่น่าเสียดายที่แม้เส้นเรื่องเหล่านี้จะชัดเจน แต่บางปมที่ปูเอาไว้ดูจะจริงจังมากในตอนท้ายของแต่ละตอน อย่างการสืบสวนเรื่องของยาเสพติดภายในหอนักศึกษา กลับไม่มีประโยชน์กับเส้นเรื่องขนาดนั้น มันเลยกลายเป็นว่าเราคาดหวังปมนี้ แต่ต้องผิดหวังเพราะมันเหมือนถูกเล่าให้ดูเหมือนมีอะไรแต่จริง ๆ กลับไม่มีอะไรเลย ไม่รู้ว่าจะเก็บไว้เล่าในซีซั่นหน้าหรือเปล่าถ้ามีนะครับ
รีวิว So Not Worth It วัยใสๆ หัวใจสุดเปิ่น เรื่องวุ่นเด็กหอนานาชาติ (ไม่สปอยล์) 5
ทีมนักแสดงสมกับที่ผู้กำกับบอกไว้ พวกเขาทั้ง 8 คน มีเสน่ห์และเคมีต่อกันมาก ดูแล้วเหมือนเป็นเพื่อนกันจริง ๆ โดยไม่มีความแตกต่างทางเชื้อชาติอะไร ดูกลมกลืนแถมยังแสดงได้ดีมาก พัคเซอัน รับบทสาวน้อยเบื่อโลกที่ตัวละครเธออาจจะไม่ได้เป็นที่รักของคนดูในตอนแรก แต่เมื่อผ่านไปเธอจะค่อยทำให้ทุกคนเอ็นดูแน่ ๆ ชินฮยอนซึงผมไม่เคยเห็นการแสดงก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก ไม่ได้เป็นแค่ตัวละครเก๊กหล่อ แต่ยังมีมุกตลกที่ชวนให้อึ้งไม่แพ้กัน แม้แต่ ยองแจ กับ มินนี่ ที่เป็นศิลปินจากวงเคป๊อบชื่อดังก็สามารถแสดงได้เป็นธรรมชาติ แม้จะไม่ได้มีฉากดราม่าน้ำตาไหลเหมือนตัวละครคู่หลัก แต่ทั้งคู่ก็สามารถส่งบทต่อให้นักแสดงอย่างไม่มีที่ติ เป็นตัวละครที่ขาดไม่ได้เลย นอกจากนี้นักแสดงชาวต่างชาติต่างก็แสดงได้ดีมาก ๆ ราวกับเป็นนักแสดงเกาหลีมืออาชีพไม่แพ้กัน โดยเฉพาะตัวละครคาร์สันของ Carson Allen กับ ตัวละครฮยอนมิน ของ ฮัน ฮยอน-มิน ที่สองตัวละครนี้ดูจะโดดเด่นมาก ๆ เป็นพิเศษ แต่ตัวละครอื่น ๆ ก็ทำหน้าที่แสดงได้อย่างสนุกสนานราวกับว่าพวกเขานั้นชอบที่จะอยู่ในเซ็ต เพราะเวลาที่ตัวละครเหล่านี้อยู่ มันบันเทิงมากจริง ๆ เพราะเวลาเล่นมุกกันคือจังหวะจะโคนมันเข้ากับมุมกล้องที่เหมือนไม่ได้มีแค่มุมซิทคอม แต่ยังมีมุมเหมือนสารคดี กับซีรีส์เกาหลีทุนสูงด้วยเราจะเห็นได้ชัดและมันก็ทำให้เราอินกับเรื่องราวด้วย

 

สรุป So Not Worth It

ถือเป็นซิทคอมสุดฮาที่ทำออกมาได้ดี แม้พล็อตจะไม่ได้แปลกใหม่ และปมบางอันมันไปไม่สุด แต่พลังการแสดงและเคมีของตัวละครทุกตัวที่ต่างชนชาติเข้าขากันมาก และด้วยประเด็นที่หลากหลาย ได้ทั้งรสชาติของความรักสุดหวานแหววจนแทบเลี่ยน เรื่องของดราม่าในการใช้ชีวิตของมนุษย์ การเรียนรู้ที่จะข้ามผ่านอุปสรรคไปด้วยความสัมพันธ์ ยองแจกับมินนี่แสดงดีมาก โดยเฉพาะมินนี่ที่ไม่เคยผ่านงานแสดงมาก่อน

แต่ผ่านงานเอ็มวีของวงมามากมาย เธอก็ทำให้แสดงให้เห็นว่าเธอสามารถไปต่อได้ไกลในวงการสื่อของเกาหลีแน่นอน ถือเป็นความคลายเครียดจากประเทศเกาหลีที่โผล่มาท่ามกลางซีรีส์เกาหลีรักแบบจริงจัง หรือ ประเด็นที่แสนหนักหน่วงได้เป็นอย่างดี ถ้าคุณชอบซิทคอมสไตล์ซีรีส์ฝรั่ง เรื่องนี้ก็ตอบโจทย์คุณ แต่ถ้าคุณมีเวลาว่างและกำลังหาอะไรดูในช่วงสุดสัปดาห์ เรื่องนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมาก ๆ และไม่อยากให้ทุกคนข้ามไปครับ

สรุป

ซิทคอมเกาหลีสุดฮาที่รวมเรื่องวุ่นวายสไตล์เกาหลีผ่านตัวละครนานาชาติ พร้อมด้วยความสัมพันธ์สุดแน่นแฟ้นไปด้วยมิตรภาพของเพื่อนฝูง ความรักที่ก่อตัวขึ้นจากปัญหา มุกตลกที่จิกกัดเกาหลีและสังคมมนุษย์ มีประเด็นดราม่าการข้ามผ่านเรื่องราวร้าย ๆ เพื่อที่จะมีความสุข นักแสดงทุกคนทำหน้าที่ได้ดีมาก มินนี่ เด็กไทยโชว์การแสดงซิทคอมตลกได้ผ่านฉลุย ตัวละครทุกตัวมีเคมีและเสน่ห์เป็นของตัวเอง

มีเรื่องราวที่น่าสนใจและมีการปูเรื่องราวได้อย่างชัดเจน และเหมือนตัวละครนั้นเป็นคนจริง ๆ มุมกล้องมีความหลากหลายในบางตอน จังหวะของดนตรีช่วยทำให้ฮามากกว่าเดิม เสียดายที่ปมบางปมไม่มีความจำเป็นกับเนื้อเรื่อง และเนื้อเรื่องก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไรตามประสาเกาหลี อีกทั้งยังจบแบบดื้อ ๆ จนเหมือนทิ้งปมไปไว้ในซีซั่นหน้า

OVERALL
7/10

เรตติ้งเฉลี่ยจากผู้อ่าน 5 (1 vote)
จุดเด่น

ประเด็นที่เข้มข้นเกินซิทคอม เขียนบทรัดกุม ทั้งเรื่องสังคม และความรัก
ปมและการหักมุมที่น่าสนใจทิ้งท้ายทุกตอน เช่นเดียวมุกตลกสุดฮา
นักแสดงทุกคนเล่นได้ดี แม้แต่คนต่างชาติ ตัวละครทุกตัวมีเสน่ห์ มีพัฒนาการเป็นของตัวเอง
การปูเรื่องแบ่งสัดส่วนระหว่างตลกกับดราม่าได้เป็นอย่างดี
ดนตรีและจังหวะที่ลงตัวในแบบซิทคอม
มีพากย์ไทยคุณภาพ
จุดด้อย

พล็อตไม่ได้แปลกใหม่ คาดเดาง่ายตามประสาซีรีส์เกาหลี
ปมที่ปูมาอย่างเรื่องอาชญกรรมภายในมหาวิทยาลัย หายไปซะเฉย ๆ ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลัก
พอจบปมสำคัญครึ่งหลังซีซั่น เรื่องค่อย ๆ แผ่ว วนอยู่กับมุกตลก แล้วจบลงดื้อ ๆ

 

ดูหนังออนไลน์ 

Uncategorized

[รีวิว] 47 Meters Down : Uncaged พบกับ ฉลามสายพันธุ์ดุร้าย

[รีวิว] 47 Meters Down : Uncaged พบกับ ฉลามสายพันธุ์ดุร้าย

47 Meters Down : Uncaged เป็นภาค 2 ของ 47 Meters Down ที่ไม่ได้มีเนื้อเรื่องอะไรเกี่ยวข้องกันเลย แค่เป็นเรื่องราว ฉลามดุ เหมือนกันเท่านั้น ใครที่ไม่เคยดูภาคแรกมาก็ดูภาคนี้ได้อย่างสบายๆ โดยในเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มสาว 4 คน ที่อยากไปเยี่ยมชมเมืองโบราณที่อยู่ในถ้ำใต้น้ำ แต่ในถ้ำนั้นดันมี ฉลามตาบอดดุร้ายอาศัยอยู่ ทำให้พวกเธอต้องหนีเอาชีวิตรอดให้จงได้

หนังมีวิธีการดำเนินเรื่องคล้ายภาคแรกมาก ทั้งมุมกล้อง จังหวะการเล่า แตต่างกันที่ภาคแรกเน้นความกว้างขวางของท้องทะเล ให้รู้สึกเคว้งๆ ไม่น่าไว้วางใจ ในภาคนี้จะเน้นการเอาตัวรอดในที่แคบหรือพื้นที่จำกัดมากกว่า แต่เอาเข้าจริง เรากลับไม่รู้สึกถึงการใช้ประโยชน์ในที่แคบเล่าเรื่องสักเท่าไหร่เลย ความจริงมันมีฉากตุ้งแช่เล่นเอาตกใจเยอะพอสมควรเลย แต่ทำไมมันกลับรู้สึกไม่ค่อยตื่นเต้นก็ไม่รู้สิ ส่วนมากการหนีก็เป็นแบบเดิมๆ ซะจนเดาได้ง่ายๆ ที่สำคัญ ฉลามในเรื่องนี้ดูปลอมมาก อารมณ์เหมือนเราไปสวนสนุกแล้วเจอหุ่นฉลามยังไงยังงั้น อีกทั้งหนังพยายามปูเรื่องราวของนางเอกให้ดูเหมือนมีอะไร ทั้งๆ ที่มันไม่จำเป็นต้องมีอะไรด้วยซ้ำ

แน่นอนหนังประเภทนี้ต้องมีเหล่าตัวละครโง่ๆ อวดเก่ง หรือหาเรื่องตาย และในหนังเรื่องนี้มันมีตัวละครแบบนั้นครบจบในตัวเดียว ความฉิบหายทั้งหมดทั้งปวงที่เกิดขึ้นมันก็เกิดจากไอ้ตัวนี้แหละ แถมตัวละครตัวนี้ยังน่ารำคาญอย่างน่าเหลือเชื่อ แถมองค์ประกอบตัวละครโดยรวมยังดูแบน แสดงแบบแข็งทื่อ และดูไร้ประโยชน์สุดๆ เอาง่ายๆ ว่า ถ้าเอาฉลามมาไล่งับกันเองตลอดทั้งเรื่องยังน่าจะสนุกเสียกว่า ไม่ก็เอาฉลามบุกขึ้นหาดรับประทานบุฟเฟ่ต์มนุษย์ไปเลยสิ้นเรื่องสิ้นราว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันยังมีสิ่งที่พอจะชอบอยู่บ้าง หนึ่งเลยคือเพลง ตอนที่ฉลามมาเพลงมันฟังมันดูระทึกดีฟังแล้วแบบดูอันตรายจริงๆ อีกอย่างนึงคือฉากก่อนตอนท้ายที่เจ๋งดี การที่ดำลงไปพร้อมไฟช่วยเหลือแวปๆ เห็นฉลามโผล่ สลับคน ชอบฉากเดียวจริงๆ ทั้งเรื่องอะ 555

สรุปแล้ว 47 Meters Down: Uncaged เป็นหนังฉลามเรื่องนึงที่มองข้ามไปก็ไม่รู้สึกเสียดายอะไร และยิ่งตามมาหลัง Crawl ด้วยแล้ว (ซึ่งเรื่องนั้นก็ไม่ได้ว้าวขนาดนั้นด้วยนะ) มันยิ่งกลับกลายเป็นทำให้เรื่องนี้ดูดร็อปลงไปอีกเยอะเลย อ่านต่อได้ที่

Uncategorized

รีวิว ซีรีส์แนวสืบสวน MARE OF EASTTOWN คดีฆาตกรรมเด็กสาวในชุมชน

The Real Twist of 'Mare of Easttown' - The Atlantic

MARE OF EASTTOWN ซีรีส์แนวสืบสวน ของ HBO ที่ได้เคท วินสเลต มาเป็นตัวเอกนักสืบสาวใหญ่ที่ต้องทำคดีฆาตกรรมเด็กสาวในชุมชน โดยที่มีคดีเด็กสาวหายตัวไปเมื่อหนึ่งปีก่อนที่ยังปิดไม่ลง กลายเป็นแรงกดดันหนัก พร้อมกับดราม่าชีวิตส่วนตัวหลายด้านรุมเร้าเธอไปพร้อมกัน
Mare of Easttown (2021) on IMDb
8.5/1058,992 votes

ซีรีส์เรื่องนี้ได้คะแนนสูงมากในต่างประเทศ จาก IMDB คือเฉลี่ย 8.6 ซึ่งหลักๆ คือการกลับมาแสดงเต็มตัวของเคต วินสเลต ที่แฟนๆ รอคอยการกลับมาของเธอแบบเต็มๆ เพราะก่อนหน้านี้ที่เธอมักแค่ให้เสียงพากย์กับงานต่างๆ ไม่ได้แสดงเองเป็นหลัก มีแค่เรื่อง Ammonite ของปีก่อนแต่ก็ไม่ได้ดังมาก เพราะเป็นหนังอินดี้เล็กๆ ที่โดนผลกระทบจากโควิดทำให้ไม่ได้ฉายวงกว้างไปด้วย นอกจากนี้โลเกชั่นของเรื่องคือเมืองเล็กๆ ใน รัฐเพนซิลเวเนีย บ้านเกิดของโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐคนล่าสุด ก็เหมือนแรงบวกให้คนติดตามชื่นชมเรื่องนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก

ที่ต้องเกริ่นมาแบบนี้เพราะหลักๆ แล้วผู้เขียนอยากให้เข้าใจว่า คะแนนกับหลายๆ อย่างของเรื่องนี้ค่อนข้างเฟ้อเกินไปมาก เมื่อเทียบกับแนวสืบสวนด้วยกัน เอาแค่ใน HBO เทียบแนวเดียวกันก็ยังรู้สึกแมร์ถูกให้คะแนนบวกเพิ่มเกินจริงไปเยอะ ที่บอกแบบนี้ไม่ใช่แมร์ไม่ดี เพราะผู้เขียนเองก็ยอมรับว่าซีรีส์เรื่องนี้มีหลายส่วนที่ทำออกมาดีมาก แต่ก็ต้องบอกกันตรงๆ ให้เข้าใจกันก่อนว่า

สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูและคาดหวังว่า แนวสืบสวนต้องระทึก ตื่นเต้น ลึกลับซับซ้อน อารมณ์พวกนี้ไม่ได้เป็นองค์ประกอบหลักของเรื่องนี้เลย ซึ่งซีรีส์ใน HBO หลักๆ คือแนวสืบสวนที่มีสูตรสำเร็จใช้บริการดาราดังยุคเก่ามาเล่นแทบทุกเรื่อง แล้วก็ต้องมีความโหดของคดีฆาตกรรมกับจุดหักมุมเป็นไฮไลท์สำคัญ แต่กับแมร์ไม่ใช่อารมณ์แบบนั้นเลย มีแค่การได้นักแสดงดังรุ่นเก่าเคทมาเล่น ซึ่งก็เป็นส่วนดีสุดของเรื่องนี้เลยก็ว่าได้

รีวิว ซีรีส์สืบสวนที่เน้นดราม่าเต็มๆ สืบสวนเป็นของแถม (ไม่มีสปอยล์) 1สิ่งที่แมร์เน้นหนักมากคือ เรื่องราวดราม่าชีวิตต่างๆ ของเธอที่ต้องไปพัวพันกับคนในชุมชนที่อาจจะเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีที่เธอกำลังสืบ ซึ่งแค่ไปแตะเค้นสืบใครก็กลายเป็นการทำร้ายคนรู้จักในชุมชนไปซะทั้งหมด นอกจากนี้ช่วงเวลาที่เกิดคดี เธอก็ยังมีปัญหาทางบ้าน ทั้งความไม่เข้าใจกันกับลูกสาว แม่ก็มีปัญหาไม่ลงรอยกันมาตลอด

หลานก็กำพร้าเพราะลูกชายคนโตฆ่าตัวตายโดยการแขวนคอในห้องใต้หลังโดยไม่รู้สาเหตุ ลูกสะใภ้ก็ติดยาทำให้เลี้ยงลูกไม่ได้ แต่ก็ยังพยายามขอสิทธิไปเลี้ยงดูแลเอง ซึ่งแมร์เองก็ไม่ยอมปล่อยหลานคนนี้ไป จนถึงขั้นต้องทำเรื่องผิดกฎหมายเพื่อจัดการลูกสะใภ้ตัวเอง

แค่นี้ยังไม่พอ จากการตายของลูกชายทำให้เธอมีปมซึมเศร้าตลอดเวลา จนคบหาใครไม่ได้ แม้จะมีคนใหม่ๆ พยายามเข้ามาในชีวิตของเธอก็ตาม แถมสามีที่พึ่งเลิกกันไปก็เตรียมแต่งงานใหม่กับสาวในเมืองที่อยู่หลังบ้านเธอนี่เอง ต้องเจอหน้าทั้งคู่กันทุกวัน กลายเป็นปมซ้ำให้เธอไม่มีความสุขในชีวิตมากเข้าไปอีก

ต้องบอกเลยว่าตัวเรื่องดราม่าเหล่านี้กินเวลาของเรื่องมากกว่าส่วนของสืบสวนมากมาย ขนาด 70/30 กลายเป็นซีรีส์ดราม่าหลัก สืบสวนคือน้อยนิด และยิ่งฉากไล่ล่าอะไรแบบนี้แทบไม่มีเลย (มีแค่สั้นๆ ช่วงกลางเรื่องนิดนึงเท่านั้น) ตัวซีรีส์เอาเวลาแทบทั้งหมดจมลึกลงไปกับปัญหาดราม่าต่างๆ ที่ส่วนใหญ่ก็แทบไม่เกี่ยวข้องกับคดีเลย มีเพียงความเชื่อมโยงน้อยนิดบางอย่างภายหลังเท่านั้น ซึ่งจุดนี้ถ้าใครคาดหวังการแกะปมตามรอยสืบสวนเข้มๆ ต้องบอกเลยว่าหาแทบไม่ได้ในเรืองนี้ แม้แต่ไคลแม็กซ์ของเรื่องแนวนี้ที่ควรจะมีฉากลุ้นระทึกกับฆาตกร แต่แมร์ก็ไม่ได้เป็นไปตามสูตรสำเร็จแบบนั้นเลย

 อ่านต่อ