keyboard_arrow_right
Uncategorized

รีวิวซีรีส์ Love Alarm ss2 (2021) สัญญาณแจ้งเตือนรัก ภาค 2

รีวิวซีรีส์ Love Alarm 2 (2021) สัญญาณแจ้งเตือนรัก ภาค 2

Love Alarm ss2 Netflix รีวิว แอปเลิฟเตือนรัก ซีรีส์ดัดแปลงจาก Webtoon ชื่อดังของเกาหลี เรื่องราวความรักสามเส้าของหญิงหนึ่งชายสองที่สืบเนื่องจากซีซันแรก ที่ชีวิตของพวกเขาต้องวุ่นวายเพราะเลิฟอลาม แอปที่จะทำให้ผู้ที่ดาวโหลดมาใช้สามารถรับรู้ได้ว่าภายในรัศมี 1 เมตรนั้นมีใครที่กำลังแอบชอบคุณอยู่ แล้วยังทำให้คนอื่นรับรู้ได้ว่าคุณกำลังแอบชอบเขาหรือไม่

สามารถรับชมซีซันทั้ง 6 ตอนจบได้แล้วใน Netflix ครับ และมีพากย์ไทย ซึ่งพากย์ไทยได้ดีมากด้วย ส่วนบทสรุปของความรักว่า ใครจะได้คู่กับใคร ในรีวิวด้านล่างสุดมีซ่อนสปอยตอนจบไว้ หากใครอยากรู้ กดเข้าไปดูข้างในได้เลยครับ

สำหรับรีวิวจากภาคแรก

รีวิว Love Alarm Netflix แอปเลิฟเตือนรัก เมื่อเรื่องความรักอาจใช้เทคโนโลยีไม่ได้

ตัวละคร
นางเอกของเรื่อง คิมโจโจ (แสดงโดย คิมโซฮยอน) สาวน้อยที่ชีวิตต้องเผชิญมรสุมตั้งแต่เด็ก มีปมเรื่องครอบครัวที่เสียชีวิตไปหมดจากการฆ่าตัวตายทั้งครอบครัวเมื่อครั้งอยู่ที่เกาะเซจู ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นปมฝังใจลึก จนยากที่จะมีความสัมพันธ์แบบคนปกติได้

เพื่อที่จะระบายอดีตของตนเอง เธอจึงกลายมาเป็นนักวาดบนอินเทอร์เน็ต สร้างผลงานภาพวาดที่ชื่อว่า “เดอะ ริงกิ้ง เวิร์ล” จนเป็นกระแสโด่งดัง มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก แต่กลายเป็นว่าผลงานของเธอกลับมีส่วนกระตุ้นให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตตามมา เพราะถูกคนบางกลุ่มตีความเป็นคำทำนายจนเกิดเหตุฆาตกรรมไปหลายคน ในที่สุดเธอจึงยอมเปิดเผยเรื่องราวแท้จริงของริงกิ้งเวิร์ลว่ามาจากชีวิตของเธอเอง

บทสรุปความรักสามเส้าสุดดราม่า 1อีฮเยยอง (แสดงโดย จุงคารัม) ชายหนุ่มผู้หลงรักโจโจอย่างหมดใจมาตั้งแต่สมัยเรียน เขายังเป็นเพื่อนรักตั้งแต่ สมัยเด็ก ของซอนโอด้วย เป็นคนจิตใจดีและซื่อตรงมาก แม้เขาจะรู้ว่าโจโจชอบซอนโอมากกว่า แต่ภายหลังเขาก็ตัดสินใจที่จะรอให้เลิฟอลามของโจโจต่อไปโดยไม่สนใจว่าเขาอาจจะต้องรอเก้อก็ตาม หลังจากเรียนจบ เขาก็เข้าทำงานในบริษัทที่พัฒนาเลิฟอลาม ซึ่งในซีซันสองเราจะได้เห็นเขาพัฒนาความสัมพันธ์หวานชื่นกับโจโจมากขึ้นเรื่อยๆทุกที

บทสรุปความรักสามเส้าสุดดราม่า 2ซอนโอ (แสดงโดย ซองคัง) นายแบบหนุ่มสุดฮอต เพื่อนสนิทของฮเยยอง และเป็นคนรักเก่าของโจโจในสมัยเรียนมัธยม เขากลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง แม้ว่าปัจจุบันจะคบหากับยุคโจซึ่งเป็นนางแบบชื่อดัง แต่เขายังคงไม่ลืมรักแรกคือโจโจ กระทั่งเขาได้กลับมาพบเธออีกครั้ง เรื่องราวรักสามเส้าสุดดราม่าวุ่นวายระหว่างหญิงหนึ่งชายสองจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง

รีวิว Love Alarm ss2 (Netflix) แอปเลิฟเตือนรัก บทสรุปความรักสามเส้าสุดดราม่า 3ซอนด็อกกู เพื่อนสมัยเรียนของ โจโจ เนื่องจากสมัยเรียน โจโจเคยช่วยเขาไว้ เขาจึงยอมเปิดใจให้ ที่จริงแล้วเขาคือผู้สร้างเลิฟอลามตัวจริง แรงบันดาลใจของเขามาจากการที่เขาแอบหลงรักพัคกุลมี แต่แสดงออกไม่เก่ง ภายหลังเขาช่วยเหลือโจโจด้วยการให้ฟังชั่นโล่และหอก เพื่อช่วยแก้ปัญหาชีวิตรักของเธอ แล้วเพื่อเป้าหมายแท้จริงของเขาก็คือต้องการยกเลิกเลิฟอลาม 2.0 ที่ ไบรอัน ชอน พี่ชายของเขาปล่อยออกมา

 

สำหรับภาคต่อของ Original Series Netflix ของเกาหลี ซึ่งเป็นเรื่องแรกที่ Netflix ออกทุนสร้างโดยตรง แล้วจบเรื่องแบบโคตรจะค้างคาเอาไว้ในซีซันแรก สำหรับความรักสามเส้าสุดดราม่าของตัวละคร และฉากจบในแบบระเบิดลง ซึ่ง เปิดเรื่อง ในซีซันสองมา จะไม่ได้เริ่มต้นจากฉากจบของซีซันแรกเลยนะครับ แต่จะเป็นการเล่าย้อนกลับไปเล็กน้อย เพื่อให้เราได้เห็นว่า ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ในฉากจบภาคแรก ตัวละคร ได้เติบโตและใช้ชีวิตกันยังไงบ้าง รวมถึงความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นระหว่าง โจโจและฮเยยอง ที่กำลังหวานชื่นเต็มที่

แต่แล้วเรื่องราวทั้งหมดก็กลับมาดราม่าทันทีหลังจากซอนโอกลับเข้ามาในชีวิตของทั้งคู่ ซึ่งตัวซอนโอเองก็ไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมกับแฟนสาวที่เป็นนางแบบดังคือ ยุคโจ ในขณะที่ตัวซอนโอเองก็มีความตึงเครียดในชีวิตจากความกดดันหลายอย่างทั้งในเรื่องหน้าที่การงานและการต้องลงเล่นการเมือง

แล้วในซีซันสองยังมีการเริ่มต้นเลิฟอลาม 2.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดยเฉพาะการใช้ระบบที่ทำให้ส่วนของลิสต์รายชื่อผู้ที่อาจจะชอบ แต่มันกลับทำให้ผู้คนหมกมุ่นกับการใช้งานเลิฟอลามกันมากขึ้น จนกลายเป็นตัวชี้นำความรักและความคิดอ่านของผู้คนในสังคมไปด้วย

บทสรุปความรักสามเส้าสุดดราม่า 5ซีซันสองมีจุดเด่นหลายอย่างที่น่าสนใจ ที่ดูเหมือนว่าทีมสร้างจะพยายามขยายการเล่าเรื่องราวให้ลุ่มลึกขึ้น และเล่นประเด็นทางสังคมกับด้านมืดของเทคโนโลยีเพิ่มเติม มีบางฉากที่ดูแล้วเหมือนเรากำลังดูเรื่องแนวดาร์กเทคโนโลยีแบบ Black Mirror เลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่เลิฟอลามที่เป็นหนึ่งในปมสำคัญของซีรีส์ รวมถึงการ์ตูนที่โจโจวาดบนออนไลน์เรื่อง เดอะริ้งกิ้งเวิร์ล ที่กลายเป็นชนวนเหตุด้วย ซึ่งการใส่และขยายปมเรื่องด้านมืดของเทคโนโลยีเข้ามานี่เอง ทำให้เรื่องราวดูมีน้ำหนักและน่าติดตามมากกว่าเดิม เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ก็จะมีแต่เรื่องราวรักสามเส้ากับดราม่าชีวิตรันทดของนางเอกเท่านั้นเอง

ยังมีอีกจุดหนึ่งที่ ต้องชม คือ การเขียนบทมิตรภาพเพื่อนผู้ชายระหว่าง ฮเยองและซอนโอ ทำออกมาได้ค่อนข้างดี ดูแล้วเชื่อลงว่า สองคนนี้เป็น พื่อนสนิท กันมานานจริงๆ ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องผู้หญิงเข้ามาแทรก จนกลายเป็น รักสามเส้า สุดดราม่า แต่ท้ายที่สุดมิตรภาพของพวกเขาก็ยังคงอยู่

ตัวซีรีส์ได้เพิ่มประเด็นการสะท้อนสังคม ที่ราวกับจงใจจิกกัดสังคมจริงๆของโลกเราในเวลานี้ในหลายแง่มุม แม้ว่าเลิฟอลามจะมีความโอเวอร์ในตัวของมันเอง ทั้งการทำงานของเอไอและอื่นๆ แต่ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ไม่กี่ปีต่อจากนี้ อาจจะมีการพัฒนาแอปลักษณะนี้ขึ้นมาใช้งานจริงก็ได้ เมื่อถึงเวลานั้น มันก็อาจจะกลายเป็นตัวชี้นำความคิดของผู้คนในสังคมได้เหมือนที่ในซีรีส์นำเสนอว่ามันทำให้คนเราหมกมุ่นกับมันมากเกินไป

รีวิว Love Alarm ss2 (Netflix) แอปเลิฟเตือนรัก บทสรุปความรัก สามเส้า สุดดราม่า 6อีกข้อที่น่าสนใจคือ มีการพูดถึง ประเด็น การใช้ เลิฟอลาม ในทางการเมือง จะเป็นยังไงถ้าหากว่ามันทำให้บรรดานักการเมือง ศิลปิน หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง ต้องเสียชื่อ เพราะตัวเลิฟอลามดันไปดังขึ้นบนเครื่องของผู้หญิงหรือผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีภรรยาของตนเอง มันคงจะกลายเป็นประเด็นดังที่ผู้มีอำนาจนำมาใช้งานแน่นอน ซึ่งซีรีส์ก็มีการหยิบยกเรื่องนี้มาเล่นอยู่ เพียงแต่เล่นไม่สุดเท่านั้น

ส่วนจุดด้อยยังคงมีมากมาย โดยเฉพาะการเดินเรื่องที่ ค่อนข้าง มีฉากยืดและใช้แฟลชแบ็กย้อนอดีตแทรกเป็นระยะเยอะมาก อีกทั้งบรรดาคาแรคเตอร์ตัวละครส่วนใหญ่ก็ดูแล้วไม่ค่อยสมจริงเลย มีความเป็นการ์ตูนผู้หญิงตามสูตรสูงมาก แต่ก็อย่างว่า เพราะต้นฉบับมาจาก Webtoon ตัวบทและการเดินเรื่องก็มีความโอเวอร์มากไปนิดเหมือนละครไทยน้ำเน่าที่เต็มไปด้วยมุกบังเอิญได้ยิน หรือตัวละครบังเอิญเจอกันหลายครั้ง อีกจุดหนึ่งที่น่าเสียดายคือ มีการสร้างปมไว้เยอะหลายประเด็นมาก แต่ใช้งานไม่คุ้ม เพราะบทสรุปอยู่ที่ความรักของตัวละครเป็นหลักเท่านั้นเองจริงๆ

 

สปอยตอนจบ 

ในที่สุด โจโจ ก็รู้ใจตัวเองใน ตอนสุดท้าย เธอและซอนโอได้ เคลียร์ใจ ต่อกัน แล้วเดินหน้าต่อไปตามเส้นทางความรักและชีวิตของแต่ละคน แล้วโจโจก็ได้คู่กับ ฮเยยอง ในที่สุด ถึงแม้เธอจะยังไม่สามารถทำให้เลิฟอลามของเธอดังขึ้นบนมือถือของเขาได้เพราะฟังก์ชั่นโล่ที่ป้องกันไว้ แต่นั่นไม่สำคัญอีกแล้ว เพราะเธอเลือกเขาแล้ว ส่วนซอนโอ ก็เลือกที่จะกลับไปขอคืนดีกับยุคโจ แม้ว่าเขาจะยังทำให้เลิฟอลามอีกฝ่ายดังไม่ได้ แต่คราวนี้เขาก็ตั้งใจว่าจะมาหาเธอตลอดเพื่อสักวันมันจะได้ดังขึ้นจริงๆ

ตอนสุดท้าย โจโจได้มาปรึกษากับด็อกกู เรื่องของ เลิฟอลาม ด็อกกู อธิบาย ง่ายๆว่า สาเหตุที่โจโจไม่เคยมั่นใจใน ตัวเองว่าเธอรักใคร กันแน่ แม้แต่ตอนนี้ที่ เธอคบหากับฮเยยอง แล้ว แต่ส่วนหนึ่งเธอก็ยังมีความคาใจอยู่เกี่ยวกับเลิฟอลาม ด็อกกูจึงให้ตัวล็อก (ตัวบันทึก) การทำงานของเลิฟอลามที่โจโจมีกับคนอื่น แต่เนื่องจากเป็นเทปรุ่นเก่า เมื่อ โจโ ฉมาเปิดฟังกับฮเยยอง มันจึงไม่ทำงาน ทั้งสองคน ก็ไม่คิดอะไรมาก ออกไปกินข้าวกัน แต่แล้วตัวล็อกก็เฉลยทุกอย่างว่า สิ่งที่โจโจคาใจ มาตลอดว่า เลิฟอลาม ของเธอจะเป็นยังไงหากไม่ได้ใช่โล่กันไว้นั้น แท้จริงแล้ว ตลอดเรื่องราวของ ซีซันนี้ ที่เธอกับเขาใช้เวลาร่วมกัน ทั้งหมดนั้นทำให้ เลิฟอลามแจ้งเตือน มาตลอด ซึ่งเรื่องนี้ก็เหมือนที่ด็อกกูพยายามบอกกับโจโจเช่นกันว่า มันดูออกง่ายมากๆว่าโจโจรักใคร เหมือนกับที่ลึกๆแล้วซอนโอก็ดูออกเช่นกันว่า คนที่โจโจรัก สุดท้ายก็ไม่ใช่เขาแล้ว

ที่จริงแล้ว บทสรุป ของเรื่องราว มันก็ได้ ซับซ้อน อะไรนัก ก็เหมือนที่ ด็อกกู บอกไว้ในเรื่องว่า คนเราพึ่งพาเครื่องจักรมาเกินไปหน่อย แม้มันจะมีประโยชน์และเราก็ไม่มีทางหลีกเลี่ยงมันได้ก็ตาม แต่แท้จริงแล้วคนเราหากชอบใคร สิ่งที่ทำก็แค่บอกออกไป ถ้าทำไม่ได้ ก็แค่ลองทำซ้ำๆ เขียนถึงกันก็ได้ สักวันมันก็อาจจะกลายเป็นของจริงไปเอง ที่สำคัญที่สุดคือ เรามีความตั้งใจจะทำแบบนั้นหรือไม่ขนาดไหน

จัดว่านี่เป็นอีกหนึ่งซีรีส์เกาหลีของ Netflix ที่แม้ว่าด้านเนื้อหาและองค์ประกอบต่างๆจะยังคงใช้แบบสูตรสำเร็จ แต่ก็มีความพยายามพัฒนาบทและต่อยอดความสำเร็จจากภาคแรกให้ไปไกลกว่าเดิม รวมถึงการกล้าเล่นประเด็นด้านมืดของเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ใครจะดูเพื่อเอาความฟินๆจิ้นๆ ในสไตล์รักสามเส้าของเกาหลีแบบเดิมๆก็สามารถดูได้เพลินๆครับ

 

สรุป

บทสรุปของเรื่องราวความรักสามเส้าสุดดราม่า ที่บอกให้ผู้คนเลิกยึดติดเรื่องหัวใจกับเทคโนโลยีเกินไป เพราะบางครั้งเรื่องหัวใจมันง่ายกว่าที่เราคิด นำเสนอในหลายมิติมากขึ้น บทสรุปสวยงาม แต่เดินเรื่องยืดยาดเกินไปหน่อย ปมต่างๆ ถูกสร้างไว้เยอะแต่ใช้ไม่คุ้มเท่าไหร่

 

การเล่าเรื่องครีเอทและมีชั้นเชิงมากขึ้น
นักแสดง หล่อสวย ดูเพลินตาดี บทหวาน ชวนฟิน มีกระจายกว่า ซีซันแรก
งานสร้าง และ โปรดักชั่นสวย เพลงประกอบเพราะ แค่ฟังอย่างเดียวก็เพลินแล้ว
เล่นประเด็น เรื่องความรู้สึก ของคนกับ เทคโนโลยี ได้ดี
ใส่ความเป็น ทริลเลอร์ไซไฟ เข้ามาเพิ่มได้น่าสนใจ ชนิด ที่สามารถเอา ประเด็นนี้ ไปทำซีรีส์แยกเลยยังได้
มีพากษ์ไทย ทีมเดียวกับ ซีซันแรก
จุดด้อย

คาแรคเตอร์ตัวละคร ส่วนใหญ่ ดูไม่สมจริงเลย มีความเป็นการ์ตูนผู้หญิงตามสูตรสูงมาก
บทมีความโอเวอร์มากไปนิดเหมือน ละครไทย น้ำเน่าที่เต็มไปด้วย มุกบังเอิญ ได้ยิน
เดินเรื่องยืดยาดหลายฉาก ใส่แฟลชแบ็ก มากเกินไป
สร้างปมไว้เยอะ แต่ใช้ไม่คุ้ม

ดูหนังออนไลน์

Uncategorized

รีวิวซีรีส์เกาหลี My Roommate Is A Gumiho (2021) หนุ่มหล่อจิ้งจอกเก้าหาง

รีวิวซีรีส์เกาหลี My Roommate Is A Gumiho (2021) หนุ่มหล่อจิ้งจอกเก้าหาง

 

รีวิวซีรีส์เกาหลี My Roommate Is A Gumiho เรื่องย่อ : ซีรีส์เล่าเรื่องราวของ ชินอูยอ กูมิโฮ (สุนัขจิ้งจอกเก้าหาง) ที่มีชีวิตอยู่มานานหลายร้อยปีจนถึงปัจจุบันเพื่อที่จะกลายเป็นมนุษย์ ไม่นานก่อนที่เขาจะได้กลายเป็นมนุษย์ดังที่หวังไว้ ดันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่ อีดัม นักศึกษาหญิงคนหนึ่งกลืนลูกแก้วของเขาเข้าไปในตัวโดยบังเอิญ ทำให้เขาไม่สามารถเป็นมนุษย์ได้ จึงเป็นเหตุให้ทั้งสองต้องอยู่ด้วยกันเพื่อปกป้องลูกแก้วนี้ และเรื่องราวความโรแมนติกที่ไม่คาดขึ้นจึงเกิดขึ้น

นักแสดง
จางกียง รับบทเป็น ชินยออู
กูมีโฮที่มีหน้าตาดี ร่างกายแข็งแกร่ง ภาพลักษณ์ดี และมีเสน่ห์ที่อ่อนหวานซึ่งเขาใช้ชีวิตมานานกว่า 999 ปี เพื่อที่จะได้กลายเป็นมนุษย์ แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตของเขา

ฮเยริ รับบทเป็น อีดัม
นักศึกษาสาวที่ไม่ลังเลใจที่จะพูดความจริงออกมา เธอเป็นคนแน่วแน่ ตรงไปตรงมา และมีเป้าหมายในตัวเอง ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่เธอไม่เคยมีความสัมพันธ์คบหากับใครมาก่อน  ที่มา

 

 

 

Uncategorized

รีวิวซีรีส์ : Search (2020) ทีมค้นหาที่ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด

Search ซีรีส์ระทึกขวัญ ฆาตกรรมในเขตปลอดทหาร!

เรื่องย่อ Search (2020)  : ซีรีส์เรื่องนี้จะเล่าเรื่องราวการเอาชีวิตรอดของทีมค้นหาที่ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ซึ่งในเรื่องยังจะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างสมาชิกในทีมค้นหา รวมไปถึงความยากลำบากในการหลบหนีออกจากเขตปลอดทหารบริเวณชายแดนเกาหลีเหนือ-ใต้ ด้วยกันของพวกเขา

นักแสดง
จางดงยุน รับบทเป็น ยงดงจิน
นายทหารผู้ดูแลสุนัขทหาร ที่นับวันรอคอยการปลดประจำการของตัวเอง แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นในบริเวณพื้นที่เขตปลอดทหาร (DMZ) ทำให้เขาได้เข้าร่วมทีมค้นหา ยงดงจินหวังจะเสร็จสิ้นภารกิจสุดท้ายนี้อย่างราบรื่น อย่างไรก็ตามด้วยสถานการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ซึ่งตัวละครนี้ใช้สัญชาตญาน ความเฉลียวฉลาด และการตัดสินใจอันเด็ดขาดในการค้นหาความจริง

คริสตัล รับบทเป็น ซนเยริม
ร้อยโทคนแรกในกองทัพที่ประวัติของเธอไร้ที่ติ เธอเป็นทหารที่มีความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญาที่ชาญฉลาด และ ความกล้าหาญ เธอได้เข้าร่วมทีมสืบสวน ในฐานะเจ้าหน้าที่พิเศษ เพื่อหาความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นในเขตปลอดทหารนี้

มุนจองฮี รับบทเป็น คิมดาจอง
ทหารกองหนุนซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหัวหน้าทีมกองกำลังพิเศษที่รับผิดชอบการต่อต้านการก่อการร้ายและตอนนี้ทำงานเป็นไกด์นำเที่ยวที่ DMZ Memorial Hall

ยุนพัค รับบทเป็น ซองมินคยู
นายทหารประสบการณ์สูงและฝีมือดีที่มาทำหน้าที่หัวหน้าในทีมสำรวจครั้งนี้

อีฮยอนอุค รับบทเป็น อีจุนซอง
รองหัวหน้าทีมสำรวจที่มีหัวใจเป็นนายทหารอย่างแท้จริง

 

อ่านต่อได้ที่

 

Uncategorized

รีวิวซีรีส์ : Romantic Doctor Teacher Kim 2016 แนวการแพทย์

ซีรีส์เกาหลี Dr. Romantic 2 / Romantic Doctor - ลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี (2021-05-27 15:58)

เรื่องย่อ: Romantic Doctor Teacher Kim หมอโรแมนติก Kim, MD, ธีมหลังจากที่ Yoon Ruizhen และคนรักของเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ชีวิตก็ต้องเปลี่ยนไป สิ่งนี้ทำให้เขาเสียชีวิตและเธอยังได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือซึ่งอาจทำให้เธอไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ทางการแพทย์ตามกำหนดได้ เมื่อมีปัญหาและความเสียใจอย่างท่วมท้นเธอจึงขึ้นไปบนภูเขาและทำให้เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อีกครั้ง คราวนี้เธอได้รับความช่วยเหลือจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ คนที่ทำงานในโรงพยาบาลเล็ก ๆ ในชนบทคือ “อาจารย์คิม” อาจารย์คิมเคยเป็นศัลยแพทย์มือทอง โรงพยาบาลใหญ่ แต่เขาออกจากโรงพยาบาลด้วยความผิดพลาดบางประการ ใช้ชื่อใหม่เพื่อปิดบังว่าตัวเองทำงานในโรงพยาบาลเล็ก ๆ โรงพยาบาลธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา การใช้ทักษะของอาจารย์จินเนื่องจากการทุจริตและการใช้อำนาจของแพทย์อย่างผิดจรรยาบรรณเขาจึงถูกส่งตัวไปที่ห้องผ่าตัดของประธานาธิบดีซึ่งเป็นผู้สนับสนุนโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่เขาจากไป

 

เจียง ตงจู ศัลยแพทย์ผู้เก่งกาจที่โรงพยาบาลทั่วไป ได้ย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลเล็กๆ แห่งหนึ่ง เขาไปพบแพทย์ที่เขาพบในวันที่เขาเสียพ่อไป ใครเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเป็นหมอที่ดีในวันนี้ เขาจะถูกกลืนไปกับการผ่าตัดของโรงพยาบาล อัตลักษณ์และอุดมการณ์เขาได้พบกับอาจารย์จิน และเรียนรู้ที่จะเป็นหมอที่เขาอยากเป็นมาตลอด ซีรีย์ทางการแพทย์เป็นอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมในเกาหลี ดังนั้นจึงมีการสร้างซีรีส์ประเภทนี้หลายชุดเมื่อปลายปี 2559 หมอคิม (คิม) สุดโรแมนติก เป็นซีรีส์ทางการแพทย์อีกเรื่องที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ชม เหตุผลส่วนหนึ่งคือบทความชุดนี้จะตรวจสอบเรื่องราวของหมอจากอีกมุมหนึ่ง

 

Romance Doctor Kim เป็นละครแนวการแพทย์ของเกาหลีออกอากาศเมื่อปลายปี 2016 นำแสดงโดยนักแสดงฮันเซกยูครูคิมชามูยอนซุกนำแสดงโดยคังดงจูฮยอนฮยอนรับบทยุนซอจองและนักแสดงหน้าใหม่ยางเซ -jong as Teo In Beom เกี่ยวกับแพทย์ที่ต้องเผชิญกับคนไข้เรื่องราวของความเจ็บป่วยในการทำงานในโรงพยาบาล Doldan มีหลายรูปแบบและปัญหาจากปัจจัยภายนอกตัวละครแต่ละตัวมีเงื่อนงำของปัญหาซึ่งช่วยให้เรื่องราวเข้มข้นและน่าสนใจยิ่งขึ้น ซีรีส์จะแจ้งให้คุณทราบ พวกเขาต้องเผชิญกับปัญหาอะไรบ้างเบื้องหลังอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน? คุณจะรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในโรงพยาบาล Doldam ซึ่งรักษาคนไข้ด้วยวิธีนี้จริงๆ

 

คังดงจู (รับบทโดย ยูยอนซอก) ศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกล ผู้เคยสูญเสียพ่อจากการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมของแพทย์ เขาจึงพยายามเป็นแพทย์ที่เก่งและมุ่งมั่นรักษาให้กับผู้ป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่ในโลกของความเป็นจริงที่การมีเส้นสายเป็นสิ่งสำคัญ ความสามารถเพียงอย่างเดียวจึงไม่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ คังดงจูตัดสินใจเลื่อนการผ่าตัดคนไข้ทั่วไปที่มาถึงก่อนและผ่าตัดให้กับคนไข้วีไอพีเพื่อความก้าวหน้าด้านการงาน แต่ผลการผ่าตัดที่ผิดพลาดทำให้ชีวิตของคังดงจูเปลี่ยนไป เขาถูกย้ายมาที่โรงพยาบาลทลดัม จึงได้พบกับศัลยแพทย์มากฝีมืออย่างอาจารย์คิมและยุนซอจอง แพทย์รุ่นพี่ผู้เป็นรักครั้งแรกของเขา

ยุนซอจอง (รับบทโดย ซอฮยอนจิน) ศัลยแพทย์สาวที่เคยทำงานที่โรงพยาบาลกอแดและเป็นแพทย์รุ่นพี่ของ คังดงจู เธอเลือกเป็นหมอเพราะคนที่ดูแลเธอตั้งแต่เมื่อแม่ของเธอเสียชีวิตคือผู้บริหารโรงพยาบาลกอแด ที่เธอคิดมาตลอดว่าเขาเป็นพ่อแท้ๆ เธอจึงต้องการทำให้เขาภาคภูมิใจและยอมรับว่าเธอเป็นลูกคนหนึ่ง ยุนซอจองเคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนทำให้แฟนหนุ่มของเธอเสียชีวิต จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เธอต้องต่อสู้กับอาการทางจิตที่รุนแรงขนาดต้องใช้ยาระงับประสาท ซึ่งมีผลต่ออาชีพแพทย์ของเธอเอง

โทอินบอม (รับบทโดย ยังเซจง) ศัลยแพทย์รุ่นเดียวกับคังดงจู ทั้งสองเป็นคู่แข่งกันในทุกเรื่อง แต่โทอินบอมไม่เคยเอาชนะคังดงจูได้เลย เพียงสิ่งเดียวที่โทอินบอมที่เหนือกว่าคังดงจูคือการมีเส้นสายทางการงานที่ดีเพราะเขาเป็นลูกชายของผู้บริหารโรงพยาบาลกอแด วันหนึ่งโทอินบอมถูกส่งมาที่โรงพยาบาลทลดัมเพื่อสืบข่าวเรื่องการวางแผนผ่าตัดของอาจารย์คิม เขาจึงได้เรียนรู้การทำงานด้วยความสามารถของตัวเองโดยไม่มีเส้นสายใดๆ และมันทำให้เขาค้นพบคุณค่าที่แท้จริงของการเป็นแพทย์

สิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้น่าติดตามคือ การดำเนินเรื่องที่รวดเร็วและเน้นเรื่องการแพทย์มากจริงๆ ถึงแม้จะเป็น ซีรีส์ที่มีความยาว 20 ตอน แต่การันตีได้เลยว่ามีฉากผ่าตัดแทบทุกตอน เรื่องความโรแมนติกของพระนางก็มีให้เห็นบ้าง ชนิดที่ว่านานๆมาทีแต่ก็มาแบบจัดเต็ม เป็นความรักแบบผู้ใหญ่ ที่ไม่ได้หวานแหววกุ๊กกิ๊กกันมากมาย ตามภาระหน้าที่การเป็นแพทย์ของทั้งคู่ ถ้ามีฉากสวีทกันมากกว่านี้ก็คงไม่เหมาะ นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราติดตามตลอด คือเราอยากดูตอนที่พระนางจะสวีทกัน แม้จะเป็นโมเม้นต์เล็ก ๆ แบบแค่ซบไหล่กัน บอกรักกัน แต่มันเป็นความรักท่ามกลางความกดดันและปัญหาต่างๆ ความสวีทของพระนางจึงช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดไปได้บ้าง

 

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้น่าติดตามคือ ตัวละครทุกตัวมีปมปัญหาที่ซ่อนเอาไว้ ไม่มีใครเป็นคนเพอร์เฟ็ก ซึ่งทำให้ตัวละครมีความสมจริงยิ่งขึ้น ตัวละครที่เราชื่นชอบมากที่สุดก็คือตัวละครเอก ทั้งพระเอกและนางเอก คนเขียนบทสร้างเรื่องราวให้กับตัวละครเอกได้อย่างสมเหตุสมผล การกระทำของตัวละครเป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ทั้งคังดงจูและยุนซอจองต่างมาประกอบอาชีพเป็นหมอเพราะมีความต้องการบางอย่าง แต่เมื่อพวกเขาได้มาเป็นหมอแล้ว ความต้องการนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยภาระหน้าที่ของการเป็นหมอ ไม่ว่าความต้องการก่อนหน้านี้คืออะไร สุดท้ายสิ่งที่คนเป็นหมอทุกคนควรกระทำก็คือการช่วยเหลือชีวิตคนไข้

ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่า ชีวิตของหมอ บางครั้งก็ไม่ได้สวยงามและไม่ได้ดำเนินไปตามทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ กว่าพวกเขาจะได้มาประกอบอาชีพอันมีเกียรตินี้ พวกเขาก็ต้องผ่านความยากลำบากมาก่อนกันทั้งนั้น และเมื่อได้มาประกอบอาชีพนี้แล้วก็ขึ้นอยู่กับหมอแต่ละคนว่าจะเลือกดำเนินชีวิตของตนอย่างไร จะเลือกนำความรู้ที่ตนมีไปช่วยเหลือผู้อื่นหรือทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น

คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจซีรีส์เรื่อง Romantic Doctor Teacher Kim คือคุณควรมีเวลาว่างพอสมควรในการดูซีรีส์เรื่องนี้ เพราะหากคุณได้เริ่มต้นดูแล้วฟันธงเลยว่า คุณจะต้องอยากดูต่อยาวๆ และอีกหนึ่งคำแนะนำคือคุณควรมีจิตใจที่เข้มแข็งพอ ซีรีส์เรื่องนี้สามารถทำให้เราเสียน้ำตาได้ง่ายๆ เพราะมีทั้งเรื่องเกี่ยวกับความรัก ครอบครัว เพื่อน และที่สำคัญเมื่อดูซีรีส์เรื่องนี้จบ คุณอาจได้คุณหมอหรือบุรุษพยาบาลของโรงพยาบาลทลดัมเป็นแฟนเพิ่มก็เป็นได้

 

นับเป็นซีรี่ส์เรตติ้งสูงส่งท้ายปลายปี 2016 (ที่มาจบเอาปี 2017) ซึ่งไต่เรตติ้งด้วยการเปิดตัวที่ 9% และทำได้สูงสุดที่ 28% ในตอนที่ 20 แม้ปีที่ผ่านมาเราจะได้ชมซีรี่ส์ทางการแพทย์ไปบ้างแล้ว แต่เรื่องนี้ถือว่าทำได้ดีและโดดเด่นมากๆ แม้จะมีเรื่องรัก แต่ก็ไม่ได้เวิ้นเว้อจนน่าเบื่อ แต่เน้นไปที่การเล่าเรื่องการทำหน้าที่ของแพทย์จริงๆ โดยเรื่องนี้ เด่นไปที่เป็นคนไข้ฉุกเฉินเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอุบัติเหตุในเรื่องก็ไม่ธรรมดาเลย ไม่ว่าจะชนขบวนจักรยาน หรือการรถชนหลายคันเนื่องจากถนนลื่น ทำให้เรื่องนี้ เหล่าหมอๆ ต้องรับเคสคนไข้พร้อมกันเป็นจำนวนมาก

ระหว่างเรื่องเราได้เห็นการผ่าตัดจำนวนมาก โดยบางตอนถึงกับมีการผ่าตัดพร้อมกัน 2 เคสเลยทีเดียว (ฉากผ่าตัดก็จริงจังมาก มีความสมจริง ตัวละคร แต่ละตัวเป็นแพทย์พยาบาลฝีมือดี แสดงได้คล่องมาก) ขณะเดียวกันนอกจากเรื่องราวของ แต่ละเคส ที่นอกจากจะเล่าเรื่องการผ่าตัด ยังมีการแทรกดราม่าชีวิตของคนไข้แต่ละคน ที่ช่วยหล่อหลอมให้ตัวละครแต่ละตัวเติบโตขึ้น โดยมีการเล่าเรื่องของทั้งตัวละครหลัก และสมทบ ซึ่งแต่ละคนก็มีปมปัญหาของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็น 20 ตอนที่เต็มไปด้วยฉากการรักษาและดราม่าชีวิตไปพร้อมๆกัน อัดแน่นทุกตอน แต่ก็ยังแทรกมุกขำๆ และเรื่องราวความรักไว้ด้วย ทำให้ไม่มีจุดไหนน่าเบื่อ และกลมกล่อม ครบรสมากๆ

ในส่วนของนักแสดง ก็ได้ 3 นักแสดงนำที่เราอาจจะเคยได้ชมผลงานมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะตัวละครอาจารย์คิมซึ่งแสดงฝีมือเป็นที่ประจักษ์และ

ได้รับรางวัลแดซัง(รางวัลสูงสุด) จากงาน SBS Drama Awards 2016 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยการแสดงที่มีพลังและปมอารมณ์ที่อัดแน่นของตัวละคร

อีกทั้งยังมีฉากการฟาดฟันอารมณ์ อันเกิดจากการไม่เข้าใจกันทำให้ทั้ง ฮันซอกกยู และยูยอนซอก ได้ปล่อยของกันแทบจะตลอดเวลา นอกจากนี้

เคมีของคู่พระนางที่เปิดตอนแรกมาก็จูบกันเลย ก็ลงตัวอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงท้ายๆซึ่งน่ารักมากๆ

ในส่วนนักแสดงสมทบทั้งหมดก็เรียกว่าไม่ด้อยไปกว่ากันเลย ทั้งคุณหัวหน้าพยาบาล (ติดตามออนนี่มาหลายเรื่องแล้ว นับเป็นหนึ่งในนักแสดงสมทบมากฝีมือที่มีผลงานเยอะมากๆ) คุณหมอดมยา ผอ.โรงพยาบาลตัวร้าย ฯลฯ แต่ละคนมีบทบาทต่อการดำเนินเรื่อง และกลายเป็นที่รักของคนดู โดยเฉพาะ Yang Se Jong (รับบท หมอโดอินบอม) ก็เป็นที่สนใจของแฟนๆซีรี่ส์มาก รวมทั้ง คิมมินแจ ผู้รับบทฝ่าบาทในช่วงวัยรุ่นในเรื่อง Goblin ที่มารับบทบุรุษพยาบาลในเรื่องนี้ด้วย

 

ฉากหนึ่งที่เราประทับใจมากในเรื่อง คือการก้าวผ่านปมในใจของคังดงจู ที่เรียนรู้ว่าแพทย์ไม่สามารถรักษาชีวิตของทุกคนเอาไว้ได้ เขาได้นึกถึงเรื่องราวของพ่อของเขาที่เขาเชื่อว่าต้องจากไปเพราะความผิดพลาดของอาจารย์คิม เมื่อเจอกับตัวเองในขณะที่ตัวเองอยู่ในฐานะแพทย์ เขาเข้าใจอาจารย์คิม แต่ก็ไม่สามารถทำใจยอมรับได้ทั้งหมด ฉากนี้ยูยอนซอกแสดงออกมาได้ดีมากๆ เรียกได้ว่า สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง แสดงออกมาได้อย่างครบถ้วน เราสามารถเห็นความสับสน ความรู้สึกของการพยายามยอมรับสิ่งที่ตัวเองรู้ดีว่าถูกต้อง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่สามารถทำได้ เป็นความรู้สึกอัดอั้นตันใจ ของคนที่กำลังจะโตขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

นอกจากนี้ในตอนพิเศษของเรื่องยังได้นำตัวละครรักแรกของอาจารย์คิมมาเล่าเรื่องของการทำงานของแพทย์อีกกลุ่มหนึ่งที่ทำงานนอกโรงพยาบาล อยู่ในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ไม่สงบต่างๆ ที่แม้จะเป็นแพทย์เหมือนกัน แต่กลับต้องทำงานอยู่ในโลกที่แตกต่างจากโรงพยาบาลในเมืองอย่างมากมาย

คิมฮเยซูมาร่วมแสดงในบทอดีตคนรักของอาจารย์คิม

อีกประเด็นที่เรื่องนี้แทรกไว้คือ การที่ชีวิตคนเราเกิดจาการเลือกทางเดินต่างๆ หากเราเลือกที่จะทำให้ดีที่สุดแล้ว สุดท้ายทุกอย่างก็จะจบลงด้วยดี ชีวิตเต็มไปด้วยทางเลือกที่เราต้องตัดสินใจ และไม่ว่าเราจะเลือกอย่างไร นั่นแหละจะเป็นการหล่อหลอมตัวตนของเรา

ตัวละครแต่ละตัวในเรื่องล้วนมีที่มาที่ให้มาพบกัน ความดีทั้งหมดที่อาจารย์คิมทำมาตลอด นำพาผู้คนมากมายเข้ามาในชีวิต ช่วยเหลือกัน เรียนรู้จากกันและกัน ชีวิตไม่มีเรื่องบังเอิญ การพบกันของคนเราก็เช่นกัน ไม่ว่าอะไรจะพาให้แต่ละคนมาพบกัน สิ่งสำคัญคือทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อที่จะไม่ต้องเสียใจในผลของการกระทำนั้น

รีย์แนวการแพทย์ โรแมนติกในซีรีย์การแพทย์เนื้อเรื่องดีจนมีซีซั่น 2 ในซีซั่น 1 กับเรื่อง ( Romantic Doctor, Teacher Kim 1 : ด็อกเตอร์โรแมนติก 1 ) เป็นเรื่องราวของเหล่าทีมแพทย์และบุคลากรของโรงพยาบาลทลดัมเป็นโรงพยาบาลเล็กๆในต่างจังหวัด ที่จะต้องรับมือกับคนไข้ที่เข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน นำทีมโดยหมอคิม อดีตศัลยแพทย์มือทองของโรงพยาบาลใหญ่ ผู้ที่ต้องคอยดูแลเคสต่างๆ ทั้งหนักและเบา นอกจากนี้เค้ายังต้องคอยดูแลเหล่าแพทย์หนุ่มสาวที่ต่างคนต่างมีนิสัยและปัญหาที่แตกต่างกัน โดยเรื่องเริ่มต้นจากนางเอกมีพี่ชายเป็น ผอ. โรงพยาบาลเอกชนเธอพยายามทำตัวให้เก่งเพื่อที่จะให้พี่ชายของเธอยอมรับ แต่พี่ของเธอค่อนข้างมีนิสัยเป็นสีเทา ทำให้เธอเสียใจและได้ออกเดินทางไปเดินเขาแต่ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทำให้เธอต้องไปทำงานที่ ทลดัม และพระเอกของเรานั้นเป็นชายหนุ่มผู้เชื่อมั่นในตัวเองสูงทำให้ เกิดข้อผิดพลาด ในการทำงานทำให้ต้องย้ายไปเป็นหมอที่ โรงพยาบาลทลดัม ในตัวของเชานั้นไม่อยากไปเพราะโรงพยาบาลมีความล้าสมัย เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปและตัวเอกอย่าง dr.คิมเค้าจะจัดการปัญหาที่ต้องคอยรับมือกับผู้บริหารระดับสูงของ มูลนิธิการแพทย์ กอซาน ที่คอยจะกำจัดเค้าอย่างไร ไปลุ้นด้วยกัน

 

ดูหนังออนไลน์

 

Uncategorized

ควร สร้างรั้ว หรือ สร้างบ้านก่อน ความรู้ กฏหมาย เกี่ยวกับ รั้วบ้าน

กฎหมายควรรู้ก่อนสร้างรั้วบ้าน| DDproperty.com

ในการ สร้างบ้านใหม่ นอกจากตัวบ้านแล้ว สร้างรั้ว บ้าน ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เราต้องใส่ใจไม่แพ้กัน เพราะรั้วทำหน้าที่กั้นอาณาเขต เพิ่มความปลอดภัย และช่วยให้เรารู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วย ทั้งนี้ ในการสร้างรั้วมีเรื่องที่ต้องพิจารณาดังนี้

1. จุดประสงค์: เป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง เพื่อให้สามารถเลือกแบบและชนิดรั้วได้เหมาะกับการใช้งาน เช่น ถ้าต้องการสร้างรั้วเพื่อกั้นอาณาเขตหรือเพื่อความสวยงามเท่านั้น อาจเลือกใช้รั้วไม้/ไม้เทียม หรือรั้วเหล็กดีไซน์โปร่ง จะช่วยให้บ้านดูไม่อึดอัด อากาศถ่ายเทได้ดียิ่งขึ้นแต่ถ้าหวงแหนความเป็นส่วนตัวมาก ก็อาจสร้างเป็นรั้วปูนหรือรั้วคอนกรีตทึบสูง ช่วยบังสายตาจากคนนอกได้เป็นอย่างดี

-รั้วโปร่งสบายตา อากาศถ่ายเทสะดวก

-รั้วทึบเพิ่มความเป็นส่วนตัว

2. กฎหมาย: รั้ว เป็นส่วนที่อยู่ติดกับบ้านหลังอื่นๆ รวมถึงติดกับพื้นที่สาธารณะ อาจส่งผลกระทบต่อส่วนรวมได้ จึงต้องมีกฎหมายควบคุม อาทิ

– ความสูงของรั้วจะต้องไม่เกิน 3 เมตรสำหรับบ้านที่อยู่ติดถนนหรือติดพื้นที่สาธารณะ
– ระยะห่างระหว่างรั้วกับตัวบ้าน หากเป็นบ้านที่มีพื้นที่น้อยกว่า300 เมตร ต้องห่างอย่างน้อย 0.5 เมตร หากเป็นบ้านที่มีพื้นที่มากกว่า 300 เมตร ต้องห่างอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อไม่ให้รบกวนเพื่อนบ้าน กรณีที่มีการปรับปรุงซ่อมแซม

ถ้าไม่อยากให้รั้วสวยๆ ต้องถูกทุบทิ้งภายหลัง อย่าลืมทำความเข้าใจข้อกฎหมายอย่างรอบคอบก่อนสร้าง

3. วัสดุ: วัสดุแต่ละแบบมีคุณสมบัติต่างกัน เราควรเลือกให้ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุดหรือบางบ้านอาจเลือกผสมผสานวัสดุหลายๆ ชนิด เพื่อให้ได้รั้วแบบที่ตรงใจ

วัสดุยอดฮิตที่มักนำมาสร้างรั้ว ได้แก่

– ไม้หรือวัสดุทดแทนไม้: จุดเด่นคือความสวยงาม เป็นธรรมชาติ ให้อารมณ์ความรู้สึกหลากหลาย ขึ้นอยู่กับสีสัน ขนาดของไม้ และวิธีการจัดเรียง
หากเป็นพื้นที่ที่อากาศร้อน มีแดดจัด หรือมีฝนตกอย่างในประเทศไทยหรือประเทศแถบเอเชีย รั้วไม้จริงอาจมีปัญหาการยืด/หด/โก่งตัวตามสภาพอากาศ หรือเกิดการผุ/แตก ได้ง่าย ใครที่ต้องการเลี่ยงปัญหานี้ แนะนำให้เลือกใช้รั้ววัสดุทดแทนไม้ (ไฟเบอร์ซีเมนต์) ที่ทนทานต่อสภาพอากาศมากกว่า เพื่อยืดอายุการใช้งานและประหยัดงบในการซ่อมแซม

–รั้วไม้จริง

–รั้วไม้เฌอร่า (สามารถดัดโค้งได้)

– ปูน: ได้รับ ความนิยม มากเนื่องจากมีราคาค่อนข้างถูกมีลักษณะทึบ ตัน ให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรงแต่ใช้เวลาสร้างนานเนื่องจากต้องทำการก่ออิฐฉาบปูน ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นรั้วคอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งหล่อสำเร็จมาจากโรงงาน มีลวดลายให้เลือกติดตั้งได้รวดเร็วกว่า แต่ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับรั้วปูนแบบดั้งเดิม

–รั้วปูน

–รั้วคอนกรีตสำเร็จรูป

– โลหะ: จุดเด่นคือความแข็งแรงทนทาน แต่มักมีดีไซน์โปร่ง ทำให้มีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่ารั้วชนิดอื่นๆ บางบ้านจึงนำมาผสมผสานกับรั้วปูนหรือรั้วไม้/วัสดุทดแทนไม้ เพื่อช่วยพรางตาจากคนนอก โลหะที่นิยมใช้ทำรั้ว ได้แก่ อัลลอย (หรูหราสไตล์ยุโรป ราคาค่อนข้างสูง), เหล็ก (เรียบง่าย ดูโปร่งบาง) และสเตนเลส (มันเงา ขึ้นสนิมยาก)

– ต้นไม้: บางบ้านเลือกปลูกต้นไม้ (เน้นต้นไม้โตไว พุ่มหนา ทนแดดฝน อาทิ ต้นไผ่ ชาดัด โมก เข็ม) ให้เป็นแนวรั้วแทนการติดตั้งรั้วตามปกติ เพื่อให้บรรยากาศดูสดชื่น ผ่อนคลายยิ่งขึ้น แต่ต้องดูแลมากกว่ารั้วอื่นๆ เพราะต้องคอยตัดแต่งทรงและเก็บกวาดใบที่ร่วงโรย

4. การติดตั้ง: รั้วบางชนิด เช่น รั้วต้นไม้ รั้วไม้ เจ้าของบ้านอาจพอทำเองได้ เพราะกระบวนการไม่ซับซ้อนมากนัก แต่หากต้องการงานที่เนี้ยบและแข็งแรงขึ้น อาจให้ช่างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยติดตั้ง
สำหรับรั้วปูน รั้วโลหะ ควรสร้างหรือติดตั้งโดยช่างมืออาชีพเท่านั้นเพื่อความแข็งแรง ทนทาน มีรูปลักษณ์และขนาดที่ได้มาตรฐานไม่เป็นอันตรายกับผู้อยู่อาศัยภายหลัง

สำหรับคนที่กำลังวางแผนสร้างบ้าน บนที่ดินของตัวเอง เคยสงสัยไหมว่า เราควรจะสร้างรั้วก่อนที่จะสร้างบ้าน หรือ ควรสร้างบ้านให้เสร็จก่อนแล้วค่อยสร้างรั้ว ซึ่งประเด็นนี้ทีหลายท่านที่สงสัย

ต้องขอบอกว่าคำตอบของเรื่องนี้ละเอียดอ่อน เพราะสามารถมองในมุมของความเชื่อด้านศาสตร์ฮวงจุ้ย และมองในมุมวิศวกรรม ซึ่งเราจะขอพูดในมุมของวิศวกรรมดังนี้

จะสร้างรั้ว หรือ จะสร้างบ้านก่อนก็ได้ หรือจะสร้างควบคู่กันไปก็ได้ แต่ต้องวางแผนให้ดี

การสร้างรั้วของบ้านแต่ละหลังนั้น จะมีปัจจัยพื้นฐานและเหตุจำเป็นในการสร้างที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาดพื้นที่ เรื่องระดับดิน ที่ต้องคำนึงก่อนวางแผนในการสร้างรั้วแทบทั้งสิ้น เพราะถ้าหากวางแผนผิด สร้างไปแล้ว หรือไม่ได้สร้างในเวลาที่ถูกต้อง อาจจะส่งผลให้เกิดความเสียหาย ทั้งรั้วและตัวบ้าน

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าควรจะสร้างรั้วก่อนหรือสร้างบ้านก่อน ?

พิจารณาจากระดับของที่ดิน

หากคุณกำลังเตรียมการเรื่องการถมดิน ยิ่งถ้าระดับดินที่คุณถมมีระดับที่สูงกว่าพื้นที่ข้างเคียง หรือบ้านของเพื่อนบ้านคุณ ขอแนะนำให้คุณสร้างรั้วกันดินขึ้นมาก่อน เพื่อป้องกันดินไหลไปพื้นที่ที่ต่ำกว่าแถมยังช่วยเรื่องความแน่นของดินที่ถมอีกด้วย แต่จะสร้างรั้วให้สูงแค่ไหนก็ต้องพิจารณาจากระดับดินที่ถม

พิจารณาจากขนาดพื้นที่ของที่ดิน

หากคุณมีที่ดินกว้างมาก แถมยังใช้พื้นที่สร้างบ้านไม่ถึง 1 ใน 3 คุณจะสร้างรั้วตอนไหนก็ได้ ไม่เป็นปัญหา แต่ขอแนะนำว่าให้สร้างรั้วหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนเสาเข็มเพราะถ้าสร้างรั้วก่อนขั้นตอนเจาะหรือตอกเสาเข็มอาจทำให้รั้วเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนได้

แต่ถ้าหากคุณมีข้อจำกัดในเรื่องขนาดของพื้นที่ เช่น ระยะห่างจากตัวบ้านกับเขตพื้นที่ มีแค่ 1 เมตร เราขอแนะนำให้คุณสร้างรั้วตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะจะได้ป้องกันปัญหาที่ตามมาไม่ว่าจะเป็น เข็มของรั้วไปกระแทกท่อประปา หรือเศษปูนเปียกกระเด็นโดนตัวบ้าน เป็นต้น แต่ก็ควรจะสร้างรั้วหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนเสาเข็มไปแล้วนะครับ และที่สำคัญต้องวางแผนกับวิศวกรควบคุมงานก่อสร้างก่อน เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสร้างรั้วและลดปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาภายหลัง

เทคนิค !!

ควรสร้างรั้วขึ้นมา 3 ด้านก่อน คือ ด้านซ้าย ด้านขวา และด้านหลัง เหตุผลที่ไม่ สร้างรั้วด้านหน้า เพราะ เปิดช่องทางให้ขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ ในการก่อสร้างได้สะดวก

อยู่มาบ้านหลังนี้มาได้ก็หลายปี รั้วบ้านเริ่มจะทรุดโทรมซะเเล้ว เเถมยังต่ำเกินไปอีกด้วย อยากให้สูงกว่านี้จะได้มีความเป็นส่วนตัวขึ้น งั้นสร้างรั้วใหม่ดีกว่า!!
การจะทำรั้วใหม่นั้น เราต้องคำนึงถึงเพื่อนบ้านข้างๆ ของเราด้วย อย่างที่รู้ๆ กันว่ารั้วนั้นกั้นระหว่างบ้านทั้งสองหลังเอาไว้ ถ้าเราก่อสร้างรั้วใหม่อาจะส่งผลกระทบกับบ้านข้างเคียงได้ ดังนั้นถ้าคิดจะสร้างรั้วใหม่ ต้องระมัดระวังอย่างมาก จะได้ไม่เกิดปัญหาขัดเเย้งกับเพื่อนบ้านภายหลัง

ตามกฎหมายแล้วเราสามารถก่อสร้างรั้วได้ โดยกฎหมายกำหนดให้สามารถสร้างรั้วได้สูงประมาณ 3 เมตรซึ่งถือว่ามีความสูง และจะทำให้ครอบครัวมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยที่เจ้าของที่ดินข้างเคียงก็ไม่สามารถขัดขวางได้ เนื่องจากมีการก่อสร้างรั้วในแนวเขตที่ดินของเราเอง แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับเจ้าของที่ดินข้างเคียงนะ

และการก่อสร้างรั้วในเขตที่ดินของตนเองจะไม่ถือว่าเราสละสิทธิการครอบครองเนื้อที่ดินส่วนที่เป็นช่องว่างระหว่างรั้วของทั้งสองข้างแต่อย่างใด (เพราะว่าเราไม่สามารถตกลงที่จะขอต่อเติมรั้วที่มีอยู่เดิมได้) และหลักฐาน (หลักหมุดที่ดิน) ที่แสดงว่าแนวเขตที่ดินของเดิมก็ยังคงเป็นเช่นเดิมครับ รั้วที่ก่อสร้างใหม่ไม่ได้เป็นหลักฐานที่แสดงแนวเขตที่ดินแต่อย่างใด

เเล้วถ้าเกิดเจ้าของบ้านข้างๆ เกิดรื้อรั้วเเล้วมาใช้ประโยชน์ในที่ดินของเราล่ะ?
คำถามนี้จะต้องพิจารณาก่อนว่า รั้วเดิมที่ก่อสร้างเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้ก่อสร้างลงในแนวเขตที่ดินครึ่งหนึ่งที่เป็นของเราหรือไม่ หรือก่อสร้างในแนวเขตที่ดินของเขาเองทั้งหมด หากก่อสร้างบริเวณครึ่งหนึ่งของเส้นแนวเขตที่ดินของเรา ก็จะทำให้เราต้องเสีย (การใช้ประโยชน์ในที่ดิน) พื้นที่ใช้สอยบริเวณรั้วใหม่รวมกับพื้นที่ครึ่งหนึ่งของรั้วเดิมไป

ส่วนเรื่องที่กฎหมายกำหนดว่าให้รั้วเป็นกรรมสิทธิ์รวมของเจ้าของ นั้นเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นเท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่ารั้วที่ก่อสร้างใหม่นั้นได้ก่อสร้างในที่ดินของเรา โดยที่เจ้าของที่ดินข้างเคียงก็รู้อยู่แล้ว เราก็ยังคงเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินตามที่ปรากฏในแนวเขตที่ดินเดิมต่อไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาอ้างสิทธิครอบครองปรปักษ์ หรือแย้งสิทธิอันพึงมีของเราไปได้ง่าย ๆ
ดังนั้นก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียสิทธิในที่ดินของตนไป แล้วยอมทนไม่มีความสุขกับรั้วเดิมตลอดไป

 

หากเราไม่สามารถหาชัยภูมิที่มีจุดจ่ายพลังงานธรรมชาติที่ดีได้ เราก็มีโอกาสที่จะได้ที่พักอาศัยที่มีฮวงจุ้ยที่ดีลดน้อยลงไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เราจะหาชัยภูมิได้ตามตำราโบราณนั้นมีน้อยลงทุกๆ ทีในสภาวะที่ราคาที่ดินที่จำกัด โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมไปถึงหัวเมืองใหญ่ในประเทศ เนื่องจากราคาที่ดินปัจจุบันขยับตัวสูงขึ้นไปมาก ดังนั้นเราคงต้องให้ความสำคัญกับการจัดชัยภูมิตั้งแต่เขตรั้วบ้านของเราเลยทีเดียว

จากตำราโบราณของศาสตร์ฮวงจุ้ยในเชิงชัยภูมิ เราคงเคยได้ยินตำราชัยภูมิที่ว่าด้วยเรื่องทิศ ”เต่าดำ” ต้องเป็น ทิศที่มีภูเขาสูง อยู่ทางด้านหลังของบ้าน ทิศ ”มังกรเขียว” ทางด้านซ้ายมือ และ ”เสือขาว” ทางด้านขวามือ ต้องเป็นแนวทิวเขาโอบล้อมบ้านและมีความสูงลดหลั่นลงมาตามลำดับ และทิศสุดท้ายคือทิศ “หงส์แดง” ทางด้านหน้า ต้องการพื้นที่ราบลุ่มที่โล่งกว้าง และดีที่สุดหากมีแนวแม่น้ำโค้งโอบด้านหน้าบ้านของเราด้วย แท้จริงแล้วการวางชัยภูมิตามตำราโบราณนั้นถูกคิดค้นมาจากการวางผังเมืองของชาวจีนมาตั้งแต่ช่วง 4,000 ปีที่แล้ว เพื่อความสะดวกในการดำรงชีพ เพราะด้านหลังหรือทิศเหนือและด้านซ้ายหรือทิศตะวันออกของจีนต้องรับลมหนาวจากไซบีเรียตลอดเวลา ส่วนด้านขวาหรือทิศตะวันตกนั้นมีการรุกรานจากชนเผ่ากลุ่มน้อยอยู่เสมอ มีเพียงด้านหน้าหรือทิศใต้ซึ่งจะสามารถความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ได้ตลอดทั้งปี หากมีที่ราบลุ่มและแม่น้ำที่โค้งโอบจะเป็นที่สะสมของตะกอนที่มีคุณภาพเหมาะกับการทำเกษตรกรรมและการดำรงชีวิต เราจะพบว่าทุกเรื่องของศาสตร์ฮวงจุ้ยนั้นเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์มีหลักของเหตุและผลกำกับตลอดเวลา

หากเราจะนำศาสตร์ทางชัยภูมิมาประยุกต์กับชีวิตที่พักอาศัยในปัจจุบัน เราจะคำนึงถึงในเชิงสถาปัตยกรรมว่ารั้วบ้านของเราทางด้านหลังและด้านข้างจะต้องสามารถกักเก็บกระแสได้ ดังนั้นรั้วในบริเวณดังกล่าวควรเป็นรั้วทึบ หรือถ้าบ้านเราในปัจจุบันเป็นรั้วโปร่งก็ให้เราแก้ไขโดยการปลูกต้นไม้บริเวณรอบรั้วด้านหลังและด้านข้าง เพื่อทดแทนแนวกำแพงทึบก็ได้

 

ส่วนจุดที่สำคัญที่สุดของรั้วบ้านนั้น คือ ด้านหน้าบ้าน เราต้องการ พื้นที่โล่ง ด้านหน้าบ้านเพื่อให้กระแสอากาศสามารถพัดผ่านเข้ามาที่ ประตูหน้า ของตัวบ้านได้สะดวก ดังนั้นหากเราทำ รั้วทึบเกินไป ก็จะมีผลให้กระแสอากาศในบริเวณดังกล่าวไม่ถ่ายเท หรือหากเรามองใน เชิงสถาปัตยกรรม เราจะพบว่าการทำรั้วด้านหน้าบ้านให้โปร่ง จะทำให้เราอยู่ในบ้านโดยไม่รู้สึกอึดอัด โดยเฉพาะบ้านที่มีที่ดินเล็ก สำหรับวัสดุในการทำรั้วบ้านโปร่งนั้นมีอยู่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก สเตนเลส ไม้จริง ไม้เทียม ไวนิล สามารถเลือกใช้ขึ้นอยู่กับความชอบของเจ้าของบ้านแต่ละท่าน โดยยิ่งทำให้โปร่งมากเท่าไรจะยิ่งรับกระแสพลังได้มาก และหากกระแสพลังที่เข้ามาในตัวบ้านเป็นกระแสพลังที่มาจากทิศทางของโชคลาภ จะถือว่าบ้านของท่านนั้นมีโอกาสสูงที่จะมีฮวงจุ้ยที่ดีได้

       ส่วนการแก้ไขสำหรับบ้านที่มีรั้วหน้าบ้านปิดทึบมาก ขอให้ท่านพิจารณาว่าปัจจุบันครอบครัวของเรา มีโชคลาภ ความสัมพันธ์ และ สุขภาพที่ดี อยู่แล้วหรือไม่ หากปัจจัยดังกล่าวเป็นที่พอใจอยู่แล้ว แสดงว่าชัยภูมิด้านหน้าบ้านของท่านเหมาะกับกระแสพลังที่สงบนิ่ง ไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไร แต่หากปัจจัยดังกล่าวมีปัญหาแสดงว่าชัยภูมิด้านหน้าบ้านของท่านจำเป็นต้องได้รับกระแสพลังที่เคลื่อนไหวมากขึ้น การตั้งน้ำพุ บ่อปลา โอ่งน้ำล้น หรือ พัดลมขนาดใหญ่ด้านหน้าบ้าน เพื่อช่วยในการจ่ายกระแสพลังงานเทียมทดแทนลมธรรมชาติที่ไม่สามารถพัดผ่านรั้วบ้านที่ทึบเข้ามาได้

อย่างไรก็ตามหากบ้านของท่านหันหลังพิงทิศใต้ หรือหน้าบ้านหันสู่ทิศใต้ การตกแต่ง ต่อเติม และซ่อมแซม จำเป็นต้องได้รับการดูฤกษ์ยามด้วย

 

สถาปนิก

 

Uncategorized

รีวิวหนังเกาหลีไซไฟอวกาศ   Space Sweepers ผู้กำกับ Jo Sung-hee

Space Sweepers' takes the safe route and heads to Netflix - Entertainment -  The Jakarta Post

อุตสาหกรรม ภาพยนตร์เกาหลี เขาไปไกลจนถึงดาวอังคารแล้ว… กับหนังเกาหลีฟอร์มยักษ์เรื่องล่าสุดของ Netflix ภายใต้ชื่อ Space Sweepers (original title: Seungriho) โดยผู้กำกับ Jo Sung-hee (จาก A Werewolf Boy)

หนังไซไฟอวกาศเรื่องแรกของเกาหลี  Space Sweepers ดูเหมือนจะได้ inspiration มาจากหนังไซไฟหลาย ๆ เรื่อง เช่น บรรยากาศบนโลกก็มีฟีลคล้ายกับ Blade Runner 2049 ส่วนบนอวกาศ ก็ให้ฟีลของ Guardians of the Galaxy กับ Star Wars เป็นต้น ซึ่งงานโปรดักชั่น ซีจี และวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ นี่ต้องชื่นชมนะ ทำออกมาได้ดีเกินคาดมาก

หนังเล่าเรื่องในอนาคต ปี 2092 ที่โลกเต็มไปด้วยอากาศที่เป็นมลพิษจนสิ่งมีชีวิตไม่สามารถหายใจได้โดยปราศจากอุปกรณ์ช่วยกรองการหายใจ (เชื่อว่า คนไทยทุกคนคงจินตนการโลกใบนั้นออกไม่ยาก) คนรวยหรือคนมีอำนาจเพียง 1% ของประชากรโลกได้ใช้เงินพาตัวเองย้ายขึ้นไปอยู่ยังสวนอีเดนยูโธเปียแห่งใหม่นอกโลก ครีเอทโดยบริษัท UTS ของ James Sullivan (Richard Armitage จาก The Hobbit) ในขณะที่ประชากรอีก 99% ต้องมีชีวิตอยู่บนโลกอย่างยากลำบาก บ้างก็อพยพไปเป็นแรงงานต่างด้าวบนอวกาศ ซึ่งหายใจหายคอสะดวกขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังคงกัดก้อนเกลือกิน และไร้หนทางที่จะลืมตาอ้าปากได้ เพราะค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำหรือรายได้สวนทางกับค่าครองชีพ ยังไม่นับภาษี ค่าปรับ หรือดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร ฯลฯ

วันหนึ่ง กลุ่มคนชายขอบของจักรวาล… ทีมภารโรงเก็บขยะอวกาศแห่งยาน Victory อันประกอบไปด้วย Captain Jang (Kim Tae-ri จาก The Handmaiden), Tae-Ho (Song Joong-Ki สามีแห่งจักรวาล จาก The Battleship Island), Tiger Park (Jin Seon-Kyu จาก Kingdom), และหุ่นดรอยด์ Bubs (Yoo Hae-Jin จาก A Taxi Driver) ได้บังเอิญเจอกับ. Dorothy (Park Ye-Rin) เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ที่กำลังอยู่ในข่าวว่าเป็น “ระเบิดเดินได้ที่หายไป” พวกเขาจึงคิดจะเอาเด็กหญิงคนนี้ไปแลกกับเงินก้อนใหญ่ เพื่อที่จะได้มีเงินไปจ่ายหนี้ และทำตามเป้าหมายที่อยากทำ

 

จุดเด่นคือความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม
สิ่งที่น่าสนใจและเป็นจุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือ เขาทำโลกในอนาคตเป็น multicultural world นอกจากจะมีตัวละครหลากหลายเชื้อชาติแล้ว แต่ละตัวละครยังพูดภาษาแม่ของใครของมันในการสื่อสารกันโดยมีเครื่องแปลภาษาหนีบอยู่ที่หู (ตอนแรก คิดว่าจะได้ฟัง accent Joong-Ki ตอนสปีคอิงลิชอีกซะอีก อดเลย) คนที่พูดภาษาอังกฤษส่วนใหญ่เป็นผู้ทรงอิทธิพล มีเงิน มีอำนาจ เช่น CEO ที่เป็นตัวการร้ายของเรื่อง และเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ

หนังไม่สุดสักทาง แต่ก็ยังเป็นหนังที่น่าสนับสนุน
นอกจากนี้ หนังก็มี subplot ประมาณหนึ่ง ทั้งประเด็นสิ่งแวดล้อม ทุนนิยม มนุษยธรรม และทรานเจนเดอร์ แต่ก็ไม่ได้ใหม่หรือหวือหวานัก อีกทั้งยังกระจายหรือจัดการไม่ค่อยลงตัว แถมหนังยังยาวเกินความจำเป็นไปหน่อย แอบง่วงไป 2-3 ที (หนังยาว 2 ชั่วโมง 16 นาที) ลึก ๆ ก็แอบเสียดายนิดหน่อย เพราะปกติหนังเกาหลีจะทำได้ดีกว่านี้สำหรับการเสียดสีสังคมทุนนิยมหรือระบบชนชั้น

ในส่วนของอารมณ์ นักแสดงหลักเล่นดีนะ แต่เราคิดว่าหนังยังพาเราไปได้ไม่สุดสักทาง กล่าวคือ แอ็คชั่นก็ไม่ได้ว้าวขนาดนั้น (แต่ก็พยายามคิดว่า อาจเพราะเราดูบนจอเล็กที่บ้าน) ดราม่าก็ไม่ได้เข้มข้นขนาดนั้น (หรือเพราะเรานอนดูที่บ้าน เลยไม่ได้ตั้งใจอิน?) มุกก็ไม่ได้ฮาแบบหนัง Marvels หรือใดใด แต่โดยรวม เป็นหนังที่ดูได้เพลิน ๆ เรื่อย ๆ ในครัวเรือน และขอให้คะแนนในความพยายาม ที่สำคัญหนังมี Song Joong-Ki เป็นพระเอกด้วยอีก เป็นอันหักล้างข้อด้อยของหนังได้ ไม่ต้องพูดเยอะ

โดยสรุป Space Sweepers เป็นหนังไซไฟอวกาศเรื่องแรกของเกาหลีที่น่าเอาใจช่วย ถึงแม้อาจจะยังไม่ปังเมื่อเทียบกับหนังฮอลลีวู้ด และบทดูเป็นสูตรสำเร็จไปหน่อย แต่ถ้ามองในฐานะหนังเอเชีย นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดี โดยเฉพาะงานซีจีและโปรดักชั่นนี่เกินมาตรฐานนะ ถือเป็นความหวังของหมู่บ้าน หรือไม่… ดีไม่ดี ในอนาคต เราอาจจะไม่มีการแยกประเภทว่า หนังฝรั่ง หนังจีน หนังเกาหลี หรือหนังไทย… แล้วก็ได้…

อืม… แต่พอพูดมาถึงคำว่า “หนังไทย”…. ก็ไม่รู้จะพูดอะไรอีกดี… เอาเป็นว่า ถ้าปกติคุณดูหนังไทยได้ หรืออยากให้หนังไทยพัฒนาไปทางไหน ขอแนะนำให้ลองเริ่มต้นจากการดู Space Sweepers วันนี้ก็ได้ ง่าย ๆ

“IN SPACE, THERE’S NO UP OR DOWN. FROM THE UNIVERSE’S VIEWPOINT, NOTHING IS WORTHLESS OR PRECIOUS. EVERYTHING IS PRECIOUS IN ITS OWN PLACE.”

 

อ่านต่อได้ที่  

Uncategorized

รีวิวหนัง THE NUN : ผีแม่ชี กับ จักรวาล The Conjuring ที่มากับความหลอน

รีวิว The NUN 'เดอะนัน' ระบบ 4DX ในจักรวาล The Conjuring ภาคนี้อ่อนสุดเลย.. | TheHOUSE

The Nun เรื่องที่ 5 ในจักรวาล the conjuring หลังจากดึงตุ๊กตาผีแอนนาเบลล์ มาเป็นภาคแยกไป 2 เรื่อง ก็ถึงคราวของ ผีแม่ชี ที่ไป สร้างความน่ากลัว จนเป็นที่จดจำใน The Conjuring 2 (2016) ผีแม่ชี ก็เลยได้เป็นผีตัวที่ 2 ที่ได้มีเรื่องราวภาคแยก ที่พาผู้ชมย้อนอดีตไปดูความเป็นมาของผีแม่ชีตัวนี้ และตัวต่อไปที่จะมีเรื่องราวภาคแยกของตัวเองก็คือ The Crooked Man ผีชุดแดงถือร่ม ที่โผล่มา 2 ฉากใน The Conjuring 2 เช่นกัน

แม้ว่า เจมส์ วาน ผู้ให้กำเนิดจักรวาล The Conjuring ไม่ได้มากำกับ แต่ก็ยังเป็นคนเขียนเรื่องร่วมกับ แกรี่ เดาเบอร์แมน ที่เพิ่งมี ผลงานสุดฮิต อย่าง “IT” และเจมส์ ก็ยังนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการสร้าง และมาช่วยในขั้นตอนถ่ายทำซ่อมด้วย

จักรวาลหนังผี ของ James Wan เป็น จักรวาล ที่เพิ่งถือกำเนิดมาในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีและใช้งบประมาณที่ถือว่าค่อนข้างต่ำเลยทีเดียว แต่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั้งในแง่รายได้และกระแสตอบรับ

โดยส่วนตัวเราเองก็ชอบหนังในจักรวาลนี้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเดียวคือ Annebelle ภาคแรก ที่เรียกได้ว่าผิดหวังหนักมาก (แต่หนังก็ทำเงินดีด้วยผลใบบุญที่ The Conjuring สร้างไว้)

และหลังจากดู The Nun รอบสื่อจบลง เราก็จัด The Nun ให้เป็นหมวด “หนังที่ไม่ควรคาดหวังมากก่อนไปดู” ซึ่งถ้าให้ขยายความก็คือ หนังไม่ได้แย่อะไร ถือว่าดีกว่า หนังผี หลาย ๆ เรื่อง และดีกว่า Annebelle ภาคแรกที่หลายคนสาปส่ง

แต่ถ้าเทียบกับเรื่องอื่น ๆ ในจักรวาลของ James Wan ด้วยกันแล้วล่ะก็… เราให้เรื่องนี้เป็นอันดับ 4 จาก 5 (แน่นอนว่าอันดับ 5 คือ Annebelle ภาคแรก)

อย่างไรก็ตาม เราก็คิดว่า ถ้าดูเรื่องอื่นใน จักรวาล มาครบแล้ว หรือเป็นแฟน หนังจักรวาล นี้เราคงเคยเจอผีแม่ชี หรือซาตาน Valak มาก่อนแล้วตั้งแต่ The Conjuring 2 และ Annebelle Creation อะนะ ดังนั้น ไม่ว่าจะดีจะร้ายยังไง ก็ยังควรมาดู The Nun อยู่ดี เพราะมันเหมือนเติมเต็ม gap บางอย่างของเรื่อง มีความเชื่อมโยงกับ The Conjuring และเหมือนแอบมีแง้ม ๆ เรื่องที่น่าจะเป็นอีกเรื่องใหม่ในจักรวาลไปได้อีก

 

แตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ ในจักรวาลคือ ไม่ค่อย family, ไม่มีเด็ก (มีก็มีแบบมาว้อบ ๆ แวม ๆ เป็นเรื่องเสริมเรื่องรอง), และฟีลจะ Gothic ไปเลย โดยเรื่องเซตอยู่ที่ปี 1952 เรื่องมีอยู่ว่า หนุ่มหล่อชาวไร่ Frenchie (Jonas Bloquet จาก Elle) ไปพบศพแม่ชีแขวนคอตายคาวิหารเก่าแก่ที่นานทีปีหนจะมีคนย่างกรายไปโฉบละแวกนั้น ทำให้วาติกันส่ง Father Burke

(Demián Bichir จาก The Hateful Eight) กับแม่ชีฝึกหัด Sister Irene (Taissa Farmiga จาก The Bling Ring เธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของนางเอก The Conjuring ทั้งสองภาค ในหนังมี vision เหมือนกัน และ หน้าตา คล้ายกันมาก แต่หนังไม่ได้บอกว่าทั้งสองเกี่ยวดองกันหรือไม่อย่างไร) มาตรวจสอบว่าสถานที่แห่งนี้ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่หรือไม่

หนังสยองขวัญ เรื่องล่าสุดของจักรวาล The Conjuring เป้าประสงค์ของ หนังเรื่องนี้คือการต่อยอด คาแรกเตอร์ ตัวละครสุดขโมยซีน ใน The Conjuring 2 อย่างผีแม่ชี หรือเป็นร่างจำแลงของปีศาจร้ายที่ชื่อว่า “วาลัค” ให้ผู้ชมได้มีโอกาสรู้จักต้นกำเนิดและที่มาที่ไปของปีศาจตนนี้ให้มากขึ้น

ปัญหาประการเดียวของหนังก็คือ มันเป็นหนังที่แทบจะไม่มีพล็อตเรื่องอะไรสลักสำคัญนัก หรืออันที่จริง ต้นกำเนิดของปีศาจวาลัค ก็ไม่ได้ช่วยให้ความกระจ่างกับจักรวาลนี้มากขึ้นเท่าไหร่ เพราะมันเป็นเหมือน หนังคั่นเวลา เพื่อรอหนัง The Conjuring ภาคถัดไป ซึ่งถ้าหากเราเทียบกับบรรดาหนังซูเปอร์ฮีโร่แล้ว The Conjuring น่าจะคล้ายคลึงกับหนังอย่าง The Avengers หรือ Justice League ส่วนบรรดาหนังผีภาคแยกนั้นก็น่าจะคล้ายหนังขยายจักรวาลที่ไม่จำเป็นต้องดูก็ได้

ความน่าตลกขบขัน คือความพยายามอันล้มเหลวในการออกแบบฉาก “ตุ้งแช่” ให้มีความโดดเด่น สะดุดตาและน่าตกใจ โดยในหลายครั้งภาพที่ปรากฏบนจอหนัง กลายเป็นเหมือน การพาคนดูเข้า บ้านผีสิง ตามสวนสนุก ซึ่งในหลายครั้ง คนดูก็ควรจะตั้งคำถามกับตัวละครหลักทั้งสามไม่ว่าจะเป็นแม่ชีไอรีณ บาทหลวงเบิร์ค เฟรนชี่ ที่มักจะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ควรจะอยู่ อาทิ การพูดว่า “ฮาโหล” กับสิ่งที่อยู่ในเงาดำๆ ตะคุ่มๆ

ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าในคอนเวนท์ดังกล่าวไม่มีมนุษย์หลงเหลืออยู่แล้ว (ในตอนหลัง) การที่พวกเขาวิ่งตามปีศาจจากอดีตไปในป่าช้า หรือกระทั่งการเดินตามผีแม่ชีที่ตายไปแล้ว เพื่อดูให้แน่ใจเป็นหนที่สองว่านั่นคือคน!

 

พฤติกรรมสิ้นคิดดังกล่าว ยิ่งทำให้เราตั้งคำถามกับ คาแรกเตอร์ ของตัวละครทั้งสามว่าตกลงแล้วพวกเขา อยากจะมาค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น
หรือจริงๆพวกเขาอยากจะพาตัวเองมาเป็นเหยื่อของความน่ากลัวกันแน่ ยิ่งไปกว่านั้นยิ่งตัวละครพยายามแสดงอาการหวาดกลัว หวีดร้องลั่นโรงหนังแค่ไหน
กลับไม่ทำให้คนดูเกิดความรู้สึกตามไปด้วย (อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่ง) ประกอบกับคนดูไม่มีโอกาสทำความรู้จัก “พื้นที่” ซึ่งหมายถึงปราสาทคอนแวนต์อันแสนลึกลับ
เพราะอันที่จริงคนดูมีโอกาสได้เห็นแค่ ห้องแช่แข็ง ทางเดินเข้าปราสาท โบสถ์ ห้องพักชั่วคราวของแม่ชีไอรีณ และคุกมืดใต้ปราสาท ซึ่งทุกอย่างมาในลักษณะ “เป็นห้อง” แยกจากกันโดยเอกเทศน์

คนดูไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าแผนผังของปราสาทนี้เดินเชื่อมโยงกันอย่างไร ตัวละครเดินไปมาหาสู่กันเช่นไร และท้ายที่สุด เราก็ไม่มีโอกาสรู้จักตัวละครอื่นๆนอกจากตัวละครเดินเรื่องทั้งสามคน เราเลยอุปมาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่า บรรดาแม่ชีคนอื่นๆในคอนแวนต์นี้ไม่น่าจะมีสภาพปกติตั้งแต่แรก

 

ถึงแม้จะยอมรับ เป็นหนังผีที่ไม่เข้าท่า และ ความน่ากลัว สอบตกมาตรฐานหนังผีทั่วไป (แต่ได้ความตลกแบบไม่ตั้งใจทดแทน) เราก็ได้แต่หวังว่า หนังเรื่องต่อๆไปในจักรวาลนี้จะให้ความสำคัญกับบทภาพยนตร์ มากกว่าจะเน้นขายแต่ฉากตกใจ ผีหลอก จนกลายเป็นความพร่ำเพรื่อ เพราะอย่าลืมว่าคนดูเสียเงินมา “ทำความเข้าใจกับคาแรกเตอร์” ไม่ได้อยากมาดูคาแรกเตอร์เหล่านั้นตั้งหน้าตั้งตาหลอก (เงิน) คนดูอย่างเดียว!

 

เอาจริง เนื้อเรื่องภาคนี้ ไม่มีอะไรมากจริง ๆ เหมือนเอาเรื่องเล็ก ๆ มาเล่าเป็นเรื่องยาว ๆ โลเกชั่นก็อยู่แต่ในวิหารทั้งเรื่องเลย แต่จริง ๆ หนังก็ไม่ได้ยาวมากนะ แค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ต่างจากเรื่องอื่น ๆ ใน จักรวาล ที่ยาวสอง ชั่วโมง อัพ (ก็อย่างที่บอกอะนะ เรื่องไม่มีอะไรมาก) ฉากน่ากลัว ๆ ก็มีอยู่บ้าง

แต่ก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไร และมีฉากตุ้งแช่ (jump scare) ค่อนข้างหลายครั้ง แต่ก็เดาได้เกือบทุกครั้งว่า “นี่แหละ ๆ แพลนกล้องแบบนี้แหละ เดี๋ยวผีจะมาตุ้งแช่ตรงนี้แหละ”

 

 

 

ดูหนังออนไลน์ 

Uncategorized

เทคนิค แต่งห้องนอน และเลือกโทนสี ห้องนอน สร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย

เทคนิค แต่งห้องนอน  และเลือกโทนสี ห้องนอน สร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย

สำหรับใครที่รัก การตกแต่งบ้าน ตกแต่งห้องต่างๆ ของบ้าน มีอีกห้องหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้ห้องไหนๆ ในบ้านเลย ก็คือ ห้องนอน นั่นเอง ลองมาอ่านเทคนิค แต่งห้องนอน กันดูนะคะว่าเราตกแต่งจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในห้องนอนได้เหมาะสมหรือเปล่า

ห้องนอน (Bed Room)

1.การจัดวาง ห้องนอนเป็นห้องที่ใช้ในการพักผ่อนและเป็นห้องที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนจึงควรจัดให้เป็นห้องที่มีความสบายและผ่อนคลาย โดยทั่วไปแล้วมักจะจัดไม่ให้เตียงนอนหันหัวในทางตรงข้ามกับประตูเข้าห้องนอน นอกจากจะเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ที่สามารถเลี่ยงไม่ให้วางเตียงตรงกับประตูได้ ในกรณีที่มีห้องนอนขนาดใหญ่สามารถจัดพื้นที่บางส่วนเป็นส่วนทำงานและเป็นเสมือนด่านหน้าก่อนจะเข้าถึงพื้นที่ส่วนเตียงได้อีกด้วย แต่การจัดห้องทำงานในห้องนอนนั้นก็ควรมีตู้หรือฉากกั้นเป็นสัดส่วน เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดหรือการรบกวนกันของการใช้งานทั้ง 2 ส่วน นอกจากนี้ ปัจจุบันยังนิยมกั้นพื้นที่บริเวณใกล้ห้องน้ำเป็นพื้นที่แต่งตัวอีกด้วย

 

2.การเลือกวัสดุและสีห้องนอน ห้องนอนเด็กควรตกแต่งห้องให้น่าสนใจด้วยจินตนาการของการเลือกสี เด็กเล็กมักจะให้ความสนใจต่อสี การเลือกเฟอร์นิเจอร์จึงมักเรียบง่ายแต่เน้นสีให้สะดุดตา ห้องนอนผู้ใหญ่จะตกแต่งไปตามสไตล์ความชอบส่วนบุคคล การเลือกโทนสีเนื้อนวล หรือสีโทนร้อนที่ไม่ร้อนแรงเกินไป เช่น สีเปลือกไข่ไก่ สีเหลืองอ่อนๆ จะช่วยทำให้ห้องมีความสว่างสดใสและอบอุ่น มีบรรยากาศพักผ่อนที่ดี อุปกรณ์เครื่องนอนควรเลือกผ้าฝ้ายธรรมชาติ ที่ไม่ผ่านการฟอกย้อม

เฟอร์นิเจอร์

3.เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและการตกแต่ง โดยมากไม่ควรปูพรมภายในห้องนอนเพราะจะเป็นที่สะสมของไรฝุ่น ควรปูพื้นไม้ที่ให้ความเป็นธรรมชาติและทำความสะอาดง่าย แม้แต่ผ้าเช็ดเท้าหน้าเตียงก็ควรหลีกเลี่ยงพรมขนฟู ควรใช้ผ้าฝ้ายผืนพอเหมาะที่สามารถซักได้ และเลือกหมอนที่ซักล้างทำความสะอาดได้ง่าย หากต้องมีพรมให้ใช้พรมขนสัตว์แท้ หรือพรมจากวัสดุธรรมชาติอื่นๆ แทนพรมสังเคราะห์ ไม่ควรมีเฟอร์นิเจอร์กีดขวางทิศทางจากห้องนอนไปห้องอื่นที่สำคัญในบ้าน เช่น จากเตียงสู่ห้องน้ำเนื่องจากอาจมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าห้องน้ำในเวลากลางคืน เตียงนอนไม่ควรหันปลายเท้าทางประตูทางเข้าเพราะเมื่อมีผู้เข้าออกจะทำให้รบกวนผู้นอน ตู้เสื้อผ้า Built-in จะสร้างได้พอเหมาะกับที่ว่างที่มีอยู่ และใช้ปิดมุมเสาให้ห้องดูนุ่มนวลลงได้ ประตูตู้เป็นบานเปิดหรือบานเลื่อนขึ้นอยู่กับที่ว่างหน้าตู้ที่มีอยู่ ถ้าที่ว่างน้อยควรใช้ประตูเป็นบานเลื่อน

 

4.แสงและเสียงในห้องนอน ห้องนอนเป็นห้องที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดในบ้านการจัดวางทิศทางต้องคำนึงถึงช่องเปิดหรือหน้าต่างที่ จะรับลมได้ดี ถ้าไม่มีเครื่องปรับอากาศสำหรับบ้านในกรุงเทพ ทิศทางลมจะมาจากทุกทิศทางควรทำช่องเปิดมากกว่าหนึ่งด้าน ผู้อยู่อาศัยที่ชื่นชอบแสงเวลาเช้าให้หันทิศทางห้องนอนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ คนส่วนมากที่ไม่ชอบตื่นเช้าให้หันทิศทางห้องและหัวนอนไปทางทิศเหนือ และไม่หันหัวเตียงไปทางหน้าต่าง แสงที่เข้ามาจะเป็น Indirect Light สะท้อนที่ผนังก่อนจะเข้าตา ช่วยไม่ให้แสงแยงเข้าตาเราสามารถแยกส่วนห้องนอนกับห้องแต่งตัวออกจากกันเพื่อให้ห้องนอนมีขนาดกว้างขวางขึ้นบริเวณแต่งตัวและโต๊ะเครื่องแป้ง ควรแยกเป็นสัดส่วนกับบริเวณนอน และต่อเนื่องกับห้องน้ำในกรณีที่มีห้องน้ำติดกับห้องนอน ไม่ควรอยู่ทางเข้าเนื่องจากจะทำให้เห็นความไม่เรียบร้อย

7 ไอเดียแต่ง ห้องนอนสีขาว
เมื่อแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องเข้ามาในห้อง ทำให้ห้องดูโปร่ง สบาย

ห้องนอนสีขาว

เพิ่มสีสันให้ห้องสีขาวด้วยการหาต้นไม้มาวางสักมุม หรืออาจจะเป็นปลอกหมอน-ผ้าปูลายธรรมชาติ รวมไปถึงรูปภาพในห้อง เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับห้องนอน

 

ห้องนอน

ต้นไม้ในห้องนอน

เตียงสไตล์ญี่ปุ่นกับห้องสีขาว ช่วยเพิ่มความโปร่ง สบาย ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น

เตียงสไตล์ญี่ปุ่น
ห้องสีขาวตัดกับผ้าปูลายทางขาวดำ พร้อมกับจักรยานคู่ใจสักคัน ก็ดูเท่ห์ๆ คูลๆ แบบแมนๆ

ผ้าปูลายทาง

หรือหากใครอยากเพิ่มเติมสีสันให้กับห้องนอน อาจจะหาหมอนอิง แจกันดอกไม้สวยๆ หรือโคมไฟ มาประดับเพื่อเพิ่มสีสันให้ดูเก๋ๆ ไปอีกแบบ

หมอน

ไฟหัวเตียง

อีกหนึ่งห้องที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ห้องนอนสไตล์ลอฟท์กับผนังกำแพงอิฐบล็อกสีขาว ทำให้ห้องดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

ผนังกำแพงอิฐบล็อกสีขาว

เพิ่มไม้ให้กับห้องนอนสีขาวของเราด้วยเฟอร์นิเจอร์รอบๆ ห้อง ก็ทำให้ดูโดดเด่นขึ้นได้

เฟอร์นิเจอร์ในห้อง

ห้องนอน

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับห้องนอนโทนสีขาวที่เรานำมาฝาก หวังว่าจะทำให้ได้ไอเดียไปตกแต่งและปรับใช้ให้กับห้องนอนของทุกคนกันนะคะ

  ห้องนอน     เป็นห้องส่วนตัวที่ให้ความรู้สึกสบายที่สุดของบ้าน ใช้พักผ่อนคลายความเครียดและใช้ทำกิจกรรมส่วนตัวอื่น เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง เป็นต้น จึงต้องเป็นห้องที่เย็นสบาย  อากาศถ่ายเทได้สะดวก   ควรอยู่ทางทิศตะวันออกของบ้าน  เพื่อแสงแดดจะได้ส่องถึงในตอนเช้า และไม่ร้อนระอุ ในเวลากลางคืน  เราจำเป็นต้องรักษาความสะอาด  จัดให้น่าอยู่  จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีทั้งทางกายและทางใจ 

ปัจจัยที่ควรคำนึงในการจัดตกแต่งห้องนอน

มีความเป็นส่วนตัว ไม่มีเสียงรบกวน ประตูสามารถปิดล็อกด้านในและปิดล็อกด้านนอกเพื่อความเป็นส่วนตัว

มีแสงสว่างเพียงพอและอากาศถ่ายเทได้สะดวก เช่น มีหน้าต่าง ช่องระบายอากาศ มีพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ แต่ไม่ควรจัดวางหัวเตียงให้ชิดหน้าต่าง เพราะถ้าได้รับลมมาก ๆ จะทำให้เป็นหวัดได้ง่าย

การใช้สี ห้องนอนเป็นห้องที่สำคัญ การใช้สีที่เหมาะสมจะมีผลดีต่อสุขภาพจิต และความสุขในการพักผ่อน สีของผนังห้องและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดและตกแต่ง ควรใช้สีเย็นเพื่อให้ความรู้สึกเย็นสบาย เช่นสีฟ้า สีเขียว ถ้าห้องแคบให้ใช้สีเหลือง สีส้มอ่อน สีครีมหรือสีฟ้าอ่อน ไม่ควรใช้สีฉูดฉาด

การวงรูปแบบ ห้องนอน โดยทั่วไปจัดเป็น 2 แบบ คือ

1. แบบจัดวางเครื่องนอนบนพื้น จัดวางที่นอนชิดผนังและมุมห้องด้านใดด้านหนึ่ง

2. แบบจัดวางเครื่องนอนบนเตียง จัดวางเตียงนอนชิดผนังด้านใดด้านหนึ่ง หรืออาจตั้งเตียงให้ส่วนหัวเตียงอยู่ชิดผนัง ด้านข้างค่อนไปทางฝาผนัง เว้นช่องทางเดินด้านข้าง และปลายเตียงไว้ เพื่อให้ปิด – เปิดห้อง หรือเดินได้สะดวก

ในห้องนอนควรมีเครื่องใช้ที่จำเป็น ดังนี้

เครื่องนอน ได้แก่ หมอน หมอนข้าง มุ้ง ผ้าห่ม เตียง ที่นอน และเสื่อ มุ้ง นับว่าจำเป็น

มากสำหรับบ้านในชนบท

ตู้เสื้อผ้า ใช้สำหรับเก็บเสื้อผ้าที่รีดแล้วและใส่ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น ถ้าไม่มีตู้ก็ควรใส่

กล่องกระดาษเพื่อความเป็นระเบียบและป้องกันฝุ่นละออง

โต๊ะเขียนหนังสือ สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านหนังสือ เพื่อการพักผ่อน

ที่วางของ ควรมีไว้เพื่อวางแก้วน้ำ โคมไฟ วิทยุ

ราวพาดผ้า ราวพาดผ้าอาจทำด้วยไม้หรือใช้ลวดขึงกับข้างฝา ใช้สำหรับผึ่งผ้า

ตะกร้าผ้า ใช้สำหรับใส่เสื้อผ้าที่ใช้แล้ว

ไฟในห้องหรือตะเกียง สำหรับให้แสงสว่าง

เครื่องประดับตกแต่งห้อง ควรหาวัสดุที่มีในท้องถิ่นมาประดิษฐ์ เช่น ภาพผนัง

ที่ใส่ซองจดหมาย ฯลฯ

 

 

ทราบไหมว่า ห้องนอนมีเชื้อโรคอยู่มากกว่าห้องน้ำ ห้องนอนเป็นแหล่งเชื้อโรคที่ก่อให้เราเกิดโรคภัยไข้เจ็บ เพราะเป็นห้องที่เราอยู่นานที่สุด และ เป็นที่ที่เราสัมผัสกับเชื้อโรคอย่างแนบชิดสนิทถึงรูขุมขนเลยทีเดียว มาดูกันว่าห้องนอนเราบ่มเชื้อไว้ตรงไหนบ้าง?

เพดาน – แหล่งเพาะเชื้อโรคตัวร้ายที่แฝงตัวอยู่ใต้เพดาน เป็นที่อยู่อาศัยของเชื้อรา และ บนฝ้าเพดาน เราไม่สามารถเห็นได้ว่ามีสัตว์ชนิดใดบ้างมาแอบปล่อยมูล หรือสิ่งสกปรกในไว้ เมื่อมองไม่เห็นด้วยตาเราจึงลืมปล่อยปะละเลยที่จะทำความสะอาด และสูดดมฝุ่นจากปฏิกูลมูลสัตว์เข้าไปทางจมูกโดยตรง

เครื่องปรับอากาศ – แหล่งบ่มเชื้อโรคเนื่องจากเชื้อโรคเติบโตได้จากอากาศชื้น ที่เกิดจากการไหลของน้ำจากเครื่องปรับอากาศ หมั่นล้างเครื่องปรับอากาศอย่าให้มีน้ำหยด และ ล้างฝุ่นที่เกาะอยู่ภายในเครื่องอย่างสม่ำเสมอ

พรม – ที่อาศัยของแบคทีเรียมีมากกว่า 4000เท่า เมื่อเทียบกับ แบคทีเรียที่มีอยู่ในห้องน้ำ พรมจะเป็นที่เก็บฝุ่นละอองทุกชนิด และสะสมเป็นเชื้อโรคโดยที่เราไม่ทันได้สังเกต

ไรฝุ่นบนที่นอน – รู้บ้างไหมว่าร่างกายเรากำลังสัมผัสกับไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่น ชนิดที่แนบชิดติดกันเลยทีเดียว เจ้าตัวไรฝุ่นที่มาของสาเหตุการเกิดโรคภูมิแพ้ ผื่นคัน อาการไอจามหลังจากตื่นนอน และบนที่นอน หมอน ผ้าหม่ เรามีไรฝุ่นนอนเป็นเพื่อนถึง 1.5 ล้านตัว เรียกง่ายๆว่า ทุกคืนเรากำลังนอนบนตัวไรฝุ่นกันอยู่

ม่านหรือวอลเปเปอร์ – ที่อยู่อาศัยของ แบคทีเรียและเชื้อรา หมั่นทำความสะอาดม่านอาทิตย์ละครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย วอลเปเปอร์หากติดนานแล้วหมั่นสังเกตุความเสื่อมสภาพจากอายุการใช้งานก่อนที่เชิ้อราจะฝังอยู่ที่กำแพงห้องนอน

เมื่อรู้อย่างงี้แล้ว เราต้องหมั่นทำความสะอาดห้องนอนอยู่เสมอ โดยการเริ่มทำความสะอาดจากบนสู่ล่าง เปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ หากห้องนอนมีหน้าต่าง เหล็กดัด หรือ มุ้งลวด ต้องเช็ดให้สะอาด อย่าให้มีฝุ่นเกาะ เชื้อโรคเหล่าเป็นที่มาของโรคภัยต่างๆ

ที่เราต้องใส่ใจทำความสะอาดห้องนอนเพราะเราใช้เวลานอนหลับพักผ่อนในห้องนี้ และ เวลาที่เราหลับ น้ำตาลในเลือดเราจะตก ระบบการทำงานในร่างกายจะเข้าสู่โหมด Stand by ความต้านทานต่อโรคต่างๆจะน้อยลง ร่างกายกำลังหลับ แต่เชื้อโรคกำลังตื่น ทำให้ร่างกายเราถูกบุกรุกโดยเชื้อโรคนานาชนิด เรามาหยุดเชื้อโรคภัยร้ายในห้องนอนกัน

 

การทำความสะอาดที่ง่ายที่สุดและทุกคนคงจะทราบดีคือการใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆแล้วเช็ด แต่เรามีตัวช่วยแนะนำในการกำจัดฝุ่นและช่วยลดการเกาะของฝุ่นให้น้อยและช้าลงได้แก่

ผ้าไมโครไฟเบอร์ ช่วยให้สามารถเก็บฝุ่นและช่วยลดการกระจายตัวของฝุ่นได้ดี
ผ้าไมโครไฟเบอร์ microfiber ทำความสะอาดห้องนอน

https://www.cleanipedia.com/

น้ำยาดันฝุ่น ช่วยลดการกลับมาเกาะของฝุ่นให้น้อยลง ซึ่งเราสามารถผสมน้ำยาดันฝุ่นเองได้ง่ายๆโดยมีส่วนผสมดังนี้
น้ำเปล่า 1 ถ้วย
น้ำส้มสายชู ¼ ถ้วย
น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอมระเหยสะกัดกลิ่นตามชอบ 1 ช้อนชา
การทำความสะอาดห้องนอน น้ำยาดันฝุ่นทำเอง

 

ซอกมุมต่างๆ ยิ่งมุมเล็กอย่างซอกช่องว่างระหว่างฟูกที่นอนกับเตียงเนี่ย ลองไปดูสิ
ใต้เตียง ยิ่งโดยเฉพาะใต้เตียงที่มีลักษณะปิดทึบ ไม่สามารถกวาดได้ อย่าคิดว่าไม่ฝุ่นนะ จุดหมกเม็ดตัวดีเลยล่ะ
การทำความสะอาดฝุ่น ในข้อ 3-4

ตัวช่วยที่จะสามารถกำจัดจุดฝุ่นทั้งสองจุดนี้ได้ดีจะเป็นอะไรไม่ได้ นอกจากเครื่องดูดฝุ่น เพียงแต่เราต้องใช้หัวต่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ ที่เราต้องการ

โคมไฟ / อุปกรณ์แต่งห้อง เป็นอีกหนึ่งจุดที่ใครหลายๆคนมักจะมองข้ามไป
การทำความสะอาด

การทำความสะอาดเพียงแค่คุณหากกระดาษหรือถุงมารองไว้ก่อนเพื่อกันฝุ่นที่ร่วงและกระจายที่พื้น หลังจากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดตามจุดต่างๆให้ทั่ว หรือหากโคมไฟ/อุปกรณ์แต่งห้องของคุณมีขนาดใหญ่ สามารถหากซื้อลูกกลิ้งกาวมากลิ้งเพื่อเก็บฝุ่นก็ได้นะ

 

การทำความสะอาดห้องนอน ห้องนอน

 

ผ้าม่าน ผ้าม่าน มองดูเผินๆเหมือนไม่ได้เลอะเทอะอะไรนี่นา แต่ถ้าคุณดูน้ำที่ได้จากการซักแล้วนั้น คุณจะสยองเลยละ
การทำความสะอาด

การทำความสะอาดผ้าม่านแยกออกเป็นผ้าม่านมีจีบและไม่มีจีบ โดยต่างกันตรงที่ ถ้าผ้าม่านของคุณเป็นผ้าม่านมีจีบให้รวบผ้าตามจีบแล้วรัดด้วยเชือก(แต่อย่าแน่นเกินไปนะจ๊ะเดี๋ยวผ้าจะเป็นรอย) เพื่อลดการแตกของจีบผ้าม่าน

Tips .การซักผ้าม่านที่เป็นผ้าโปร่งแนะนำว่าไม่ควรซักรวมกับผ้าประเภทอื่นๆ เพราะหากพันกันแล้วดึงอาจทำให้ผ้าขาดได้

หมอน ที่เลอะไปด้วยคราบเหงื่อ คราบสเปรยที่ล้างออกไม่หมด หรือแม้แต่คราบน้ำลาย ลองเอากล้องจุลทรรศน์ไปส่องดูสิ น่ากลัวขนาดไหน
การทำความสะอาด

หากหมอนไม่เลอะมากนักแนะนำให้นำออกตากแดดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ครั้ง แต่หากเลอะมากให้ทำการซัก (ควรอ่านคำแนะนำก่อนนะคะว่าหมอนของคุณสามารถซักได้หรือไม่)

Tips. ลองผสมเบกกิ้งโซดาลงไปในน้ำยาซักผ้าปกติ คุณจะได้ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ และหากที่บ้านคุณมีเครื่องซักผ้ารุ่นที่สามารถกำหนดอุณหภูมิได้ด้วย ลองปรับให้น้ำร้อนขึ้นอีกนิดจะเยี่ยมไปเลย

ที่นอน การทำความสะอาดที่นอนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ทำไมต้องทำ ทำเองได้หรือ ลองถามตัวเองสิว่าเคยไหมนอนแล้วคันยิบๆ แม้ว่าจะเพิ่งซักผ้าปูที่นอน
การทำความสะอาด

ดูดฝุ่นบนที่นอนด้วยครื่องดูดฝุ่น
โรยเบกกิ้งโซดาให้ทั่วที่นอนแล้วทิ้งไว้
ใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดเบกกิ้งโซดาออกให้หมด
แค่นี้ที่นอนของคุณก็จะดูสะอาดขึ้นแล้ว แต่หากเป็นที่นอนที่ไม่หนักมากสามารถยกออกไปตากแดดได้ แนะนำเป็นอย่างยิ่งเพื่อฆ่าเชื้อโรค

รางหน้าต่าง รางหน้าต่างเป็นจุดที่หลายๆคนอาจจะมองข้าม เนื่องจากถูกบดบังจากผ้าม่าน แต่หากคุณลองสังเกตุดูดีๆจะเห็นว่ามีสิ่งสกปรกจำนวนมากหมดเม็ดอยู่ตรงนั้น
การทำความสะอาด

อุปกรณ์ที่สำคัญในการความสะอาดมีดังนี้

เบกกิ้งโซดา
แปรงสีฟันเก่า
น้ำส้มสายชู
ขั้นตอนการทำความสะอาด

โรยเบกกิ้งโซดาลงในรางหน้าต่าง แล้วตามด้วยราดน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้ 5-10 นาที
ใช้แปรงสีฟันขัดคราบที่ติดออก แล้วเช็ดด้วยผ้าสะอาด
การทำความสะอาดห้องนอน ทำความสะอาดรางหน้าต่าง

 

การทำความสะอาดแอร์เบื้องต้น
ถอดแผ่นกรองฝุ่นออกมาล้างให้สม่ำเสมอ โดยการใช้น้ำยาอ่อนๆ ใช้ถูเบาๆให้ทั่ว(ห้ามให้แปรงขัดเป็นอันขาด เพราะหากออกแรงมากเกินไป จะทำให้แผ่นกรองขาดได้)แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือหากบ้านไหนมีเครื่องแรงดันน้ำยิ่งสบาย ฉีดน้ำให้ทั่วเพียงเท่านี้ก็สะอาดแล้วจ้า

 

 

ออกแบบบ้าน

 

Uncategorized

ประเภท โครงสร้างบันได ในบ้านรูปแบบต่าง ๆ ข้อดีและข้อเสีย

ประเภท โครงสร้างบันได ในบ้านรูปแบบต่าง ๆ ข้อดีและข้อเสีย

ประเภท โครงสร้างบันได บันได เป็นหนึ่งในองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญ เพราะนอกจากบันไดจะใช้เป็นทางสัญจรทางตั้งที่เชื่อมต่อระหว่างชั้นต่างๆ ของบ้านเข้าด้วยกันแล้ว บันไดยังเป็นส่วนหนึ่งของบ้านที่สามารถแสดงออกด้านความงาม และความประทับใจให้แก่ผู้อยู่อาศัย และผู้ที่มาเยี่ยมเยือน การออกแบบ หรือสร้างบันไดสักตัว โครงสร้างของบันไดเป็นสิ่งแรกที่ควรคำนึงถึง จากนั้นจึงค่อยเลือกรูปทรงของบันไดให้เข้ากับพื้นที่ที่มีอยู่ เช่น บันไดทางตรง บันไดหักฉาก บันไดหักกลับ หรือบันไดเวียน เป็นต้น จากนั้นจึงเลือกวัสดุปิดผิวต่างๆ ให้บันไดมีความสวยงาม

โครงสร้างของบันได โดยทั่วไปนั้นแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ บันไดโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก บันไดโครงสร้างไม้ และ บันไดโครงสร้างเหล็ก โดยที่บันไดโครงสร้างไม้ และบันไดโครงสร้างเหล็กจะมีลักษณะการก่อสร้างที่ใกล้เคียงกันจึงขออธิบายรวมอยู่ในหัวข้อเดียวกัน

1. บันไดโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก

บันไดโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก มักเป็นบันไดทึบ คือไม่สามารถมองลอดลูกตั้งไปได้ การก่อสร้างจะต้องมีการทำไม้แบบ และผูกเหล็กเสริม ก่อนที่จะเทคอนกรีต การก่อสร้างจึงใช้เวลามาก บันไดโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแบ่งเป็น 3 รูปแบบหลักๆ คือ

1.1 บันไดท้องเรียบ – เป็นบันไดโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีท้องบันไดเรียบ เป็นบันไดแบบพื้นฐานที่สร้างง่ายที่สุด ช่างทั่วไปมีความชำนาญในการสร้าง

1.2 บันไดพับผ้า – เป็นบันไดโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีท้องบันไดเป็นหยักไปตามขั้นบันได เป็นบันไดที่มีมิติมากกว่าบันไดท้องเรียบ การก่อสร้างทำได้ยากกว่า เนื่องจากจะช่างจะต้องตีไม้แบบเป็นหยักที่ท้องบันได ทั้งนี้ยังมีบันไดพับผ้าที่มีแม่บันไดทำหน้าที่เป็นคานช่วยรับน้ำหนัก ซึ่งอาจจะอยู่กลาง หรือริมบันไดก็ได้ บันไดพับผ้าแบบมีแม่บันไดนี้สามารถลดความหนาของลูกตั้งและลูกนอนได้ เนื่องจากมีแม่บันไดรับน้ำหนักแล้ว

 

1.3 บันไดลอย – เป็นบันไดโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่ยื่นเฉพาะลูกนอนบันไดออกมาจากผนัง เหมือนขั้นบันไดแต่ละขั้นลอยได้ ซึ่งจริงๆ แล้วจะมีแม่บันไดคอนกรีตเสริมเหล็กซ่อนอยู่ในผนัง

 

2. บันไดโครงสร้างไม้ และบันไดโครงสร้างเหล็ก

 

บันไดโครงสร้างไม้ และบันไดโครงสร้างเหล็กสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ ตามลักษณะแม่บันได

2.1 แม่บันไดขนาบข้างขั้นบันได – เป็นบันไดที่มีแม่บันไดอยู่ขนาบข้างขั้นบันไดทั้งสองฝั่ง โดยที่ลูกนอนบันไดยึดติดโดยตรงกับแม่บันได หากเป็นบันไดไม้จะใช้สลักหรือตะปูยึด ส่วนบันไดเหล็กจะใช้การเชื่อมหรือยึดด้วยสกรู

 

2.2 แม่บันไดอยู่ใต้ขั้นบันได – เป็นบันไดที่มีแม่บันไดอยู่ใต้ขั้นบันได โดยที่บันไดจะมีพุกบันไดทำหน้าที่ยึดลูกนอนที่วางขนานกับพื้น ให้เข้ากับแม่บันไดที่วางเอียง แม่บันไดที่วางใต้ขั้นบันไดนี้มีได้ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป อาจวางตรงกึ่งกลางบันได หรือวางสองข้างของบันไดก็ได้

 

จะเห็นได้ว่าโครงสร้างของบันไดมีหลากหลายรูปแบบ สามารถเลือกใช้ได้ตามความชอบ และงบประมาณที่มีอยู่ โดยโครงสร้างของบันไดในแต่ละรูปแบบนั้นก็มีการออกแบบรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งควรที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ทั้งสถาปนิก และวิศวกร เพื่อที่จะได้บันไดที่มีทั้งความแข็งแรง และความสวยงามเข้ากับดีไซน์ของบ้านเราได้อย่างลงตัว

 

รูปแบบของบันไดโดยทั่วไป มีกี่แบบกันนะ

1. บันไดช่วงเดียว, บันไดทางตรง (single flight / straight run) เป็นบันไดที่ไม่มีการเลี้ยวหรือโค้ง เหมาะกับบ้านที่มีหน้าแคบแต่ทรงยาว และสามารถใช้โครงสร้างให้เป็นประโยชน์ได้ เช่น เป็นตู้วางหนังสือ ถ้าบ้านของคุณมีความสูงระหว่างพื้นสองชั้นเยอะ ควรมีชานพักตรงกลางเพื่อความปลอดภัย บันไดทางตรงค่อนข้างจะเล่นลูกเล่นได้เยอะ ทั้งในเรื่องโครงสร้าง วัสดุ ราวบันได เพราะค่อนข้างเป็นบันไดที่ปลอดภัย ประหยัดพื้นที่ และดูเรียบง่ายที่สุด

2. บันไดแบบหักฉากหรือบันไดรูปตัวเอล (L-Shaped stair)ลักษณะบันไดเลี้ยวเป็นมุมฉาก 90 องศา แบ่งเป็นบันไดสองช่วง โดยมีชานพักคั่นกลาง จานวนขั้นของบันไดช่วงแรกกับช่วงที่สองไม่จาเป็นต้องเท่ากันก็ได้ แล้วแต่พื้นที่ที่เอื้ออานวย ซึ่งถ้าต้องการประหยัดพื้นที่อีก บางบ้านจะเลือกใช้บันไดที่คล้ายบันไดแบบหักฉาก แต่บริเวณชานพักจะใช้ขั้นบันไดรูปลิ่มแทน เหมาะกับบ้านที่ต้องการความต่อเนื่องของพื้นที่ในการใช้บันได หรือพื้นที่ไม่พอต่อการใช้บันไดตัว L

3. บันไดแบบหักกลับ(Return stair) เป็นบันไดแบบหักกลับ 180 องศา จะพบเห็นได้ในบ้านส่วนใหญ่ เหมาะกับบ้านที่มีลักษณะแปลนแต่ละชั้นเหมือนๆกัน

4. บันไดแบบโค้งวงกลม เป็นบันไดแบบโค้งวงกลมเมื่อมองจากด้านบน เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นบันไดที่มีการเปิดมุมมองให้ผู้เดินเห็นพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านได้มากที่สุด มักตั้งอยู่ในโถงหน้าบ้านใหญ่ๆ ที่ดูเป็นทางการ

 

5. บันไดแบบเกลียวหรือบันไดเวียน(Spiral stair) เหมาะกับบ้านที่ต้องการประหยัดพื้นที่ใช้สอย สมัยก่อนบันไดแบบนี้จะไม่นิยมใช้เป็นบันไดหลักของบ้าน แต่จะใช้เฉพาะจุดที่พื้นที่ไม่พอต่อการทาบันไดแบบอื่นๆ แต่ปัจ จุบันก็มีคนทาดีไซน์เก๋ๆจนเป็นบันไดหลักได้ แต่อาจจะไม่สะดวกในการใช้งาน

6. บันไดลิง ใช้เป็นทางหนีไฟในโรงงาน ควรมีราวจับ 2 ข้าง สูงไม่เกิน 4 m ใช้เป็นบันไดหลักไม่ได้

 

กระบวนการผลิตบันไดไม้จริงในปัจจุบัน มีการพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตบันไดไม้จริง โดยการใช้ชิ้นไม้หรือเศษไม้เข้ามาในกระบวนการผลิต ทดแทนการใช้ไม้เต็มแผ่นชิ้นเดียวที่หายาก (ลดการสูญเสียไม้จริงโดยไม่จำเป็น)

ข้อดีของบันไดไม้จริง ทำไมถึงเป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

บันไดไม้จริงผิวหน้ามีความสวยงามของลายไม้ธรรมชาติ
มีความแข็งแรงด้วยคุณสมบัติของไม้เนื้อแข็ง
ข้อจำกัดของบันไดไม้จริง คืออาจมีการโก่งตัวของบันไดหลังการใช้งาน มีการพัฒนากระบวนการผลิตบันไดไม้จริงให้ทันสมัย เพื่อแก้ปัญหาการโก่งตัว

บันไดไม้จริงเอ็นจิเนียร์เป็นการพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อผลิตบันไดที่ตอบโจทย์การการใช้งานและการออกแบบ

บันไดไม้จริงเอ็นจิเนียร์ปิดผิว (Engineering wood stairways) หรือบันไดไม้ประสาน (Solid jiont stairways) เป็นการประกอบขึ้นรูปบันไดด้วยเทคโนโลยีใหม่เป็นการพัฒนาการผลิตบันได เพื่อทดแทนการใช้ไม้จริงทั้งชิ้น(Solid stairways) ที่มีปัญหาการโก่งตัวหลังการใช้งาน
บันไดไม้จริงเอ็นจิเนียร์ปิดผิว (Engineering wood stairways) การประกอบขึ้นรูปในส่วนโครงสร้างและปิดผิวไม้จริง ป้องกันการโก่งตัวของบันได และยังทำให้สามารถผลิตบันไดชิ้นเดียว ที่มีขนาดความกว้างและความยาวสูงสุดได้ 3.5เมตร ความหนาของบันไดสูงสุด 10เซนติเมตร
ช่วยเพิ่มขนาดของบันไดให้มีขนาดความกว้าง ความยาว และความหนา ให้ผลิตได้ตามขนาดที่ต้องการ เพิ่มทางเลือกในการออกแบบ

3 ชนิดรูปแบบบันไดไม้จริง แบ่งตามการประกอบขึ้นรูปในชั้นโครงสร้างของบันได

1. บันไดไม้จริงทั้งชิ้น (Solid Wood Stairways)
ผลิตจากท่อนไม้จริง นำมาแปรรูปเป็นแผ่นไม้ ผ่านกระบวนการอบ หลังจากนั้นนำมาตัดเป็นขนาดบันไดลูกนอนและชานพักที่กำหนด กระบวนการทำสีผิวหน้าบันไดใช้สีย้อมไม้ในการทำสี เคลือบสีด้วยสีเคลือบยูริเทนแบบเงาหรือด้าน
ข้อดีของบันไดไม้จริง
มีความแข็งแรง กระบวนการผลิตทำได้ง่าย สามารถใช้ชิ้นไม้ที่มีตัดลูกนอนและชานพักตามขนาดได้เองที่หน้างาน
ข้อด้อยของบันไดไม้จริง
บันไดไม้จริงต้องผ่านกระบวนการอบไม้ และคัดสรรไม้ที่ดี เพื่อลดการโก่งตัวของบันไดไม้หลังการใช้งาน เนื่องจากเป็นไม้ธรรมชาติ100% แม้จะมีการควบคุมคุณภาพและกระบวนการผลิต ทำให้ไม่สามารถควบคุมการโก่งของบันไดได้100% หลังการใช้งาน
สำหรับชานพักบันไดที่มีขนาดใหญ่ จะไม่สามารถใช้ไม้ชานพักบันไดแบบชิ้นเดียวได้ ต้องใช้ไม้จริงทำรางลิ้นมาประกอบเป็นชานพักบันได

2. บันไดไม้จริงเอ็นจิเนียร์ (Engineering Wood Stairways)

เป็นการใช้ชิ้นไม้เนื้อแข็งที่ผ่านกระบวนการอบ ประกอบขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ประกอบเป็นส่วนโครงสร้างบันได หลังจากนั้นปิดผิวด้วยไม้จริงที่เลือก (ไม้เมอรูนัท ไม้โอ๊ค ไม้สัก ไม้แดง)

ผิวหน้าไม้จริงมีความหนา 3-5 มิล ผิวหน้าของบันไดไม้เอ็นจิเนียร์มีความสวยงามด้วยลายไม้จริง ที่ผ่านการคัดลายต่อให้เรียบเสมอกันเสมือนไม้ชิ้นเดียวเต็มแผ่น กระบวนการทำสีผิวหน้าบันไดใช้สีย้อมไม้ในการทำสี เคลือบสีด้วยสีเคลือบยูริเทนแบบเงาหรือด้าน

ข้อดีของบันไดไม้จริงเอ็นจิเนียร์

บันไดไม้จริงเอ็นจิเนียร์มีราคาถูกกว่าบันไดไม้จริงทั้งชิ้น
มีความแข็งแรงคงทน ทนต่อความชื้นและแรงกระแทกสูง
ส่วนโครงสร้างบันไดไม้จริงเอ็นจิเนียร์ ใช้ไม้ชิ้นในการประกอบช่วยลดการใช้ไม้จริงทั้งชิ้นที่มีราคาสูง
ลดการสูญเสียของไม้ธรรมชาติ นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์
การประสานชิ้นไม้ส่วนโครงสร้างของบันไดไม้จริงเอ็นจิเนียร์ช่วยลดการโก่งตัวของไม้บันไดหลังการใช้งาน
ข้อด้อยของบันไดไม้จริงเอ็นจิเนียร์
บันไดไม้จริงเอ็นจิเนียร์มีราคาสูงกว่า เมื่อเทียบราคากับบันไดไม้ยางพาราประสาน

3. บันไดไม้จริงประสาน

เป็นการใช้เทคโนโลยีขึ้นรูป ด้วยการประสานชิ้นไม้ขนาดความกว้าง 4-5CM ขึ้นรูปเป็นขนาดลูกนอนและชานพัก ผิวหน้าบันไดไม้ประสานเป็นชิ้นไม้ต่อประสานลักษณะเหมือนไม้ปาร์เก้

บันไดไม้จริงประสานที่นิยมใช้ปัจจุบันคือไม้ยางพารา ซึ่งมีราคาถูกและหาวัตถุดิบได้ง่ายกว่าไม้เนื้อแข็ง บันไดไม้ยางพาราประสานมีสีอ่อนขาวครีมทำสีได้ง่าย กระบวนการทำสีผิวหน้าบันไดไม้ยางพาราประสาน ใช้สีย้อมไม้ในการทำสี และเคลือบผิวหน้าสุดท้ายด้วยสีเคลือบยูริเทนแบบเงาหรือด้าน

ข้อดีของบันไดไม้ยางพาราประสาน

บันไดไม้ยางพาราประสานมีราคาถูกกว่าบันไดไม้จริงและบันไดไม้จริงเอ็นจิเนียร์ ด้วยการที่ผลิตจากไม้ยางพาราซึ่งมีราคาถูก
สีของบันไดไม้ยางพาราประสานเป็นสีขาวครีม สามารถย้อมสีได้ทุกเฉดสี จะนิยมทำสีให้เข้ากับพื้นไม้ชั้นสอง
บันไดไม้ยางพาราประสานมีความทนทานต่อแรงกระแทกและรอยขีดข่วนได้มากกว่าบันไดปิดผิวลามิเนต

ข้อด้อยของบันไดไม้ยางพาราประสาน บันไดไม้ยางพาราประสานเป็นการประสานของชิ้นไม้ที่มีขนาดเล็ก ขึ้นรูปประสานกันเป็นแผ่น ทำให้ผิวหน้าจะเห็นเป็นรอยต่อของการประสานชิ้นไม้
เหมือนไม้ปาร์เก้ ความสวยงามของผิวหน้าจะไม่เป็นชิ้นเดียวเหมือนบันไดไม้จริงเอ็นจิเนียร์และไม้จริงทั้งชิ้น

ข้อดีและข้อแตกต่าง 6ชนิดบันไดที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

บันได บ้านที่นิยม ใช้ในปัจจุบันแบ่งเป็น 6 ชนิดบันได แบ่งตามวัสดุที่นำมาประกอบบันไดและกระบวนการผลิตบันไดเป็น 2 ประเภทหลักคือ

บันไดที่ใช้ไม้จริงเป็นส่วนประกอบหลัก กระบวนการผลิตเป็นการใช้ไม้จริงทั้งชิ้นมาตัดเป็นบันไดทั้งชิ้น หรือใช้ไม้จริงชิ้นเล็กมาประกอบกันเป็นชิ้นบันไดที่กำหนด

1. บันไดไม้จริง (ผลิตจากท่อนไม้จริง นำมาตัดเป็นบันไดทั้งชิ้น)
2. บันไดไม้จริงเอ็นจิเนียร์ (ผลิตจากชิ้นไม้เนื้อแข็ง ประกอบเป็นชิ้นบันได ปิดผิวหน้าชนิดไม้จริงที่กำหนด)
3. บันไดไม้ยางพาราประสานขึ้นรูป (ผลิตจากชิ้นไม้ยางพารา ประกอบเป็นชิ้นบันได)
บันไดที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการขึ้นรูป กระบวนการผลิตเป็นการนำชิ้นไม้จริงมาแปรรูปเป็นผงไม้และนำไปผสมกับซิเมนต์ อัดแน่นประกอบขึ้นรูปเป็นชิ้นบันไดที่กำหนด ปิดผิวหน้าด้วยลามิเนต
4. บันไดMDFปิดผิวลามิเนต (ผลิตจากผงไม้ผสมกาวกันชิ้น ขึ้นรูปด้วยความหนาแน่นสูงเป็นชิ้นบันได ปิดผิวหน้าด้วยลามิเนตลายไม้ตามกำหนด)
5. บันไดวีว่าบอร์ดปิดผิวลามิเนต (ผลิตจากผงไม้ผสมซิเมนต์(วีว่าบอร์ด) ขึ้นรูปด้วยความหนาแน่นสูงเป็นชิ้นบันได ปิดผิวหน้าด้วยลามิเนตลายไม้ตามกำหนด)
6. บันไดไม้เทียมไฟเบอร์ซิเมนต์ (ผลิตจากไฟเบอร์ผสมซิเมนต์ ทำการขึ้นรูปเป็นชิ้นบันไดไฟเบอร์ ผิวหน้าเป็นลายไม้จากการขึ้นรูปแผ่นบันได)

รับออกแบบบ้าน

Uncategorized

ประวัติ เหอลั่วลั่ว จากซีรีส์ Love Crossed ปิ๊งรักไอ้ต้าวดิจิตอล

ประวัติ เหอลั่วลั่ว  จากซีรีส์ Love Crossed ปิ๊งรักไอ้ต้าวดิจิตอล

กลับมาพบกับบทความแม่ปลอมขอขายอีกแล้วจ้า วันนี้ถึงคิวหนิงเกอจอมซนหรือเป็นที่รู้จักกันในนาม เหอลั่วลั่ว พี่สองแห่งบ้าน R1SE ผู้รับบท ลู่เซี่ยว จากซีรีส์ Love Crossed ( ปิ๊งรักไอ้ต้าวดิจิตอล ) ซีรีส์แนวโรแมนติก, คอมเมดี้, แฟนตาซี จากค่าย Tencent ที่กำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้และเพื่อตอกย้ำความปังของเขาอีกครั้งวันนี้เจย์จะพาทุกคนมาส่องประวัติของหนุ่มน้อยคนนี้กันค่ะ ว่าภายใต้ใบหน้าหวาน ๆ นี้เขาซ่อนความสามารถอะไรไว้บ้าง? มาอ่านไปพร้อมกันเลย

มัดรวมวาร์ป 4 หนุ่ม LOVE BOYS ผู้งานละมุนจากซีรีส์ Love Crossed (ปิ๊งรักไอ้ต้าวดิจิตอล)

เหอลั่วลั่ว (何洛洛) He LuoLuo

ชื่อเดิม: สวีอี้หนิง (徐一宁) Xu YiNing

ชื่อที่แฟน ๆ ชอบเรียก: หนิงเกอ, ลั่วลั่ว

เกิดเมื่อ: 4 พฤษภาคม 2001

อายุ: 20 ปี

บ้านเกิด: เสี่ยวซาน เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง

ความสูง: 180 ซม.

ชื่อแฟนคลับ: เค้กข้าว (Sticky Rice Cake)

หนุ่มน้อยเจ้าของ Wink มหาเสน่ห์คนนี้เป็นคนสดใสร่าเริง อารมณ์ดี ซุกซน กลัวความสูง ชอบทำอาหารถึงแม้ว่ารสชาติจะออกมาได้ดั่งใจบ้างไม่ได้ดั่งใจบ้างเขาคนนี้ก็ตั้งใจทำทุกครั้งที่มีโอกาส ด้วยราศีเกิดของเขานั้นเป็นราศีพฤษภเขาจึงเป็นคนอ่อนไหวง่ายแต่มีข้อดีคือเป็นคนมีน้ำอดน้ำทนที่ค่อนข้างสูง มุ่งมั่นตั้งใจถ้าลองปักใจจะทำอะไรแล้วนั้นรับรองว่าไม่มีทางถอยกลางคันแน่นอนวง R1SE

เดิมทีเขามีชื่อเกิดว่า สวีอี้หนิง แต่ต่อมาในปี 2018 เมื่อเขาได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะหัวหน้าชมรมดนตรีอี้อาน (Yian Music Club) สังกัดค่าย Original Plan ชื่อ ‘เหอลั่วลั่ว’ จึงได้กลายมาเป็นสเตจเนมของเขาจนส่งให้เขากลายเป็นไอดอลรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงได้ในที่สุด ในปี 2019 ลั่วลั่วมีโอกาสได้เข้าร่วมในรายการ Chuang หรือ Produce Camp ซีซั่นที่ 2 ซึ่งในรอบคัดเกรดรอบแรกด้วยสเตจที่น่ารักสดใสทั้งร้องทั้งเต้นทำให้เขาได้เข้าไปอยู่ในคลาส B พร้อมกับเพื่อร่วมทีมอย่าง อู๋จี้เฟิง และ ช่ายเจิ้งเจี๋ย ได้ในที่สุด ท้ายที่สุดในรอบไฟนอล เหอลั่วลั่ว ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของไอดอลกรุ๊ป R1SE ด้วยคะแนนโหวตถึง 13,652,312 คะแนนเป็นอันดับที่ 2 จาก 11 อันดับเหอลั่วลั่ว ผู้รับบท ลู่เซี่ยว ในซีรีส์ ปิ๊งรักไอ้ต้าวดิจิตอลในฐานะเมมเบอร์ R1SE เหอลั่วลั่วพัฒนาความสามารถและก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งสกิลด้านการร้อง เต้น แร็ปและ Performance เขาคนนี้ถือว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากความสามารถที่กล่าวมาแล้วนั้นเขายังมีความสามารถด้านการแสดงและด้านดนตรีอย่างการเป่าแซกโซโฟนที่ถือว่าเก่งกาจอีกด้วย R1SE เป็นบอยแบนด์ที่มีศักยภาพที่แข็งแกร่งอีกทั้งสมาชิกในทีมยังสนิทสนมรู้ใจกันจนถูกขนานนามว่าเป็นวงที่มีความคีพวงสูงมาก ฉะนั้นน้องเล็กอย่าง เหอลั่วลั่ว เหยียนสวีเจีย และจ้าวร่าง นั้นจึงเป็นที่รักของเหล่าพี่ ๆ ในวงเป็นอย่างมาก เหอลั่วลั่ว ผู้รับบท ลู่เซี่ยว ในซีรีส์ ปิ๊งรักไอ้ต้าวดิจิตอล

ผลงานของ He LuoLuo ที่เหล่าแม่ยกไม่ควรพลาดเป็นอันขาด ได่แก่

Chuang 2019 ประตูแห่งความสำเร็จของเขากับสมาชิกในวงซึ่งเป็นความทรงจำที่คู่ควรตามเก็บเข้าคลังเป็นอย่างมาก
รายการวาไรตี้ของวง Super R1SE Energy, The youth of R1SE, Super R1SE 1st year และ Before SunR1SE ที่จะพาให้คุณได้เห็นมุมอื่นของเหอลั่วลั่วอีกทั้งยังได้เห็นมิตรภาพระหว่างสมาชิกในวงอีกด้วย
We Are Blazing รายการที่นำเอา ไอดอลกรุ๊ป วงดนตรี รวมไปถึงวงโอเปร่า มาแข่งขันกันทำสเตจที่สุดแสนอัศจรรย์ให้เหล่าคณะกรรมการจากหลากหลายช่วงอายุได้ชมกัน
Love Crossed (ปิ๊งรักไอ้ต้าวดิจิตอล) ซีรีส์แนวโรแมนติก, คอมเมดี้, แฟนตาซี ร่วมสมัยจากบ้าน Tencent รับบทนำของเรื่องเป็น ลู่เซี่ยว ประกบคู่ ไต้ลู่หวา
He LuoLuo ผู้รับบท ลู่เซี่ยว ในซีรีส์ Love Crossed

ส่วนผลงานในอนาคตที่น่าจับตามองและประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าเขาจะเข้าร่วมอย่าง Fights Break Sphere: Season 2 (สัประยุทธ์ทะลุฟ้า 2) ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เจย์ตั้งตารอและคาดหวังว่าซีรีส์เรื่องนี้จะพาให้น้องโด่งดังและเป็นที่รู้จักในแวดวงแฟนซีรีส์จีนมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นถึงแม้ว่าวง R1SE จะดิสแบนด์ในเวลาอันใกล้นี้แล้วแต่เสี่ยวสือเอ้อร์อย่างเจย์ก็ยังคงเป็นเสี่ยวสือเอ้อร์และจะติดตามสนับสนุนผลงานของพวกเขาทั้ง 11 คนต่อไป สุดท้ายนี้กราบอ้อมอกอ้อมใจงาม ๆ ที่ติดตามอ่านผลงานของเจย์มาจนสุดทาง    อ่านต่อได้ที่