Review Movie Romance Drama A Star is Born (2018)

Review Movie Romance Drama A Star is Born (2018)

A Star is Born

There’s a scene early into Bradley Cooper’s crowd-pleasing “A Star is Born” that distills what it’s really about and why it will hook viewers till the last frame. Cooper’s Jackson Maine, an alt-country singer with a bit more heavy guitar, is getting drunk in a drag club after a show when he meets Lady Gaga’s Ally. Having worked at the club before, and now waitressing elsewhere, she’s come back to sing a song, a jaw-dropping version of “La Vie en Rose.”

She sashays her way down the bar and ends up locking eyes with Maine as her vocals continue to rise.

He is blown away by her talent, but there’s something deeper in that eye contact.

Something ineffable.

Not long after, while Ally is getting ready to leave with Maine to get another drink, he plays a heartfelt song of his own for the club owner, and she comes out as he’s wrapping up, making eye contact as his vocals find emotional depth.

These are two people who fall in love with each other’s talent as much as anything else, inspired by one another in a way that artists often are.

This story has been told several times before—and influenced other similar romances—but Cooper and Gaga find a way to make this feel fresh and new. It’s in their eyes.

Before that first night is over, Jackson has realized the depth of Ally’s talent, even hearing her sing part of a song she wrote that will soon become a massive hit for the two of them.

These early scenes of “A Star is Born,” especially the first in which Ally sings in front of a Maine audience, are magical.

There’s an unforced chemistry between Cooper and Lady Gaga that makes these characters easy to root for, and I’ll admit to a natural affinity for stories of true talent finally coming out of the shadows. The real Gaga knows a thing or two about how one rises from waitress to superstar, and she nails the blend of apprehension and confidence that this kind of thing takes. Of course, Ally is nervous to go on stage or to write songs, but she also senses she’s pretty damn good at it. She’s no mere wallflower watered by a confident man. She’s a force of nature who Jackson gives the encouragement to do her thing.

Of course, the arc of all versions of “A Star is Born” is pretty much the same in that it’s about one comet rising while another crashes. The first time we see Jackson, he’s popping pills, and he’s deeply alcoholic.

He allows his demons even more space as he watches his partner achieve massive fame with a form of pop that he finds shallow.

Cooper does some of the best work of his career as the kind of man who’s always restless. A friend played by Dave Chappelle tries to offer the advice that every man needs to eventually settle down and stay in a port instead of pulling anchor and moving on again, but Jackson can’t stay still. He’s one of those addicts who uses any excuse to fuck things up. He is as self-sabotaging as he is talented, but Cooper avoids just enough of the clichés of the “alcoholism movie” to keep him real.

It’s an excellent performance, one that balances Gaga’s in fascinating ways. As she becomes more of a pop legend and he maintains his whiskey-drinking aesthetic, it’s easy to see them pulling apart but the performers keep us believing that these people care about and even need each other.

Sometimes the same need that builds us up can eventually destroy us.

“A Star is Born” loses its way slightly in the second half as Ally becomes a household name. Some of the pop fame material doesn’t work, especially a misjudged “SNL” musical performance, as it seems to almost treat what Ally (and even Gaga herself in the real world) do a bit too superficially. The movie seems to agree too easily with Jackson’s belief that pop is disposable. It isn’t always.

And the triangle that forms between Ally, Jackson, and Ally’s manager is the most clichéd and least effective aspect of the film. Luckily, Cooper the director regains his footing in the end, bringing his debut film in for the emotional conclusion that even those who haven’t seen the originals will be able to predict is coming, but be moved by nonetheless. อ่านต่อ



Review Series Tale of the Nine Tailed Fantasy Action korean

Review Series Tale of the Nine Tailed Fantasy Action korean

Review Series Tale of the Nine Tailed Fantasy Action korean

Tale of the Nine Tailed is not like your typical gumiho story. It’s a love story, yes, but there’s no liver eating foxes in this drama. This drama Tale of the Nine Tailed  is based on the folklore about the mountain spirit and Imoogi, the evil sea spirit.

In this drama, the mountain spirit called Lee Yeon (played by Lee Dong Wook) falls in love with a human during his mountain spirit days but leaves his position when his love died so that she could be reincarnated.

Present day, Lee Yeon lives as a nine tailed fox and meets Nam Ji Ah (played by Jo Bo Ah), who’s a documentary director on the supernatural and has the same face as the woman Lee Yeon loved in the past. Lee Yeon soon finds himself battling Imoogi and stuck in the same disposition as he was in the past – save himself or save Ji Ah.

When I first started watching this show, I know many people had their reservations because they were afraid this was going to end like Hwayugi.

I won’t be talking about the ending here, but the concept was pretty similar. Lee Yeon is a nine tailed fox – he’s immortal and Ji Ah is only a human being.

They were never meant to be together but nine tailed foxes only mate once for life aka they only have one lover, which is why Lee Yeon is constantly pursuing Ji Ah. อ่านต่อ


รีวิวซีรีย์เกาหลี Do Do Sol Sol La La Sol โน้ตรักทำนองหวาน

รีวิวซีรีย์เกาหลี Do Do Sol Sol La La Sol โน้ตรักทำนองหวาน

Do Do Sol Sol La La

ซีรีส์เกาหลี Do Do Sol Sol La La Sol  โน้ตรักทำนองหวาน แนวรักตลกเบาสมองแบบหวานหวานใสๆ ของนางเอกผู้ไม่เป็นอะไรเลยนอกจากเล่นเปียโน กับพระเอกสุดซึนที่แอบยอมช่วยนางเอกทุกอย่าง หลังเห็นเธอตกตระกรำลำบากแบบไม่คาดคิดในวันแต่งงาน ที่เปลี่ยนชีวิตของเธอไปหมดสิ้น รีวิว Do Do Sol Sol La La Sol

‘คูรารา’ เธอเป็นนักเปียโน ที่โตมากับคุณพ่อที่คอยให้กำลังใจเธอมาตลอด แต่แล้ววันหนึ่ง เธอได้สูญเสียคุณพ่อไปกระทันหัน จนทำให้ชีวิตของเธอเสียศูนย์ รวมไปถึงยังโดนยึดบ้าน จนทำให้เธอกลายเป็นหญิงสาวที่เหลือแต่สุนัข และรถที่พ่อเธอซื้อให้ แต่แล้วโชคชะตาก็ได้นำพาให้เธอมาเจอกับ ‘ซอนอูจุน’ เด็กหนุ่มที่ทำให้เธอได้กลับมาเล่นเปียโน และยิ้มกว้างอีกครั้ง

ชื่อไทยคือ โน้ตรักทำนองหวาน เป็นซีรีส์แนว โรแมนติก คอมเมดี้ ดนตรี สัญชาติเกาหลี ที่กำลังออนแอร์อยู่ในคณะนี้ และถือได้ว่าเป็นซีรีส์ที่ทำเอาแฟน ๆ ซีรีส์ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า “ อยากเป็นนางเอกมาก ” เพราะด้วยความน่ารัก ความใส่ใจของพระเอกนั้นทำเอาเราต่างก็เขิน และอิจฉานางเอกกันสุดๆ

คู รารา รับบทโดย โค อา-รา หญิงสาวผู้มีฝีมือและความสามารถ​ในการเล่นเปียโน และชีวิตเธอก็สุขสบายมาตลอด จนกระทั่งถึงวันที่ คู รารา แต่งงาน เธอก็ได้พบเรื่องที่น่าเศร้าขึ้น คู มันซู รับบทโดย ออม ฮโย-ซอบ ผู้เป็นพ่อได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ทำให้การแต่งงานนั้นต้องถูกยกเลิกในทันทีพร้อมกับการล้มละลาย​ที่เธอจะต้องพบเจอในอนาคตอีกด้วย

คู รารา ตอนนี้เธอได้ล้มละลายเรียบร้อยแล้ว แต่ในความโชคร้ายนี้ เธอก็ยังพอมีเงินติดตัวจากในส่วนของทรัพย์​สมบัติ​ของคุณพ่ออยู่ซึ่งเป็นเงินสดมูลค่า 100 ล้านวอน (ประมาณ 2,700,000 บาท)​ และ จูจู (รถยนต์คู่ใจของ รารา)​

โดยเธอได้ตัดสินใจที่จะไปซื้อห้องพักแห่งหนึ่งซึ่งมีมูลค่า 100 ล้านวอน และตัดสินใจที่จะพา มีมี่ (น้องหมาสุดน่ารักของ รารา)​ มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปด้วยกัน ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะ Happy Ending ตั้งแต่เริ่มเลยใช่ไหมครับ?

แต่มันไม่ง่ายแบบนั้น เมื่อโชคชะตา​ได้เล่นตลกกับเธออีกครั้ง เพราะ รารา ได้มาทราบในภายหลัง​ว่าเธอถูกโกงจากนายหน้าขายที่ ทำให้เงิน 100 ล้านวอนที่เธอมีนั้น สูญสลายไปในชั่วพริบตา​ นั่นจึงทำให้เธอต้องเดินทางไปเยี่ยมหลุมศพของคุณพ่อและคุณแม่ของเธออีกครั้ง เพราะนี่อาจเป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิตของเธอ

แต่แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่า Twinkle, Twinkle, Little Star. ชื่อไอดีใน Ins… gram ที่ได้ถ่ายรูปสถานที่ต่าง ๆ และที่พักที่จะให้เธอสามารถไปอยู่พักอาศัยได้ ปรากฏ​ขึ้น นั่นจึงทำให้เธอเกิดความสงสัยในไอดีนี้อีกครั้ง เพราะ Twinkle, Twinkle, Little Star. เป็นรหัสลับที่จะใช้ระหว่างเธอกับคุณพ่อของเธอเท่านั้น เธอจึงคิดว่า นี่อาจเป็นสัญญาณ​ของความช่วยเหลือจากใครบางคนที่เธอรู้จักก็เป็นได้ เธอจึงออกเดินทางอีกครั้ง

เธอได้เดินทางไปถึงสถานที่ที่ Twinkle, Twinkle, Little Star บอกกล่าว แต่เคราะห์​ซ้ำกรรมซัดเมื่อเธอต้องประสบอุบัติเหตุ ที่ขับรถโดยประมาทจนเกือบชนคนที่ขี่จักรยานแถวนั้นเข้า ทำให้เธอต้องหักรถหลบหนีและตัวรถก็ไปกระแทก​กับที่กั้นถนนจนทำให้เธอสลบไป

แต่ในความโชคร้ายก็พอจะมีความโชคดีอยู่ เมื่อ ซุน วู จุน รับบทโดย อี แจ-อุค ชายปริศนาที่ได้มาส่งดอกไม้ให้เธอในวันแต่งงานของ คู รารา คือคนขี่จักรยานที่เธอเกือบจะชน นั่นทำให้ตัวของ จุน ต้องรีบไปช่วยเหลือ รารา ให้เร็วที่สุด ก่อนที่เธอจะเป็นอะไรไป

ซีรีส์ที่เน้นเรื่องหวานแหววพร้อมทั้งขายเสียงหัวเราะคิกคักกับความกุ๊กกิ๊กของพระเอกนางเอกไปพร้อมๆ กัน ต้องบอกเลยว่าคนที่จะดูเรื่องนี้สนุกต้องถอดสมองออกจากหัวให้โล่งๆ ไปก่อนเลย เพราะเรื่องนี้นำเสนอความใสน่ารักๆ ของตัวเอกทั้งคู่ โดยไม่ต้องการความสมเหตุผลของตังละครหรือเรื่องราวเลยแม้แต่น้อย

เอาว่าถ้าดูหนังใหม่เต็มเรื่องแบบคิดมากหรือคิดตามเรื่องเหตุผลในเรื่องเรื่อยๆ นี่มีหงุดหงิดแน่นอน เอาแค่เริ่มมาตัวนางเอกก็เกิดมาพร้อมคาแรกเตอร์ผู้หญิงที่ทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง เพราะมีพ่อรวยคอยป้อนเลี้ยงดูมาตลอด พ่อสนใจแค่ให้นางเอกเล่นเปียโนให้ได้เท่านั้น ก็เลยเล่นเปียโนมาตลอด 20 ปี (แต่ก็ไม่ได้เก่ง)

แล้วตัวนางเอกเองก็ใสซื่ออ่อนต่อโลก อีกทั้งยังมีฉากแสดงให้เห็นแบบชัดๆ เลยว่าเธอฉลาดน้อยมากๆ จนถึงขั้นโง่เลยก็ได้กับการบวกเลขไม่ถูก แล้วก็อ้างเหตุผลว่านักดนตรีดังๆ ของโลกก็มีปัญหากับการเรียนเรื่องอื่นเหมือนกัน

แถมพอตกอับบ้านมีปัญหาต้องเอาตัวรอดคนเดียวก็เหมือนไม่ใส่ใจจะหาทางรอดชีวิตให้ได้เลย ยังทำตัวใสๆ ไปวันๆ เล่นโซเชียลถ่ายน้องหมาอยู่อีก ดังนั้นถ้าดูแบบคิดมากตัวคาแรกเตอร์ของนางเอกในเรื่องนี้จะน่ารำคาญมากถึงมากที่สุด ทั้งเรื่องเต็มไปด้วยอารมณ์ง้องแง้งอยู่ตลอดเวลา

แต่ก็ต้องบอกว่าด้วยเสน่ห์ของตัวนักแสดง Go Ara เองที่ทั้งหน้าตาและลุคเข้ากับบทนี้มาก ทำให้ความน่ารำคาญที่รู้สึกในตอนแรกนี่มลายหายไปสิ้นในเวลาต่อมาแบบไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เลย (คนเขียนแอบงงๆ ด้วยซ้ำว่าทำไมสนุกไปกับตัวคาแรกเตอร์งี่เง่าแบบนี้ได้)

และด้วยเหตุผลอีกประการคือ “อีแจอุค” (LEE JAE WOOK) พระเอกน้องใหม่เรื่องแรก หลังจากที่พึ่งเล่นซีรีส์มาแค่ 4 เรื่องเป็นตัวประกอบเรื่องหรือบทพระรองทั้งหมด Memories of the Alhambra , Search: WWW, Extraordinary You, When the Weather Is Fine

ซึ่งถ้าคนจดจำได้ดีสุดคือบท แบคคยอง ใน Extraordinary You ที่เป็นพระเอกตัวร้ายสุดๆ เอาว่าร้ายจนเด่นเหมือนเป็นพระเอกอีกคนเลยก็ว่าได้ มาคราวนี้ได้เป็นพระเอกเต็มตัวแบบไม่ต้องมาแย่งซีนใครอีกแล้ว (จริงๆ อีแจอุคนี่เด่นจนแย่งซีนมาแทบทุกเรื่อง)

ซึ่งคาแรกเตอร์ของเขาก็สอดรับแนวทางเดียวกับนางเอก คือหนุ่มที่ปิ๊งรักแรกพบนางเอก แถมห่วงหาอาทรพยายามช่วยนางเอกที่ตกอับอยู่ตลอดเวลา จนแทบจะเป็นคนรักหวานแหววในเวลาแค่สองตอนแรกเริ่มของเรื่องเท่านั้น

ซึ่งถ้าเป็นซีรีส์เว็บหนัง HDเกาหลีทั่วไปบทแบบนี้ต้องพยายามขายสโลวไลฟ์โรแมนติก แต่เรื่องนี้กลับไม่ใช่แบบนั้น บทของอีแจอุคคือพระเอกที่แอบซึนรักนะแต่ไม่บอก หาเรื่องแกล้งตกกระไดพลอยโจนยอมให้นางเอกหลอกแบบใสๆ ขำๆ ไปเรื่อย เพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกันโดยไม่ต้องมาบอกว่าเป็นอะไรกัน

คือแค่เรื่องออกมาสองตอนคนดูก็รู้เลยสองคนนี้สปาร์คกันสุดๆ แต่แค่ไม่ต้องมาหวานเลี่ยนอะไรออกนอกหน้า ซึ่งด้วยลุคหน้าตาแบดๆ ของพระเอกด้วย ถ้าใครเคยดู Extraordinary You ถึงช่วงที่เขาหวานๆ ในเรื่องนี้ก็คล้ายกันแต่หวานใสๆ กว่ามากมาย ดูแล้วอิ่มอกอิ่มใจกับความรักใสๆ ที่เขามีให้นางเอกง่ายๆ แบบไม่ต้องการเหตุผลอะไรมาก

นอกจากแค่ถูกชะตารักแรกพบแล้วดันเจอนางเอกน่าสงสารสุดขีดพอดีเข้าเท่านั้น ซึ่งต้องบอกว่าถ้าใครดูแล้วถูกชะตาทั้งกับพระเอกนางเอกคือจบเลย รับรองว่ามีหลงหนักกับเรื่องนี้แน่นอน แต่ต้องบอกเพิ่มว่าแบ็คกราวด์ชีวิตพระเอกในเรื่องค่อนข้างน้ำเน่ามากแบบละครไทยเลย เป็นลูกเศรษฐีหนีมาใช้ชีวิตคนเดียว อ่านต่อ




Review More Than Friends JTBC 경우의 수 Friends-to-lovers

Review More Than Friends JTBC 경우의 수  Friends-to-lovers

Review More Than Friends JTBC 경우의 수  Friends-to-lovers

Review More Than Friends JTBC 경우의 수  Friends-to-lovers stories never get tiresome. Or do they? JTBC’s latest romance/youth drama More Than Friends tells an age-old tale with some cable channel frankness, but also leans heavily on all the storytelling elements we might expect.

Like many a drama that relies on relationship background, the premiere week of More Than Friends is heavy on its backstory. When we open, we meet our heroine KYUNG WOO-YEON (Shin Ye-eun) in the past during her high school days. She’s adorable and sweet, but a bit persecuted by the cool girl clique. For all the high school angst, though, she also makes two wonderful girl friends, who we’ll also follow through the drama’s storyline — they’re HAN JIN-JOO (Baek Soo-min who I always seem to love), and KIM YOUNG-HEE (Ahn Eun-jin).

But there’s a third character that becomes the centerpiece of her high school years, and that’s the school heartthrob, LEE SOO (Ong Sung-woo). He protects (and yet playfully torments) our heroine like the best of dramaland’s male leads — for all the teasing and mockery, though, Lee Soo is totally charming. It’s easy to see why Woo-yeon falls head over heels for him. อ่านต่อ




รีวิวซีรีย์ แฟนตาซี The Uncanny Counter เคาน์เตอร์ คนล่าปีศาจ Post author

รีวิวซีรีย์ แฟนตาซี The Uncanny Counter เคาน์เตอร์ คนล่าปีศาจ Post author

เรื่องราว The Uncanny Counter ของทีมเคาน์เตอร์ นักล่าปีศาจ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในร้านขายบะหมี่ สี่คนกะหนึ่งหัวเรือใหญ่ ที่วันหนึ่งต้องถึงกาลแปรเปลี่ยน เมื่อคนเก่าถูกปีศาจฆ่าตาย คนใหม่ก็ถูกคัดเลือกอย่างเร่งรีบ และผลก็คือ เคาน์เตอร์คนใหม่เป็นเด็กมัธยมฯ

เรื่องย่อซีรีส์ The Uncanny Counter
ในเมืองอย่างชุงจิน ไม่มีใครรู้ว่าในร้านขายบะหมี่ร้านหนึ่ง ที่ฉากหน้าเป็นร้านเล็กๆ ที่ลูกค้าคับคั่งทั้งที่ไม่เคยใช้โซเชียลมีเดียทำการตลาด หากแต่เบื้องหลังพวกเขาคือ ทีมเคาน์เตอร์ ผู้สังหารปีศาจระดับต่างๆ เพื่อสร้างความผาสุกให้กับผู้คนในเมือง และนี่คือ รายนามของทีมเคาน์เตอร์ทั้งหลาย

โมทัก (Yu Jun Sang/ยูจุนซัง จากซีรีส์ Graceful Friends, Falsify และ Liver or Die) เคาน์เตอร์ที่โดดเด่นอยู่เรื่องเดียว คือเรื่องการใช้กำลัง แต่เอาจริงๆ ก็สามารถมองเห็นภาพอดีตเมื่อแตะต้องตัวคนๆ นั้นได้เหมือนกันแฮะ

คุณชู (Yum Hye Ran/ยอมฮเยรัน จากซีรีส์เรื่อง Life, Hospital Playlist และ When the Camellia Blooms) เธอคนนี้มีพลังในการรักษาและลบความทรงจำ

โดฮานา (Kim Se Jeong/คิมเซจอง จากซีรีส์ I Wanna Hear Your Song และ School 2017 สมาชิกวง Gugudan และอดีตสมาชิกวง I.O.I) เธอเป็นเคาน์เตอร์ที่มีพลังในการอ่านความทรงจำ เธอมองเห็นภาพของเคาน์เตอร์ตัวใหม่ได้อยู่เสมอ และใช้มันนำทางพวกเขาไปเจอและปราบพวกมัน

และคนสุดท้ายที่ได้เข้าร่วมทีมแทนช็อลจุง สมาชิกคนเก่าที่ถูกปีศาจฆ่าตายไป เขาคือ โซมุน (Joe Byeong Gyu/โจบยองกยู จากซีรีส์เรื่อง Hot Stove League, SKY Castle และ Arthdal Chronicles) เด็กนักเรียนมัธยมที่จู่ๆ ก็ถูกแสงประหลาดพุ่งเข้าไปอยู่ในร่าง เขากลายเป็นเคาน์เตอร์ที่มีความสามารถในด้านพละกำลัง

เคาน์เตอร์แต่ละคน ดูเหมือนจะเคยอยู่ในขั้นโคม่าใกล้ตาย ก่อนจะแลกเปลี่ยนมาด้วยการทำงานไล่ล่าฆ่าปีศาจ

รีวิวซีรีส์ เคาน์เตอร์ คนล่าปีศาจ
เปิดเรื่องมาด้วยเหตุในครั้งอดีตเมื่อเจ็ดปีก่อน อุบัติเหตุรถชนที่คร่าชีวิตพ่อแม่ของมุนตายต่อหน้าต่อตาและทำให้เขาพิการขากระเผลกนั้นดูมีเงื่อนงำน่าสงสัย แล้วซีรีส์ก็ตัดไปเล่าเรื่องปัจจุบัน อ่านต่อ


วิธีการ แทงบอล ออนไลน์ ให้ถูกวิธี และได้เงินดี เพียง 6 สูตรง่าย ๆ

วิธีการ แทงบอล ออนไลน์ ให้ถูกวิธี และได้เงินดี เพียง 6 สูตรง่าย ๆ


6 วิธี สูตร แทงบอล ออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ ทุกคนต่างก็อยากจะได้เงินจากการเล่นพนัน ฟุตบอล แทงบอล กันทั้งนั้น อีกทั้งยังเป็นกีฬาที่มีความนิยมกันอย่างแพร่หลาย จึงทำให้การพนันฟุตบอลเป็นที่นิยมจากนักพนัน

อย่างแรกนักเดิมพันต้องหาข้อมูล ไม่ใช่เพียงแค่การพนันแทงบอลเท่านั้น การพนันในรูปแบบอื่นๆ ข้อมูลก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่แพ้ส่วนประกอบข้ออื่นๆเลย การแทงพนันฟุตบอลนั้นไม่ได้ใช้โชค

เหมือนการเดิมพันชนิดอื่นๆ แต่เป็นการเดิมพันที่ต้องอาศัย การวิเคราะห์เป็นหลักใหญ่ ยิ่งวิเคราะห์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสเดิมพันถูก มากเท่านั้น ดูว่าทีมนั้นๆมีตัวเจ็บ มีใครติดโทษแบนบ้าง ตัวเก่งของทีมเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเจ็บ ถ้าติดโทษแบนไม่ได้ลง ก็มีผลต่อการแพ้ชนะอย่างมาก อ่านต่อ


การทำให้ เว็บไซต์ website สามารถมีหลายภาษา โดยไม่ใช้ปลั๊กอิน

การทำให้ เว็บไซต์ website สามารถมีหลายภาษา โดยไม่ใช้ปลั๊กอิน


การทํา เว็บไซต์ หลายภาษาบน WordPress มีหลายวิธี แต่ที่ส่วนใหญ่ทำกันเพื่อให้ง่ายที่สุด อาจมีอยู่ 2 แนวทางครับ ดังนี้ครับ

1. ทำแยกกันเป็นคนละเว็บไปเลย
คือ มี 1 ภาษาอยู่บนโดเมนหลัก เช่น กับอีกภาษาจะทำเว็บแยกออกมาต่างหาก อาจจะสร้างที่ซับโดเมน เช่น หรือจะไปสร้างที่ directory ต่อท้ายชื่อโดเมนก็ได้ครับ เช่น

ข้อดีคือทำง่าย แยกเนื้อหาได้ชัดเจนแม้จะมีปริมาณข้อมูลไม่เท่ากัน แต่ข้อเสียมีเพียงอย่างเดียว คือ มันไม่เท่ กดเปลี่ยนภาษาแล้วมันจะกลับมาเริ่มที่หน้า home ของอีกภาษาเสมอ

2. ใช้ปลั๊กอินช่วยในการแยกแต่ละภาษา
คือ รวมระบบทุกอย่างรวมในเว็บเดียว เวลาแก้ แก้ที่เดียว อัพเดทระบบที่เดียว เว็บแต่ละหน้า สามารถคลิกไปอีกภาษาในเนื้อหาเดียวกันได้ แต่มีข้อเสีย ก็คือระบบทำงานหนักกว่าแยกเว็บ เนื่องจากต้องคอยเช็คตลอดว่าขณะนั้นอยู่ในภาษาอะไร ทำให้มักจะแสดงผลช้ากว่า

อ่านเพิ่มเติม: วิธีทำเว็บหลายภาษาด้วยปลั๊กอิน WPML

สำหรับบทความนี้ผมจะมาแนะการทําเว็บหลายภาษาบน WordPress แบบแยกเว็บครับ

1) ติดตั้ง WordPress ที่ Directory ให้เรียบร้อย
สำหรับวิธีการติดตั้ง WordPress ของแต่ละ Hosting อาจมีขั้นตอนไม่เหมือนกัน วิธีที่ง่ายที่สุด ผมแนะนำให้คุณติดต่อผู้ให้บริการโฮสติ้งที่คุณใช้อยู่ (โฮสทุกเจ้ามีบริการลง WordPress ให้ฟรีครับ) แจ้งเขาไปว่า ให้ติดตั้ง WordPress ที่ Directory ของโดเมนที่คุณต้อง เช่น แบบนี้เป็นต้น

2) โคลนนิ่ง เว็บโดเมนหลัก มาใส่ที่ เว็บ Directory

3) สร้างเมนูเพื่อเชื่อมโยงเว็บ
สำหรับการสร้างเมนูเราต้องสร้างเมนูแบบ Custom Links ครับ

เข้าไปที่ Appearance > Menu > Custom Links > ที่ URL ให้ใส่โดเมนภาษาหลัก > Link text ให้ใส่ตัวย่อของภาษานั้นลงไป

4) วิธีเปลี่ยนตัวอักษรเป็นธงชาติ
อันดับแรกให้เราเตรียมรูปธงชาติของแต่ละภาษาไว้ ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นเราต้องแปลงรูปภาพให้เป็นโค้ด HTML เพื่อนำไปวางที่เมนู

วิธีแปลรูปภาพเป็น HTML
เข้าไป add new post > add media เพื่ออัพโหลดรูปเข้าเว็บ ย่อรูปให้เล็กลง > เลือก mode text > เราจะได้โค้ด HTML มา

สำหรับผมการทำเว็บหลายภาษาบน WordPress แบบแยกเว็บ โดยไม่ใช่ปลั๊กอิน นั้นเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องอัพเดทปลั๊กอินแล้วเว็บจะพังอีกด้วย ถ้าเว็บคุณเป็นธุรกิจบริการ หรือขายสินค้าที่จำนวนชิ้นที่ไม่เยอะมาก การทำเว็บ 2 ภาษาแบบแยกเว็บคือวิธีที่สะดวกที่สุด




วิธีการเลือก Keyword สำหรับโฆษณา Google Ads โดย 4 วิธี

วิธีการเลือก Keyword สำหรับโฆษณา Google Ads โดย 4 วิธี

Google Ads

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่องทางการตลาดบน Google หรือ Search Marketing ยังคงเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพสูงในการสร้างยอดขาย ซึ่งนอกเหนือจากการทำโฆษณา Google Ads หลายธุรกิจเติบโตได้ด้วยการติดหน้าแรก Google ในรูปแบบ SEO หรือการติดหน้า Google แบบธรรมชาติ (Organic) บางธุรกิจอาจลองหาความรู้เกี่ยวกับ SEO และทำเอง ในขณะที่อีกหลายธุรกิจใช้บริการ บริษัทรับทำ SEO อยู่ แต่ไม่ว่าจะทำเอง หรือจ้างเอเจนซี่ทำ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจ SEO ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนในช่วงเริ่มต้น โดยเฉพาะเรื่อง Keyword เพราะจะเป็นประโยชน์ในการนำข้อมูล Keyword ไปใช้ปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือนำข้อมูลไปคุยกับเอเจนซี่ได้ลึกยิ่งขึ้น เข้าใจการทำงานของเอเจนซี่มากขึ้น

ในบทความนี้ เราจะพูดถึง Keyword เป็นหลัก เพราะ Keyword ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำ SEO ถึงแม้ บริษัท ที่ รับทำ SEO มีบริการวิเคราะห์ Keyword และวางโครงสร้าง Keyword ให้ แต่หากคุณพอมีความเข้าใจเกี่ยวกับ Keyword อยู่บ้าง ก็จะทำให้การร่วมงานเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ต้องการใช้ SEO เป็นเครื่องมือในการขยายตลาด ห้ามพลาดบทความนี้เด็ดขาด!

รู้จักประเภท Keyword ที่ บริษัทรับทำ SEO ส่วนใหญ่ใช้
การทำ SEO ให้ได้ผลอยู่ที่ “ความต่อเนื่อง” ล้วนๆ ซึ่งการที่เว็บไซต์จะติด SEO จำเป็นต้องใช้เวลา ขึ้นอยู่กับการแข่งขันสำหรับ Keyword นั้นๆ เช่น Keyword คำว่า “คอนโด” เป็นคำที่กว้าง มีหลายเว็บไซต์ของบริษัท Property Developer ที่ต้องการจะติด SEO ใน Keyword นี้ แต่ละเว็บไซต์ก็จะพยามยามทำ SEO โดยเน้นไปที่ Keyword นี้ การแข่งขันก็จะสูง ความยากของ SEO หรือ SEO Difficulty ก็จะสูงตาม ยิ่งหากเว็บไซต์ของคุณเพิ่งเปิดใหม่ ก็จะตามหลังเว็บไซต์ที่เริ่มทำ SEO มาก่อนหลายปีแล้ว ดังนั้นคุณอาจต้องจ้าง บริษัท รับทำ SEO ให้เข้ามาช่วย Boost ด้วยเทคนิคต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น On Page หรือ Off Page Optimization

ในขณะเดียวกัน หากเป็น Keyword ที่เฉพาะเจาะจง เช่น “คอนโด low rise สุขุมวิท” จำนวน Property Developer ที่เป็นคู่แข่งก็จะเริ่มลดลงมา สโคปอยู่ในกลุ่มที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบ Low Rise ในย่านจตุจักรเท่านั้น ซึ่งหากธุรกิจของคุณเน้น Low Rise เป็นหลัก การโฟกัส Keyword ที่เฉพาะเจาะจงก็จะทำให้ตรงกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น เพิ่ม Conversion Rate และอาจช่วยให้ใช้เวลาในการติดอันดับสั้นลง แต่ก็ยังคงต้อง Optimize อย่างสม่ำเสมอ

จากตัวอย่างที่กล่าวไป จะเห็นได้ว่า Keyword แบ่งเป็น 2 รูปแบบ

1. Short Tail Keyword
คือ Keyword สั้นๆ ความหมายกว้าง เช่น “คอนโด” “รองเท้ากีฬา” “รถยนต์มือสอง” ซึ่งคำเหล่านี้จะมีจำนวน Search Volume ต่อเดือนค่อนข้างสูง แต่การที่จะติดหน้าแรกได้นั้นไม่ง่ายเลย ซึ่งการที่คนค้นหาว่า “คอนโด” เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ใช้คนนั้นต้องการซื้อ หรือเช่า ต้องการคอนโดย่านไหน หากลงทุนทำ SEO โดยใช้ Keyword นี้ไป สุดท้ายจำนวน Conversion อาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากก็เป็นได้ อีกทั้งยังใช้เวลานานมาในการติดหน้า Google

2. Long Tail Keyword
คือ Keyword ที่มีความยาวขึ้นมา เช่น “คอนโด low rise สุขุมวิท” “รองเท้า Nike Air Max” “BMW 320d มือสอง” คำแหล่านี้อาจไม่ได้มี Search Volume สูงมาก แต่ตรงกับสินค้า หรือบริการของคุณแน่ๆ ซึ่งมีโอกาสที่จะได้รับ Conversion สูงขึ้น ติดหน้า Google ได้เร็วขึ้น

การเลือกประเภท Keyword จึงนิยมเป็นการใช้แบบ Long Tail Keyword หลายๆ คำ ไม่เน้นว่าแต่ละคำจะต้องมี Search Volume สูง แต่เน้นเก็บจำนวนน้อยๆ จากหลายๆ Keyword มากกว่า

ลองนึกภาพดูว่า หากคุณเลือก Keyword กว้างๆ แต่ไม่ตรงกับสินค้า หรือบริการ คนคลิกเข้ามา 200 คนต่อวัน ติดต่อ 1 คน แต่หากคุณเลือก Keyword แบบ Long Tail จำนวนคลิก หรือ Traffic ที่เข้ามาอาจเป็น 30 คนต่อวัน แต่ติดต่อเข้ามา 2 คน เป็นต้น จะเห็นได้ว่า Conversion Rate และคุณภาพของลูกค้าที่เข้ามามีโอกาสสูงกว่าแบบ Short Tail

ซึ่งหากต้องการใช้เครื่องมือในการค้นหา Keyword ที่เหมาะสม ลองใช้เครื่องมือเหล่านี้ดูได้เลย

Keyword Planner
Uber Suggest ของ Neil Patel

การคิด Keyword ยิ่งเยอะยิ่งดี เพราะจะมีประโยชน์ในการนำมาใช้เขียนบทความ ประกอบกับการทำ SEO ให้แต่ละบทความ

หลายเว็บไซต์ที่มีสินค้า หรือบริการที่หลากหลาย ชอบโฟกัสทุก Keyword ไปบนหน้า Home หน้าเดียว โดยหวังว่า ไม่ว่าจะค้นหาสินค้าไหน ก็จะให้หน้า Home ขึ้น.. หากถามว่าทำได้ไหม? ก็ทำได้ แต่ไม่แนะนำ สิ่งที่ควรจะเป็นคือ 1 หน้า โฟกัสเพียง 1 Keyword หลักเท่านั้น

ในการวางแผน Keyword สามารถทำประกอบไปกับการวางแผนโครงสร้างหน้าเว็บไซต์ด้วย ยกตัวอย่างตาม Chart ด้านบน หน้าแรกของเว็บไซต์อาจโฟกัสที่คำว่า “คอนโด Low Rise กรุงเทพ” เป็น Primary Keyword ส่วนหน้าต่อไปก็แตกออกมาจากหน้า Home โดยแบ่งตามสถานที่ เช่น แตกออกมาเป็น 3 หน้า แต่ละหน้าโฟกัสที่คำว่า”คอนโด Low Rose จตุจักร” “คอนโด Low Rise ลาดพร้าว” “คอนโด Low Rise ติด BTS” เป็นต้น จากนั้นก็แยกหน้าออกมาจากแต่ละสถานที่ไปอีก เป็นชื่อคอนโด หรือชื่อโครงการที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ

ยังมีอีกหลายปัจจัยในการทำ SEO ให้สำเร็จ แต่เรื่องการวางแผน Keyword ถือว่าเป็นหัวใจ และเป็น Foundation ของการทำ Search Engine Marketing ในรูปแบบ SEO ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน


รับทำ SEO 


หลักการในการทำ Content Marketing กับ 3 ขั้นตอน ง่าย ๆ

หลักการในการทำ Content Marketing กับ 3 ขั้นตอน ง่าย ๆ


หลักการในการทำ Content Marketing การตลาด ออนไลน์ กับ 3 ขั้นตอน ง่าย ๆ  ใครเคยเจอปัญหาเหล่านี้ไหม คิดหัวข้อเขียนไม่ออกหรือเขียนไปเขียนมาเริ่มหมดมุขหรือที่ร้ายสุด เขียนแล้วนิ่งไม่มีคนกด Like/Share งั้นลองอ่าน 3 หลักการง่ายๆที่อาจช่วยคุณได้ แน่นอนค่ะไม่ได้ช่วยฝีมือการเขียนให้คุณแต่ช่วยให้คุณหยิบหัวเขียนได้ดีขึ้น อันนี้มั่นใจ

หลายๆคนที่มีธุรกิจของตัวเอง และกำลังเริ่มทำแผนการตลาดให้มีความดิจิตัลมากขึ้นเชื่อว่า Content Marketing คือหนึ่งในคำตอบแน่นอน แต่ติดอยู่นิ๊ดเดียว ตรงที่ “ ไม่รู้จะเขียนอะไรดีนะสิ” ถูกค่ะ ส่วนตัวก็เจอปัญหานี้บ่อยๆ ไม่รอช้าค่ะ เอาตัวเองไปนั่งเรียนคลาส Digital Marketing ของมหาลัยดังแห่งหนึ่ง วันนี้เลยถือโอกาสแชร์เผื่อใครกำลังเจอคำถามนี้เหมือนกัน 🙂
Content Marketing แปลตรงตัวเลยค่ะ คือการทำการตลาดด้วยเนื้อหา สิ่งที่ยากคือ เนื้อหาอะไรดีล่ะ

จำหลักการง่ายๆ Content Marketing ที่ดีต้อง “valuable” “relevant” “consistent” 1. Valuable : เน้นว่ามีคุณค่าต่อลูกค้าเป็นหลัก ไม่ใช่ต่อบริษัทนะคะ หลายคนพอเป็นคอนเทนต์ที่มีคุณค่าต่อบริษัท จะกลายเป็น “Hard Sell” ตลอดเวลา ความน่าสนใจของเนื้อหาก็ลดลงเป็นปกติค่ะ

2.Relevant : จะเกี่ยวข้องกับกลุ่มลูกค้าหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าของเราก็ได้ อยู่ที่การตีความเป็นหลักเช่น จากตัวอย่างมองว่ากลุ่มลูกค้าหลักคือผู้หญิงที่รักสุขภาพ เพราะฉะนั้นมีโอกาสที่จะทำอาหารเองมากกว่าซื้อสำเร็จรูป ดังนั้นจึงการทำคอนเทนต์ “เมนูง่ายๆจากผักออแกนิค” จะตอบโจทย์ได้ดี

3. Consistent : ผลิตคอนเทนต์ออกมาอย่างสม่ำเสมอ แต่ละคอนเทนต์ต้องมีความสอดคล้องกัน ไม่ว่าจะภาษาที่ใช้ หัวเรื่องที่เขียนไม่หลุดสโคป เช่น หากคุณขายปลาสวยงาม วันดีคืนดีไปแชร์วิดีโอหมา ไม่ผิดหากทำไม่บ่อยแต่หากเกิน30% ของคอนเทนต์ ลูกค้าจะเริ่มงงว่าสรุปสินค้าคุณคืออะไร
หากคุณเลือกใช้ content marketing เป็นเทคนิคหนึ่งในการทำการตลาด ขอให้มั่นใจว่าคุณมีเวลาในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ๆออกมาอย่างสม่ำเสมอจริงๆ หากทำได้เป็นครั้งเป็นคราว ไม่แนะให้ทำ เพราะสุดท้ายแล้วบทความนั้นจะจมหายไปพร้อมฐานคนอ่าน คอนเทนต์คือสื่อหนึ่งที่ทำให้เราใกล้ชิดลูกค้ามากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น และหากคอนเทนต์คุณดีจริง คนอ่านนี่แหละจะช่วยแชร์ออกไปเป็นกระบอกเสียงให้คุณนั่นเอง


รับทำ marketing 


Review drama tv Saving My Stupid Youth {Gomen ne Seishun}

Review drama tv Saving My Stupid Youth {Gomen ne Seishun}

Saving My Stupid Youth

Gomen ne Seishun! (ごめんね青春!), also known as Saving My Stupid Youth , is a Japanese television drama written by Kankuro Kudo.

The series was broadcast by TBS from 12 October to 21 December 2014.

Heisuke Hara (Ryo Nishikido) teaches at his alma mater, an all-boys Buddhist high school, while being tormented with guilt by an act of misdemeanor from his high school days.

Events unfold as the school plans to merge with an all-girls Catholic high school due to dwindling enrolment, and Heisuke’s homeroom class was chosen to be merged with a class headed by Risa Hachiya (Hikari Mitsushima) as an experiment.

Heisuke Hara (Ryo Nishikido) works as a teacher at an all boys high school in Shizuoka Prefecture. 15 years ago he had an unfortunate accident which made his life go crazy. He has since become obsessed with his hometown and the school where he graduated from.

Due to declining enrollment at the all boys high school where Heisuke Hara works, the school plans to merge with an all girls high school next year.

Prior to the merger of the schools, a culture festival is held for the students from the two schools.

Heisuke Hara struggles to make the culture festival a success.

Also known as Saving My Stupid Youth
Genre Drama, comedy
Written by Kankuro Kudo
Directed by Daisuke Yamamuro
Fuminori Kaneko
Ryosuke Fukuda
Starring Ryo Nishikido
Hikari Mitsushima
Opening theme Ittajanaika by Kanjani Eight
Country of origin Japan
Original language Japanese
No. of episodes 10


ดูหนังออนไลน์ Saving My Stupid Youth