keyboard_arrow_right
keyboard_arrow_right
หนัง Pokemon: Detective Pikachu – โปเกมอน ยอดนักสืบพิคาชู
ภาพยนตร์

หนัง Pokemon: Detective Pikachu – โปเกมอน ยอดนักสืบพิคาชู

รีวิวอนิเมชั่นการตูนสุดดังที่โดนใจวัยเด็กหลายๆคน Pokemon: Detective Pikachu ทิม (จัสติซ สมิธ) หนุ่มนักประกันจำต้องเดินทางสู่ไรม์ซิตี้หลังได้ัรับข่าวอุบัติเหตุของพ่อ จนได้พบกับ Pikachu (พากย์โดย ไรอัน เรย์โนลด์) โปเกมอนประจำตัวของพ่อ และลูซี่ (แคธรีน นิวตั้น) นักข่าวสาวไฟแรง พวกเขาแท้็กทีมออกตามล่าหาความจริงเกี่ยวกับการทดลองดัดแปลงพันธุกรรมโปเกมอนที่สั่นคลอนสันติสุขระหว่างมนุษย์กับเหล่าโปเกมอน ที่สำคัญเกมตามล่าความจริงครั้งนี้ยังมีชีวิตของพ่อทิมเป็นเดิมพัน

จากมันสมองของ ซะโตชิ ทะจิริ ประธานบริษัทโปเกมอน ที่ให้กำเนิดโปเกมอน หรือ พ็อคเกตมอนสเตอร์ ตั้งแต่รูปแบบเกมบอยเมื่อปี 1996 จนแตกหน่อต่อยอดกลายเป็นทั้งมังงะ อนิเมะซีรีส์ การ์ดเกม ฯลฯ จนถือเป็นคอนเทนต์ที่ทำรายได้ให้ นินเทนโด ได้เป็นอันดับสองรองจาก มาริโอ และคาแรกเตอร์หมื่นล้านประจำเกมอย่างเจ้า พิคาชู มอนสเตอร์สีเหลืองที่รูปร่างคล้ายกระรอกผสมแมวก็ระบาดสร้างความคลั่งไคล้ไปทั่วโลกดังจะเห็นได้จากสินค้าที่ซื้อสิทธิเมอร์แชนไดส์มากมาย จนสามารถมีเกมของตัวเองในชื่อ Detective พิคาชู วางขายเมื่อปี 2016 ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามและได้กลายเป็นต้นธารให้กับหนัง Pokemon Detective พิคาชู ฉบับนี้อีกด้วย

ตัวหนังได้ ร็อบ เลตเทอร์แมน ซึ่งผลงานทั้งอนิเมชั่นดังอย่าง Shark Tales (2004) และ Monsters vs. Aliens (2009) และหนังไลฟ์แอ็คชั่นสุดฮิตอย่าง Goosebumps (2015) มากุมบังเหียน ซึ่งดูจากชื่อก็น่าจะพอเชื่อมือได้ว่าจะถ่ายทอดโลกแฟนตาซีออกมาได้น่าตื่นตาตื่นใจแน่นอน ซึ่งผลลัพธ์ก็ไม่ผิดจากที่คาดหวังนัก คือต้องยอมรับว่า ร็อบ ให้ทุกอย่างที่คนดูอยากเห็นโดยเฉพาะเหล่า พ็อคเกตมอนสเตอร์ ที่ถอดแบบมาจากเกมและสื่อต่างๆในจักรวาลโปเกมอนชนิดที่ว่าเห็นหน้าปุ๊บเหล่าเทรนเนอร์มีกรี๊ดแน่นอน ยิ่งได้กระแสจากเกม Pokemon Go! เกม AR ที่ฮิตระเบิดสร้างปรากฎการณ์คนเดินตกท่อ-รถหวิดประสานงาทั่วโลกเมื่อ2-3 ปีก่อนด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้โลกของโปเกมอนใกล้ชิดกับเหล่าเกมเมอร์มากขึ้น และก็เหล่าคาแรกเตอร์สุดน่ารักของโปเกมอนนี่แหละคือข้อดีหลักซึ่งก็กลายเป็นว่าตัวหนังทำออกมาดูเด็กน้อยมากๆ จนอาจให้คะแนนความเด็กน้อยทะลุปรอทยิ่งกว่าอนิเมะซีรีส์เสียอีก

แต่กระนั้นมันก็กลายเป็นดาบสองคมอยู่เหมือนกัน พอหนังจะต้องเอาใจแฟนๆโปเกมอน เพราะไหนจะต้องเช็คว่าใส่โปเกมอนดังๆมาครบหรือยัง มีฉากจับโปเกมอนมั้ยตามเช็คลิสต์แล้ว ทีมเขียนบทยังพยายามเพิ่มปมดราม่าพ่อลูกระหว่างทิมกับพ่อที่ไม่ค่อยได้เห็นหน้ากันเข้ามาก็ยิ่งทำให้ตรรกะของเรื่องราวยิ่งปั่นป่วนโดยเฉพาะแรงจูงใจที่ทิมจะไปตามหาพ่อร่วมกับ พิคาชู ที่ทำตัวเองประสาทกินตั้งแต่แรกพบก็ทำให้เราเชื่อได้ยากว่าตาทิมแกจะยอมตามน้ำไปกับพิคาชูตัวเหลือง ทั้งอาการแพนิคกับการที่ตัวเองพูดกับพิคาชูรู้เรื่องหรือการที่ตัวเองมีปมกับโปเกมอนตั้งแต่เด็ก ซึ่งจุดนี้หนังใช้แฟลชแบ็คบ่อยมากแต่คนดูกลับไม่ได้รับความกระจ่างนักว่าตกลงทิมเกลียดพ่อมั้ย หรือความจริงแล้วโปเกมอนมีความสำคัญยังไงกับความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกคู่นี้ เพราะหนังต้องเอาเวลาไปให้เราพบกับเหล่าโปเกมอนต่างๆที่มาป่วนจอให้คอยกรี๊ดกร๊าดกัน เลยกลายเป็นว่าบทหนังไม่สามารถทำให้เรื่องราวดราม่าพ่อลูกกลมกลืนไปกับโลกของโปเกมอนได้อย่างแนบเนียนนัก อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *