keyboard_arrow_right
keyboard_arrow_right
รีวิว Never Gone (2016) ความรักบนความ แตกต่าง นักแสดงนำ หลิวอี้เฟย
ภาพยนตร์

รีวิว Never Gone (2016) ความรักบนความ แตกต่าง นักแสดงนำ หลิวอี้เฟย

Never Gone (2016) ความรักบนความ แตกต่าง ซู่ยุนจิ่น (หลิวอี้เฟย)สาวน้อยบ้านนา เด็กต่างจังหวัดที่ทางบ้านฐานะไม่สู้ดีนัก แถมในตอนนี้คนเป็นพ่อยังมาป่วยหนัก แต่เพื่ออนาคตครอบครัวเธอก็อยากให้ลูกได้เรียนโรงเรียนดีๆ เพระาความ แตกต่าง จึงตัดสินใจส่งเข้ามาเรียนในเมือง การเข้ามาเรียนในโรงเรียนที่มีแต่ลูกคุณหนูแบบนี้ ทำให้ ยุนจิ่น มี มู่ยุนฮา ที่ทางบ้านของทั้งคู่เหมือนกัน จึงพอจะคบเป็นเพื่อนได้  แต่ตัวป่วนที่เข้ามาทำให้ชีวิตของเธอวุ่นวายกลับเป็น เฉิงเจิ้ง ทายาทนักธุรกิจรูปหล่อ ที่คอยกวนใจเธอเสมอ ทว่าในมุมร้ายเขาก็มีด้านดีเมื่อ เฉิงเจิ้ง (คริส วู) คนนี้ที่กลายเป็นติวเตอร์ ที่ทำให้เด็กหัวทึบอย่างเธอผลการเรียนดีขึ้นมา เลยกลายเป็นว่ามุมมองต่อ เฉิงเจิ้ง ของเธอจึงได้เปลี่ยนไป

เพียงแต่ว่าสาวน้อยบ้านนอกจนๆอย่างเธอ คงไม่ใช่ซินเดอเรล่าที่จะมีเจ้าชายมาออกตามหา ยุนจิ่น จึงพยายามเว้นระยะห่าง ความสัมพันธ์ของเธอและ เฉิงเจิ้ง เอาไว้ไม่ให้มันไกลไปมากกว่านี้ จนกระทั่งในวันนี้ทั้งสองคนเรียนจบมัธยมแล้ว เฉิงเจิ้ง ตัดสินใจชวน ยุนจิ่น ไปเรียนที่ปักกิ่งในมหาลัยเดียวกัน กลับไม่มีคำตอบจากเธอ แต่เป็นการจูบหนึ่งครั้งที่ฝ่ายชายเข้าใจว่ามันคือคำตกลง แต่สำหรับ ยุนจิ่น นั่นคือจูบลา

สาเหตุอย่างหนึ่งที่ละครไทยหลายเรื่อง ได้รับความนิยมในจีน แล้วก็ละครจีนหลายเรื่อง ก็ได้รับความนิยมในบ้านเรา คงเพราะรสนิยมการเสพเนื้อหาที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันนี่แหละ เพราะเอาจริงพล็อต บางอย่างหรือการดำเนินเรื่องในบางสถานการณ์ เราอาจจะเคยเห็นในซีรี่ย์จากที่อื่นบ้าง แต่โดยภาพรวมยังถือว่าน้อยกว่าละครไทยกับจีนเยอะ ไม่ว่าจะพล็อตความรักต่างชนชั้น ฐานะ หรือการสร้างความเข้าใจผิด พ่อแง่แม่งอน เกินพอดี ให้กับตัวละครจนเกิดเรื่องราวมากมาย ซึ่งสถานการณ์แบบนี้เรียกได้ว่าเป็นลายเซ็นของละครไทยกับละครจีนเลยล่ะ

ในแง่นึงมันก็ดึงอารมณ์ร่วมของคนดูได้ดีนะ กับพล็อตแบบนี้แต่พออายุมากขึ้น ส่วนตัวยอมรับว่ามีลำไยบ้างเหมือนกัน หากมันเยอะเกินไป กับเรื่อง So Young 2: Never Gone (2016) นี้นั้น สาเหตุที่เรื่องราวของคู่พระนางไม่ลงตัวกันซักที ก็มีอยู่เพียงแค่เหตุผลเดียวเลย ก็คือความไม่เข้าใจ เพราะหนังทั้งเรื่องแทบจะไม่มีตัวแปรอื่นเลย ตัวละคร เฉิงเจิ้ง นั้นชัดเจนเลยว่ารัก ยุนจิ่น และพยายามทำทุกทางเพื่อได้อยู่กับเธอ

แต่ความต่างเรื่องฐานะ ทำให้ฝ่ายหญิงกลับไม่คิดว่า ความสัมพันธ์มันจะไปกันรอด เลยตัดสินใจถอยออกมาเอง ก็เลยมีกำแพงขึ้นมากั้นระหว่างทั้งสองคนเอาไว้ เพราะเมื่อถึงจุดที่ทั้งสองคนตัดสินใจคบกัน ฝ่าย ยุนจิ่น ก็ไม่ได้เปิดใจยอมรับเรื่องฐานะที่แตกต่างกัน และพยายามที่จะไม่รับความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย ส่วน เฉิงเจิ้ง นั้นพออีกฝ่ายมีกำแพงไม่ได้เปิดใจให้ทั้งหมด เขาเองกลับเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้รักเขาจริงๆ เมื่อเกิดสถานการณ์ความเข้าใจผิดมาเป็นตัวกระตุ้น แล้วสุดท้ายไม่ได้เปิดใจคุยกัน ความสัมพันธ์มันเลยเป็นไปอย่างไม่ราบรื่น สงบสุข อย่างที่ ยุนจิ่น ฝันอย่างจะมีชีวิตที่เรียบง่าย

ถามว่าระดับสถานการณ์ความไม่เข้าใจกัน พ่อแง่แม่งอน ของหนังเรื่องนี้อยู่ในระดับไหน ส่วนตัวยังถือว่ารับได้นะ ยังไม่ถึงกับรู้สึกลำไย เพราะด้วยปูมหลังของตัวละคร ก็พอจะเข้าใจเหตุผลได้ ที่สำคัญไม่ได้มีบทความน้ำเน่า แบบทางบ้านกีดกันกลั่นแกล้งแบ่งชนชั้น อะไรขนาดนั้นด้วยแหละ เทียบกับ For Love or Money เรื่องก่อนหน้านี้ของ หลิวอี้เฟยกับเรน ที่เป็นรักต่างชนชั้นคล้ายกัน ส่วนตัวโอเคกับสถานการณ์ใน So Young 2: Never Gone (2016) เรื่องนี้มากกว่านะ

ในแง่ความสนุกช่วงแรกๆของหนัง เหมือนจะพยายามใส่ คอมเมดี้ ลงมาด้วย กับพยายามทำออกมา ให้เป็นหนังรักย้อนวัย แต่พอประสบการณ์ที่คู่พระนางใช้ร่วมกันในวัยเรียน มันไม่ได้ให้ความรู้สึกรำลึกวันวานแบบหนังย้อนวัย เลยมองว่าเรื่องนี้เป็นหนัง ดราม่า รักโรแมนติก เท่านั้น ไม่ได้มีอารมณ์แบบเดียวกับ You are the apple of my eye , My Old Classmate หรือ Our Time ที่ให้ความรู้สึกรำลึกความหลังรักแรกในวัยเรียนมากกว่า อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *