keyboard_arrow_right
keyboard_arrow_right
รีวิว Flower of Evil – ดอกไม้เเห่งความชั่วร้าย ผู้กำกับมากฝีมือ คิมชอลกยู
Uncategorized

รีวิว Flower of Evil – ดอกไม้เเห่งความชั่วร้าย ผู้กำกับมากฝีมือ คิมชอลกยู

รีวิว Flower of Evil - ดอกไม้เเห่งความชั่วร้าย

รีวิว Flower of Evil – ดอกไม้เเห่งความชั่วร้าย หลังจากประสบความสำเร็จจาก It’s Okay to Not Be Okay เป็นอย่างมาก ในวันที่ 30 กรกฏาคมนี้ TVN ก็ปล่อยซีรีส์เรื่องใหม่อย่างเรื่อง Flower Of Evil ออกมาตอกย้ำความปังกันอีกระลอกหนึ่ง ซีรีส์เรื่องนี้ได้ผู้กำกับมากฝีมือ คิมชอลกยู เจ้าของผลงานซีรีส์ Chicago Typewriter, Confession และ Mother มาควบคุมการสร้าง และยังเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง อีจุนกิ และ มุนแชวอน อีกครั้ง

เรื่องย่อ

แบคฮีซองและชาจีวอนแต่งงานกันมาแล้ว 14 ปี วันหนึ่ง ชาจีวอนได้ไปพัวพันกับเรื่องราวลึกลับที่ทำให้ต้องสงสัยว่าหรือจริง ๆ แล้วสามีสุดที่รักของเธอเองจะเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ยิ่งเธอสงสัยในตัวสามีเท่าไร เธอก็ยิ่งอยากสืบค้นหาความจริงมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อชาจีวอนได้เห็นด้านอีกด้านที่ไม่เคยเห็นของสามีผู้น่ารัก เรื่องราวความรักของเธอกับเขาก็แปรเปลี่ยนการเป็นเรื่องราวความน่าสะพรึง ยิ่งสืบค้นเรื่องราวเท่าไรก็ยิ่งสูญเสียมากขึ้นเท่านั้น แบคฮีซองมีประวัติความเป็นมาอย่างไรกันแน่ แล้วชาจีวอนจะได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของสามีเธอหรือเปล่า

หลังจากประสบความสำเร็จจาก It’s Okay to Not Be Okay เป็นอย่างมาก ในวันที่ 30 กรกฏาคมนี้ TVN ก็ปล่อยซีรีส์เรื่องใหม่อย่างเรื่อง Flower Of Evil ออกมาตอกย้ำความปังกันอีกระลอกหนึ่ง ซีรีส์เรื่องนี้ได้ผู้กำกับมากฝีมือ คิมชอลกยู เจ้าของผลงานซีรีส์ Chicago Typewriter, Confession และ Mother มาควบคุมการสร้าง และยังเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง อีจุนกิ และ มุนแชวอน อีกครั้ง ซึ่งทั้งสองนั้นเคยร่วมกันมาแล้วในซีรีส์รีเมค Criminal Minds ในปี 2017

เนื้อเรื่อง

เล่าเรื่องของครอบครัวแสนอบอุ่นของ แบคฮีซอง (รับบทโดย อีจุนกิ) ช่างโลหะฝีมือดีที่มีสตูดิโอเป็นของตัวเอง ภรรยาของเขาคือ ชาจีวอน (รับบทโดย มุนแชวอน) สายสืบหญิงแกร่งที่มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่เคยละเลยหน้าที่ของภรรยาและแม่ที่ดี พวกเขามี แบคอึนฮา ลูกสาวตัวน้อยเป็นพยานรักและเติมเต็มให้มีชีวิตครอบครัวที่เกือบจะสมบูรณ์พร้อม

ที่ว่าเกือบจะสมบูรณ์ เพราะแบคฮีซองมีบางอย่างที่พยายามปิดบังทุกคนเอาไว้ เนื้อเรื่องปูทางให้เราเริ่มตั้งข้อสงสัยกับเขาตั้งแต่ที่ชายหนุ่มผู้สุภาพอ่อนโยนมีภารกิจต้องฝึกแสดงสีหน้า ทั้งการยิ้ม หัวเราะ และใบหน้าของความเห็นใจ ที่หน้ากระจกในทุกๆ วัน

เพื่อปิดบังใบหน้าแสนเรียบเฉยและเย็นชาที่ซ่อนอยู่ภายในของเขา ถ้ารอยยิ้มที่เขาส่งมาทุกวันไม่ใช่ความรู้สึกที่แท้จริง ไหนจะความสัมพันธ์กับพ่อแม่ที่ดูไม่ค่อยสนิทสนมกันเท่าที่ควร แล้วความจริงที่เขาพยายามซ่อนเอาไว้คืออะไรกันแน่

ในอีกมุมหนึ่ง เกิดเหตุฆาตกรรมที่ฆาตกรลอกเลียนแบบคดีดังเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน เป็นการฆ่าแบบทารุณเหยื่อจนวินาทีสุดท้ายและเกิดต่อเนื่องอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง จึงร้อนไปถึงชาจีวอนที่ได้รับมอบหมายมาทำคดีนี้ ด้วยความที่เธอมักมุ่งมั่นและทุ่มสุดตัวเพื่อไขคดี เธอจึงค่อยๆ เอาตัวเองไปใกล้กับคนร้าย และอาจจะใกล้มากเสียจนเป็นคนข้างกายที่เธอรู้จักมากว่า 14 ปีก็ได้

ด้วยหลักฐานและพยานในเหตุการณ์ชี้ไปว่าคนร้ายในคดีฆาตกรรมล่าสุดอาจจะเป็น โทฮยอนซู ลูกชายของฆาตกร โทมินซอก ผู้ล่วงลับ ยิ่งสืบลึกลงไป ตัวตนของโทฮยอนซูก็ยิ่งน่าสงสัยมากขึ้น เพราะไม่มีใครได้พบเขามากกว่า 20 ปี ไม่มีใครรู้ว่าเขายังอยู่หรือว่าตาย มีเพียงหลักฐานที่ค่อยๆ ชี้ว่าเขานี่แหละคือฆาตกรที่โผล่มาก่อเหตุฆาตกรรมโหดอีกครั้ง

เล่นกับการเปิดปมแบบ ปมซ่อนปม

เรื่องนี้เดินเรื่องรวดเร็วและเปิดมาก่อนเลยว่า พระเอกอาจจะเป็นฆาตกรที่ฆ่าหัวหน้าหมู่บ้านตาย และเป็นลูกชายของฆาตกรต่อเนื่องที่ตำรวจกำลังตามหา แอบซ่อนตัวอยู่ในชื่อคนอื่น แถมยังเป็น ไซโคพาธ (psychopaths) เป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder)

ต้องศึกษาดูหนังฟรีการแสดงสีหน้าในอารมณ์ ความรู้สึกแบบต่าง ๆ ต้องฝึกยิ้มที่หน้ากระจกเพื่อให้ตัวเองสามารถแสดงสีหน้าได้เหมือนคนอื่น ๆ ฉากนี้สร้างความหลอนได้ 1 ระดับเลยทีเดียว

เชื่อว่าซีรีส์ต้องหลอกให้เราสงสัยในตัวพระเอก ไม่นะ อีจุนกิจะเป็นฆาตกรไม่ได้นะ ไอ้เรื่อง ไซโคพาธ (psychopaths) น่ะฮีเป็นแน่ ๆ เพราะเห็น ๆ กันอยู่ แต่ไอ้ที่ไม่เห็นก็คือปมที่ซ่อนอยู่ในปมอีกที ไหนจะปมเรื่องพ่อ ปมความผิดในอดีตและเป็นปมที่พระเอกก็อมพะนำไม่บอกใคร ฆ่าคนตายมาจริงรึเปล่าก็ไม่รู้

แต่ก็ทำทีเหมือนจะเป็นเรื่องจริง เพราะความจิตในแต่ละตอนที่แสดงออกมามันก็น่าเชื่อถือซะด้วยสิ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่จับ คิมมูจิน (ซอฮยอนอู) นักข่าวที่เป็นเพื่อนเก่ามาทรมาน หรือแม้แต่ตอนที่สอนลูกสาวให้ขอโทษเพื่อนทั้ง ๆ ที่ลูกไม่ผิดว่า

“ถ้าเราทำชื่อเสียงให้ดี หากเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นมาก็จะไม่มีใครสงสัยลูก แต่ถ้าลูกมีชื่อเสียงไม่ดีคนก็จะสงสัยลูกก่อน”
อีกปมหนึ่งที่ซีรีส์หนังออนไลน์สร้างความสงสัยเอาไว้อีกก็คือ ครอบครัวจำแลงของพระเอก พ่อที่เป็นเจ้าของโรงพยาบาล กับ แม่ที่เป็นเภสัชกร มีความลับอะไรซ่อนอยู่ ทำไมถึงรับพระเอกมาเป็นลูก ครอบครัวนี้ทำอะไรเลวร้ายมาบ้างไหม ในฉากที่พระเอกไม่ต้องการให้นางเอกมาสนิทสนมกับแม่ตัวเอง

ฉากที่แม่ตั้งแง่และทำตัวไม่เป็นมิตรกับลูกสะใภ้และหลานตัวน้อย ที่ช่างเย็นชาและผิดวิสัยของคนเป็นหมอที่ควรจะอบอุ่นอ่อนโยน คำพูดบางคำที่พ่อพูดกับลูกชาย บ่งบอกถึงความมืดดำที่เก็บซ่อนเอาไว้และไม่อยากให้ใครรู้ ตอนนี้ซีรีส์ค่อย ๆ เผยมาทีละนิด แต่ก็ยังไม่เปิดทั้งหมด

แถมยังมีปมใหม่ที่เกี่ยวกับ โดแฮซู (จางฮีจิน) พี่สาวของพระเอกที่เป็นช่างแต่งหน้าเอฟเฟกต์โผล่เข้ามาอีก ซึ่งทำท่าว่าจะเป็นอีกตัวละครหนึ่งที่รู้ความลับเมื่อ 18 ปีที่แล้วเป็นอย่างดี ก็เท่ากับว่ายังคงไม่รู้อยู่ดีแถมยังมีตัวละครใหม่ ๆ โผล่มาเรื่อย ๆ เข้าไปอีก แล้วพระเอกนี่ก็ช่างมีเรื่องเข้าไปพัวพันกับคดีที่นางเอกทำอยู่ จากที่แอบ ๆ เอาไว้ได้ตั้งเป็นสิบปี จะหลุดโป๊ะก็คราวนี้แหละคุณเอ๊ย

ปัญหาเรื่องการเลี้ยงดูลูก

อีกประเด็นที่ Flower of Evil หยิบมาเล่าแล้วกระทบใจเราเป็นพิเศษ คือปัญหาเรื่องการเลี้ยงดูลูกของพ่อแม่ ในเรื่องมีตัวอย่างของครอบครัวหลายแบบที่แสดงวิธีการฟูมฟักให้เด็กคนหนึ่งเติบโตมาในแบบของตัวเอง บ้างพยายามถ่ายทอดความคิด ความชอบ หรือขีดเส้นทางชีวิตให้เด็ก

แต่สิ่งหนึ่งที่ครอบครัวของตัวละครในเรื่องมักปฏิบัติกับลูก คือการสร้างความคาดหวังและอยากให้ลูกมีชีวิตที่เป็นไปตามความหวังนั้นๆ ซึ่งบางครั้งก็อาจจะมากเกินไป หรือไม่ใช่การมีชีวิตอย่างที่คนปกติจะเป็น ถ้าจะเรียกว่าเป็นการที่ “พ่อแม่รังแกฉัน” ก็คงจะไม่ได้ผิดความหมายไปเท่าใดนัก

เล่นกับความลับและความจริง

ซีรีส์เปิดออกมาเป็น เมโลดราม่า-ทริลเลอร์ สืบสวนสอบสวน ซึ่งโครงเรื่องก็เดาทางไม่ยากสักเท่าไหร่ แต่จุดที่น่าสนใจคือซีรีส์จะซ่อนปมแต่ละปมไว้ตรงไหนให้น่าติดตามอีก ซึ่งใน 4Ep ที่ผ่านมาถือว่าทำได้น่าติดตามเอามาก ๆ มีจุดแอ๊ะ มีจุดลุ้นให้หวาดเสียวเกือบตลอดทั้งเรื่อง

ส่วนใหญ่แล้วซีรีส์แนวนี้มักจะนำเสนอแบบคดีซ้อนคดี ในแต่ละ Ep จะมีคดีอื่น ๆ แทรกเข้ามาให้ต้องสืบเสาะโดยมีคดีที่เป็นเมนหลักของเรื่องคุลมโทนอยู่ตลอดเวลา เรื่องนี้ก็เหมือนกัน แต่คดีในแต่ละตอนไม่ได้ไปรบกวนคดีหลัก หากแต่ผสมผสานเชื่อมโยงกันจนน่าติดตามมากยิ่งขึ้นไปซะอีก

ทำให้เห็นความเก่งและความช่างสังเกตของตัวนางเอก ที่แต่ละคดีที่ผ่านมาถ้าไม่ได้สายสืบชาจีวอนแล้วละก็ คดีต่าง ๆ คงต้องพายเรือในอ่างไม่รู้ทิศอย่างแน่นอน ความเก่งในจุดนี้ก็สร้างความสงสัยให้คนดูอยู่มากพอสมควรตรงที่ ถ้าชาจีวอนจะเป็นสายสืบที่รอบคอบได้ขนาดนี้ เหตุไฉนถึงไม่เอะใจในแบคฮีซอง สามีของตัวเองที่นอนอยู่ข้าง ๆ มาถึง 14 ปีเลยล่ะ

ซีรีส์ก็แก้เกมตรงนี้ให้จำนนได้อีกว่า เพราะแบคฮีซองเป็นแบคฮีซองได้อย่างแนบเนียน ฮีฝึกมาแล้วและรอบคอบตรงจุดนี้อยู่มาก ๆ งานนี้ต้องปรบมือให้กับอีจุนกิ ที่เคี้ยวบทนี้ได้อย่างละเอียดกับตาคนดูซะอีกด้วย เป็นสามีที่ก็น่ารัก เป็นพ่อก็อบอุ่น พอเป็นตัวเองแบบเต็ม ๆ ก็น่ากลัวเข้าไปอีก

ในบทแบคฮีซองจะเป็นคนที่อยู่กับความเครียด เป็นคนเย็นชา ไร้หัวใจ มีความลับที่เลวร้ายในอดีต แต่ในขณะเดียวกันต้องทำตัวให้มีภาพลักษณ์ที่อบอุ่น เพื่อซ่อนตัวจากอดีตที่ผ่านมา แต่เมื่อคดีเมื่อ 18 ปีที่แล้วกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง

แบคฮีซองจะตบตาภรรรยาอย่างสายสืบชาจีวอนได้นานสักแค่ไหน ก็ต้องตามดูตอนต่อไปว่าซีรีส์จะเล่น ๆ หลอก ๆ เราไปในทางไหน ซึ่ง ep4 ที่ผ่านมา ทำเอาร้องว้ายในวินาทีสุดท้ายไปซะแล้ว กลัวพระเอกโดนจับได้ บอกตรง ๆ เพราะโป๊ะแตกคามือกันเห็น ๆ

รีวิว Flower of Evilรีวิว Flower of Evil
เล่นกับแสงสีและเวลา

เรื่องนี้มีการแฟลชแบ็กเป็นระยะ ๆ แต่ไม่ได้คลี่คลายอะไรเลย เป็นแฟลชแบ็กที่สร้างความสงสัยเข้าไปอีกว่าอะไรกันแน่ อะไรกันจ๊ะ เราไม่สามารถตัดข้อที่พระเอกอาจเป็นฆาตกรไปได้ แล้วก็ไม่สามารถปักใจเชื่อได้ในเวลาเดียวกัน

การที่พระเอกปล่อยตัวนักข่าวไม่ทำร้ายจนตาย การที่พระเอกแสดงความเป็นห่วงต่อภรรยาในฉากที่เกิดการปะทะ มันก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ความรักละลายหัวใจฆาตกรคนหนึ่งได้ ถ้าเขาเป็นฆาตกรจริง ๆ คือมันชักจะยังไง ๆ กันอยู่ เกมอาจจะพลิกที่พระเอกโดนใส่ร้ายก็เป็นได้

การจัดแสงในเรื่องนี้ถือว่าเป๊ะปัง จนต้องพอสเอาไว้เพื่อดูแสงในบางตอนบางมุม สีหน้าที่ยิ้มแย้มของพระเอกที่ขัดกับแววตาจืดชืดบวกกับแสงเหงา ๆ ตึง ๆ ในห้องทำงาน ส่งบุคลิกให้น่ากลัวมากกว่าน่ากอดเข้าไปอีก บรรยากาศที่ควรจะหวานแหวนมันไม่ได้หวานเอาซะเลย

กลายเป็นลึกลับและเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ตัดอารมณ์ด้วยการแคปหน้าพระเอกที่ยิ้มแฉ่ง นางเอกไม่รู้ แต่คนดูรู้ว่าฮีปลอม ถือว่าซีรีส์คลุมโทนในแต่ละฉากได้ดี จนทำให้เราคล้อยตามได้ง่าย ๆ จนรู้สึกตามได้ว่า พระเอกน่าสงสารมากกว่าน่ากลัวไปแล้วนะ

 

 

ufabet 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *