keyboard_arrow_right
keyboard_arrow_right
รีวิว A Series Of Unfortunate Events SS3 ความโชคร้ายของสามพี่น้อง
Uncategorized

รีวิว A Series Of Unfortunate Events SS3 ความโชคร้ายของสามพี่น้อง

รีวิว A Series Of Unfortunate Events SS3 ความโชคร้ายของสามพี่น้อง

รีวิว A Series Of Unfortunate Events SS3 ในที่สุด ” อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย ” ก็เดินทางเข้าสู่ บทสรุปความโชคร้าย ของสามพี่น้องโบดแลร์ กับการเล่าเรื่องราวได้เข้มข้นมากในซีซันนี้ ที่ให้เราได้รับชมแต่ความกระชับและอัดแน่นเนื้อหาต่าง ๆ ซึ่งไม่มีช่วงให้เบื่อเลยตลอดทั้ง 7 ตอน รวมทั้งยังสานต่อความลื่นไหลจากการสานต่อเรื่องราวในซีซันก่อนได้เป็นอย่างดี และมา ไขปริศนา ค้างคาที่ยังแก้ไม่ได้จากซีซันก่อนให้เราได้กระจ่าง

เรื่องย่อ และแล้วเรื่องราวความโชคร้ายของพี่น้องโบเดอแลร์ก็ดำเนินมาถึงบทสุดท้ายหลังผจญวิบากกรรมต่างๆนานาจาก เคาต์โอลาฟ (นีล แพตทริค แฮริส) จนได้เดินทางมาถึงยังหน้าผาวิปโยคที่ทำให้ ไวโอเล็ต (มาลีนา ไวส์แมน) เคลาส์ (หลุยส์ ไฮนส์)

และซันนี่ (เพรสลีย์ สมิธ) ต้องหาคำตอบถึงเบื้องหลังการก่อตั้งองค์กร วฟด. ที่เกี่ยวพันถึงอดีตของพ่อและแม่ รวมถึงการต้องหา “โถใส่น้ำตาล” ที่อาจเป็นทางออกเดียวที่จะทำให้เหล่าพี่น้องโบเดอแลร์รอดพ้นจากเงื้อมมือเคาต์โอลาฟและยุติเรื่องราวความโชคร้ายต่างๆนานาของพวกเขาให้จงได้

สำหรับปัจฉิมบท-ซีซันสุดท้าย ซีรีส์ได้นำนิยายถึง 4 เล่มมาดัดแปลงได้แก่ The Slippery Slope – หน้าผาวิปโยค, The Grim Grotto – ถ้ำทะมึน, the penultimate peril-หายนะก่อนปิดฉาก และ The End – จุดจบแห่งความโชคร้าย

 

ซึ่งจะว่าไปก็ถือเป็น 4 เล่มสุดท้ายที่เนื้อหาเข้มข้นที่สุดด้วยนั่นเอง ซึ่งตัวซีรีส์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะคราวนี้ขนตัวละครจาก 2 ซีซันที่ผ่านมารวมไว้เพียบ แถมเรายังจะได้พบกับเรื่องราวในอดีตของโบเดอแลร์รุ่นพ่อแม่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความโชคร้ายทั้งปวง

ซึ่งเชื่อว่าเหล่าแฟนๆหนังสือต้องมีกรี๊ดแน่ๆเพราะการเล่าเรื่องต่างๆนานาถือว่าคงน้ำเสียงตลกร้ายของเลโมนี สนิคเก็ต ในหนังสือได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นเคย (ในซีรีส์รับบทโดย แพตทริค วอร์เบอร์ตัน)

ซึ่งตลอด 7 ตอนของซีรีส์ก็มีความเข้มข้นไม่มีแวะดราม่าโดยไม่จำเป็น แถมยังทำให้เราทั้งลุ้นทั้งหัวร้อนกับความโชคร้ายของเหล่าพี่น้องโบเดอแลร์ที่ซวยไม่หยุดไม่หย่อนตลอด 50 นาทีของแต่ละตอนแบบหยุดดูไม่ได้เลย

เนื้อเรื่อง

และซีซันนี้ก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องราวความโชคร้ายของพี่น้องโบดแลร์ที่ยังต้องเผชิญกับความโชคร้ายต่าง ๆ จาก เคาท์โอลาฟ (นีล แพตทริค แฮริส) ที่นอกจากลูกน้องจอมเพี้ยนของเขาแล้ว ยังได้ตัวร้ายสมทบจากซีซัน 2 เข้ามาเพิ่มสีสันที่ไม่ได้รู้สึกติดขัดเลย

คือ เอสเม สควอเลอร์ (ลูซี พันช์) และคาร์เมลิตา สแปตส์ (คิทาน่า เทิร์นบูล ) ที่เข้ามาสร้างความตลกร้ายอย่างสนุกสนานและยังคงความน่าหมั่นไส้ได้ตลอดกับคอสตูมที่ยังอลังการเช่นเคย

ซึ่งตัวซีรีส์ในหนังใหม่เต็มเรื่อง ของความสมบูรณ์ของบทก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ทั้งงานสร้างโปรดักชันที่ยังคงทำออกมาได้ดีเช่นเคย แถมยังเพิ่มความสนุก ให้น่าติดตามในแต่ละตอน ทั้งในส่วนของสถานที่ต่าง ๆ คือ โรงแรมที่จะทำให้เราได้เห็นเหล่าสมาชิก VFD. ที่ได้ทำการรวบรวมพวกเขาไว้ครั้งใหญ่กับบทสรุปครั้งนี้

รวมไปถึงเกาะสวรรค์ที่ดูตระการตาแต่มีความพิสดารบางอย่างที่ซ่อนไว้ ทั้งยังมีเรือดำน้ำที่ยิ่งใหญ่ กับถ้ำใต้น้ำ และประตูกลลับต่างๆของ VFD. ที่ยังหาเรื่องมาให้ไขปริศนาได้ตลอด และอยากให้เราติดตามว่าเหล่าพี่น้องโบดแลร์จะสามารถหลุดพ้นและหยุดยั้งเรื่องราวบทสรุปของความโชคร้ายครั้งนี้ได้หรือไม่

ในส่วนของตัวละคร ทั้ง ไวโอเลต (มาลีนา ไวส์แมน) เคลาส์ (หลุยส์ ไฮนส์) และซันนี่ (เพรสลีย์ สมิธ) ก็ยังคงแสดงบทบาทได้ดีเช่นเคย กับการใช้ความสามารถที่แตกต่างกัน เอาตัวรอดและไขปริศนาของคำตอบถึงเบื้องหลังได้อย่างฉลาด รวมทั้งความช่วยเหลือจากเหล่าองค์กรรุ่นพ่อรุ่นแม่ VFD. ที่ยังมีส่วนในการเชื่อมโยงเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างน่าสนใจ

ด้านงานสร้าง

ด้านงานสร้างของโบ เวลซ์ ต้องบอกว่าจัดเต็มแบบโชว์ฟินาเล่ต์จริงๆ เพราะคราวนี้มีทั้งเรือดำน้ำ ถ้ำใต้น้ำ ประตูกลต่างๆของวฟด. โรงแรมที่รวบรวมเหล่าสมาชิก วฟด. รวมไปถึง เกาะสวรรค์ที่เป็นบทสรุปของเรื่องก็ถูกนำเสนอเว็บหนัง HDอย่างอลังการงานสร้างดูแล้วไม่ขัดตาเลยสักนิด

ซึ่งก็ถือเป็นตัวอย่างชั้นดีของงานสร้างซีรีส์จากวรรณกรรมเยาวชนที่เมื่องานสร้างถึงก็ทำให้ซีรีส์ดูสนุกและคุ้มค่าคุ้มเวลาจริงๆ

ด้านนักแสดง

ส่วนเหล่านักแสดงนำก็ยังทำหน้าที่ได้ดีทั้งกระดูกสันหลังของเรื่องอย่าง นีล แพตทริค แฮริส ที่ทำให้เคาต์โอลาฟมีชีวิตชีวา แถมซีซันสุดท้ายยังมีบทดราม่าหนักๆที่บอกถึงที่มาความแค้นที่เคาต์โอลาฟมีต่อพี่น้องโบเดอแลร์ได้อย่างล้ำลึก

ส่วนเหล่าเด็กๆก็เติบโตขึ้นและมีเสน่ห์มากขึ้นทั้งหนุ่มหล่ออย่าง หลุยส์ ไฮนส์ และสาวสวยอย่าง มาลีนา ไวส์แมน ส่วนเพรสลีย์ สมิธ ในบทเจ้าหนูซันนีก็เติบโตมาเป็นทารกที่เริ่มพูดได้อย่างน่ารักน่าชัง

รวมถึงเหล่านักแสดงสมทบที่มาสร้างสีสันมากมายทั้ง ลูซี พันช์ ในบท เอสเม่ ควอเลอร์ที่ยังคงความน่าหมั่นไส้ได้ตลอดทุกตอนยิ่งมาสมทบกับ คิทาน่า เทิร์นบูล ในบท คาเมลิต้า สแปตส์ ก็ยิ่งทำให่เรื่องราวดูสนุกมากขึ้น หรือแม้แต่ โมเรนา บัคคาริน จาก Deadpool ก็มารับเชิญในบท บีอาทริซ แม่ของเด็กๆบ้านโบเดอแลร์ ได้อย่างมีสีสัน

โดยรวม

โดยสิ่งที่ทำให้ชอบมากในซีซันนี้ คือการเพิ่มมิติตัวละครของเคาท์โอลาฟ ให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามา และมองเคาท์โอลาฟในแง่มุมที่เปลี่ยนไป รวมทั้งยังมีการเพิ่มจุดเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงเรื่องราวให้สอดคล้อง

ทั้งเรื่องราวเบื้องหลังอดีตของพ่อแม่ที่มีส่วนเกี่ยวพันถึงการก่อตั้งขององค์กร VFD. ที่พวกเขาต้องไขปริศนา และจุดเชื่อมโยงที่พวกเขาต้องหาของสำคัญคือ โถใส่น้ำตาล ที่อาจเป็นตัวเลือกที่เหลืออยู่ที่จะทำให้เหล่าพี่น้องโบดแลร์ไขปริศนาเรื่องราวว่าในโถน้ำตาลมีอะไร

 

ufa 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *