keyboard_arrow_right
keyboard_arrow_right
รีวิวหนัง ชีวิตในวัย 20 ปีของ โนริโกะ Every Day a Good Day หัวใจ ใบชา ความรัก
ภาพยนตร์

รีวิวหนัง ชีวิตในวัย 20 ปีของ โนริโกะ Every Day a Good Day หัวใจ ใบชา ความรัก

ชีวิตในวัย 20 ปีของ โนริโกะ อันไร้จุดหมายกลับกลายเป็นการค้นพบความมหัศจรรย์ของชาหลังได้เรียนรู้การชงชาอันแสนประณีตจาก อาจารย์ทาเคดะ จากฤดูกาลหนึ่งไปสู่อีกหลายฤดู ผ่านทุกข์และสุขปะปน โนริโกะ เฝ้าแต่ถามหาคำตอบถึงจุดหมายของชีวิต แต่บางทีคำตอบอาจอยู่ในถ้วยตรงหน้าเธอมาตลอดก็เป็นได้

แม้จะไม่เคยอ่านงานเขียนต้นธารอย่าง Everyday is a good day : 15 happiness taught by Tea ของ โมริชิดะ โนริโกะ ที่กลั่นกรองจากการเรียนรู้ชีวิตผ่านศิลปะชงชากว่า 25 ปีของเธอ แต่งานการกำกับของ โอโมริ เท็ตสึชิ ที่จับภาพการชงชาอันแสนละเมียดและภาพธรรมชาติแต่ละฤดูกาลควบคู่ไปกับการบอกเล่าชีวิตของโนริโกะ ก็พอจะบอกได้ว่า นี่คงไม่ใช่หนังที่บอกเล่าเรื่องราวที่มีคอนฟลิกต์ใหญ่โต ชีวิตนางเอกผ่านความลำเค็ญและต้องเสริมพลังใจตัวละครทุก 10 นาทีแบบหนังญี่ปุ่นทั่วไปแน่ๆ ตรงกันข้ามมันเชื้อเชิญเราให้นั่งบนเสื่อตาตามิ มองพิธีชงชาอันแสนละเมียดแช่มช้าทว่างดงามชวนมองแบบไม่วางตา แถมเสียงที่ถูกถ่ายทอดยังพาเราสัมผัสและซึมซับแบบแทบจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาและชิมขนมกับตัวละครได้เลย

ไม่เท่านั้นการที่หนังอุทิศ 80% ของเรื่องราวไปกับพิธีชงชามันยังค่อยๆ ให้เราเข้าใจความหมายและพินิจพิเคราะห์สุขทุกข์ในชีวิตตัวเองได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจอีกด้วย ซึ่งที่ผมว่าน่าอัศจรรย์ใจคือหนังพาเราไปสัมผัสประสบการณ์สุดละเอียดอ่อนนี้ผ่านทั้งงานสุดละเมียดที่ผู้กำกับภาพได้เลือกเฟรมอย่างพิถีพิถัน การตัดต่อที่เข้าใจทั้งพิธีรีตองและลำดับอารมณ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป ที่พิเศษสุดคืองานบันทึกเสียงที่เสมือนการทำคลิป ASMR (Autonomous sensory meridian response) ธรรมชาติเพราะมันเต็มไปด้วยความละเอียดอ่อนแบบบันทึกเสียงกระทั่งเสียงแปรงชงชาไม้ไผ่ที่เพิ่งถูกยกขึ้นมาจากถ้วย และทุกเสียงที่มันถ่ายทอดคือการพาเราไปสัมผัสกับความงามที่ผันผ่านตามฤดูกาลได้อย่างไม่เคยสัมผัสจากหนังเรื่องไหนมาก่อนเลยล่ะ

อ่านถึงตรงนี้หลายคนอาจส่ายหัวและคิดว่านี่คงเป็นหนังขายวัฒนธรรมญี่ปุ่นดาษๆ ถ่ายภาพสวยอีกเรื่อง ตรงกันข้ามในส่วนดราม่าที่มันตีคู่ไปกับบทเรียนชงชาที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องที่เขียนเสริมมาหรือไม่ มันกลับค่อยๆ สั่นสะเทือนจิตใจเราได้อย่างรุนแรง ตอนเกิดเหตุการณ์อาจดูนิ่ง ธรรมดา ทว่าอาฟเตอร์ช็อคมันกลับรุนแรงชนิดที่ว่าใครเคยผ่านประสบการณ์สูญเสียคนที่รักอาจมีร้องไห้แบบใจแทบขาดได้เลย และอย่างที่บอกไปตอนต้นว่านี่คือหนังที่ทำให้เราพินิจพิเคราะห์ชีวิต ดังนั้นดราม่าและจุดขัดแย้งต่างๆ จึงถูกใส่เข้ามาอย่างค่อยเป็นค่อยไปไม่ต่างจากพิธีชงชาที่มีพิธีรีตอง จากปมเรียนมหาวิทยาลัยอย่างไร้จุดหมาย ไปสู่เรื่องหางานประจำที่สำนักพิมพ์ที่มักจบลงด้วยความน่าผิดหวังเสมอ

ควบคู่ไปกับการเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับลูกพี่ลูกน้องอย่าง มิจิโกะที่ได้ใช้ชีวิตตามที่ตนต้องการแล้วลงเอยด้วยการแต่งงานมีลูก แต่ทุกครั้งที่เหตุการณ์มันแย่ โนริโกะกลับมีชั้นเรียนชงชาของอาจารย์ทาเคดะ ผู้เปรียบเสมือนครูผู้นำทางการใช้ชีวิตและพาเธอผ่านประสบการณ์อันยากลำบากเป็นแหล่งพักพิง ที่ทำให้แม้หนังแทบไม่มีจุดขัดแย้งรุนแรงแต่การแสดงและงานภาพที่งดงามกลับค่อยๆสั่นสะเทือนจิตใจคนดูจนชะตากรรมที่ตัวละครต้องเผชิญมาตอบโจทย์ข้อคิดของอาจารย์ทาเคดะที่สอนการชงชาแต่ทว่ากลับให้ความหมายชีวิตได้อย่างลึกซึ้งน่าประทับใจทีเดียว อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *