keyboard_arrow_right
keyboard_arrow_right
รีวิวหนังแปลงมาจากนวนิยาย สยองขวัญ THE TURNING (2020) ปีศาจเลี้ยงลูกคน
ภาพยนตร์

รีวิวหนังแปลงมาจากนวนิยาย สยองขวัญ THE TURNING (2020) ปีศาจเลี้ยงลูกคน

THETURNING (2020) ปีศาจเลี้ยงลูกคน เรื่องราวดีกรีไม่เบา เพราะได้ดัดแปลงมาจากนวนิยาย สยองขวัญ เรื่อง The Turn of The Screw ที่เขียนโดย Henry James และที่ตีพิมพ์ในปี 1898 (ที่ตีพิมพ์มาแล้ว 122 ปี) ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นนิยาย สยองขวัญ และหลอนแบบสุด ๆ เคยถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มาแล้วครั้งหนึ่งในปี 1961 และใช้ชื่อว่า The Innocents สำหรับในเวอร์ชั้น 2020 นี้ได้ผู้กำกับมือดีอย่าง ฟลอเรีย ซิกีสมอนดิ (Floria Sigismondi ) มากำกับ ซึ่งมีผลงานโด่งดัง จากการกำกับ ซีรีส์ American Gods มาแล้ว

THE TURNING เป็นเรื่องราวของครูสาวที่ชื่อ ครูเคท คุณครูจากเมืองชนบท ที่ต้องเดินทางมาเป็นทั้งครูและพี่เลี้ยงให้กับเด็กหญิงกำพร้าของบ้านผู้ดีเก่าที่รวยมาก ๆ ซึ่งคฤหาสน์หลังนี้อยู่ในป่า อาณาบริเวณกว้างขวาง และบรรยากาศวังเวงสุด ๆ ลูกศิษย์ที่น่ารักของเธอชื่อ ฟลอร่า สาวน้อยอายุประมาณ 8 ขวบ หน้าตาน่ารักเหมือนนางฟ้า นิสัยดีเป็นมิตร เธออยู่กับคุณยายแม่บ้านประจำตระกูลเพียง 2 คน เพราะพ่อแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ในภาพยนตร์ พยายามชี้ให้เห็นถึงความเป็นผู้ดีเก่ามาก ๆ ของตระกูลนี้ ทั้งการยกย่องเด็ก ๆ ของคุณยายแม่บ้านที่บอกว่าการได้รับใช้ตระกูลนี้ ถือเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับเธอ ซึ่งก็ทำให้เคจต้องพิถีพิถันในการเตรียมตัวมาทำงานเป็นพิเศษ แม้กระทั้งการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมดูดี

ในวันแรกของการเข้ามาเป็นครูพี่เลี้ยง ทุกอย่างราบรื่น น่าประทับใจ จนกระทั้งคืนที่สอง ไมล์ส ก็โผล่มากลางดึก ไมล์ส เป็นลูกชายคนโตอายุประมาณ 11 ขวบ เขาอยู่โรงเรียนประจำ แต่อยู่ ๆ ก็ถูกส่งกลับบ้านกระทันหัน ด้วยสาเหตุการทะเลาะวิวาทกับเพื่อนในโรงเรียน หลังจาก ไมล์ส กลับมา เคทก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่เป็นมิตร และพฤติกรรมโหด ๆ ของ ไมล์ส ทำให้เคท เริ่มหลอนมากขึ้นทุกที ในระหว่างที่เคท ต้องอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ เธอก็ได้รับรู้ถึงเรื่องการตายของครูพี่เลี้ยงคนเก่ากับคนเลี้ยงม้า ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้ตายแบบธรรมดา และวิญญาณของคนทั้งคู่ก็คอยหลอกหลอนและพยายามทำร้ายเธอ จนทำให้เธอเริ่มกลัว และพยายามปกป้องเด็ก ๆ จากวิญญาณร้ายนี้ โดยความน่ากลัวของเรื่องไม่ได้อยู่ที่การสร้างภาพผีที่ดูเละเทะเลือดสาด แต่เป็นการสร้างภาพให้รู้สึกถึงความหลอน วังเวง และการผูกปมเรื่องให้ดูลึกลับรวมทั้งสร้างพฤติกรรมของเด็ก ๆ ให้คนดูรู้สึกถึงความไม่ปกติและไม่น่าไว้วางใจ

โดยส่วนตัวคิดว่า ภาพยนตร์พยายามเล่นกับความคลุมเครือ เพราะทั้งหมดของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์ เราจะไม่รู้เลยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องผีจริง ๆ หรือเป็นเพียงความหลอนของครูเคท แม้กระทั้งตอนจบ ก็เหมือนจะจงใจทิ้งท้าย ให้ผู้ชมคิดและตัดสินใจเอง ว่าทั้งหมดของเรื่องนี้ ตกลงมี “ผี” จริง ๆ หรือไม่ ซึ่งใครที่ไม่ชอบภาพยนตร์แนวนี้ ก็คงจะไม่ประทับใจอย่างแรง อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *