keyboard_arrow_right
keyboard_arrow_right
รีวิวซีรี่ส์เกาหลี Voice สัมผัสเสียงมรณะ Season 2 (2018) สานต่อความระทึก
Uncategorized

รีวิวซีรี่ส์เกาหลี Voice สัมผัสเสียงมรณะ Season 2 (2018) สานต่อความระทึก

Voice Season 2

รีวิวซีรีส์ ประเทศเกาหลี Voice สัมผัสเสียงมรณะ Season 2 ภายหลังฤดูกาล แรกจบไปแบบแฮปปี้เอนดิ้งเรียบร้อย ในซีซันที่สองนี้ ซีรีส์ Voice มีการ เปลี่ยนเกิดขึ้นน้อย เมื่อ ผู้อํานวยการคั่งควอนจ(Lee Ha-Na) จ่าต้องดําเนิน การเพียงลําพัง ด้วยเหตุว่าสายลับมจินฮยอก (จางฮยอก) คู่คิด ดารานําชาย จากฤดูกาลแรก ตกลงใจพาลูกชายไปรักษาลักษณะของการป่วยที่อเมริกา เขา ก็เลยขอความช่วยเหลือให้หัวหน้าจางคยองฮัค (Lee Hae-Young) มา ช่วยงาน ผู้อํานวยการคั่ง ในกลุ่มนาทีชีวิต แทน แต่ว่าเรื่องที่ไม่มีผู้ใด คาด หวังก็เกิดขึ้น เมื่อมีฆาตกรจัดฉากสร้างสถานการณ์ ให้หัวหน้า จางฆ่าตัวตาย

แม้กระนั้น ภายหลังที่ ผู้อํานวยการคั่งและก็กลุ่มลงพื้นจุดเกิดเหตุ และก็ได้เจอ กับ โดคังอู (Lee Jin-Wook) นายตํารวจที่ถูกสั่งพักงาน ทั้งเคยกลายเป็นผู้ ต้องสงสัย คดีการฆ่าสังหารคู่ขาในอดีตกาล คุณก็ได้เค้าเงื่อนบางสิ่งบางอย่าง เกี่ยวกับการตายของหัวหน้าจาง ก็เลยตกลงใจลงพื้นที่แบบเฉพาะกิจเพื่อ สางคดีให้ได้ ด้านในหนึ่งเดือน แต่ว่าการทํางานในที่ใหม่มันไม่ง่ายเมื่อ ทุ่ง นาฮงซู (Yoo Seung-Mok) นายตํารวจในพื้นที่นั้น มีปัญหาความแค้นส่วนตัว กับ โดคังอุ ที่ ผู้อํานวยการดัง ดึงตัวมาเป็นหัวหน้าทีมนาทีชีวิตแบบชั่วครั้ง คราว ที่สําคัญไปกว่านั้นฆาตกรในฤดูกาลนี้ 

ซีรีส์ ไต่สวน ตื่นเต้นที่ต่อยอดความสนุกสนานจากภาคแรกได้ดิบได้ดีมากมาย เลย ความเพลิดเพลินมิได้ลดน้อยลงไปแม้แต่น้อย แม้ว่าจะยังมองไม่ถึงกับ พอดีมากมาย แต่ว่าก็นับว่าปรับอะไรเล็กน้อยขึ้นมาดียิ่งกว่าภาคแรก ที่เห็น กระจ่างๆ เลยก็คือ กลุ่มนาทีชีวิต มองมีความเป็นกลุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มิได้เก่ง ฉายผู้เดียวแบบภาคแรก ที่บทเทไปให้กับ จางฮยอก กับอีฮา ท้องนา สอง ตัวนา เรื่องแบบชัดแจ้ง เป็นในฤดูกาลสองถึง ผู้อํานวยการคังกับโดคังอ จะ เป็นตัวเด่น ต่าเนินเรื่องก็จริง แต่ว่าผู้แสดงอย่าง พัคอึนซู (Son Eun-Seo) กับ จิน ซอกซอยอล (Kim Woo-Seok) หรือคนอื่นในกลุ่ม ก็มองมีหน้าที่ที่มี ผลต่อเรื่องราวมากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่ใช่โผล่มาเป็นตัวประกอบนั่งหน้าคอมหน้า โต๊ะทํางานเสมือน ซีซัน ที่แล้ว บางครั้งก็อาจจะด้วยส่วนตัวมองซีรีส์สืบสาว พวก NCIS, Bones, Criminal minds, Law&Order, The Mentalist มาก่อนหมายถึงถึงซีรีส์เหล่านี้จะมีตัว เอกน่าเรื่องก็จริง แม้กระนั้นมันมีความเป็นกลุ่มเวิร์คของนักแสดงออกจะ มากมาย ซึ่งจุดเด่นของการจัดการนักแสดง ให้มีความเป็นกลุ่ม ก็คือ ผู้ชมจะ รู้สึกผูกพัน กับนักแสดง คนไหนกันจะเข้าคนไหนจะออกคนใดกันแน่จะตายใน แต่ละฤดูกาล มันจะสร้าง อิมแพค กับความรู้สึกผู้ชมได้ดีมากยิ่งกว่า การที่ซีรีส์ ขายตัวละครน่า หนึ่ง หรือสองคน แล้วหลังจากนั้นก็เดาตอนสุดท้ายได้ว่ายังยัง ไงผู้แสดงน่าก็เอาชนะได้

 

พูดถึงส่วนที่ซีรีส์ทำได้ดีขึ้นแล้ว ขอพูดถึงส่วนที่จะใช้คำว่าขาดก็คงไม่ได้ แต่เป็นส่วนที่อยากเห็นตัวละครก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองมากกว่า เมื่อสองซีซั่นที่ผ่านมาตัวละคร คังควอนจู ที่มีความสามารถพิเศษในการได้ยินนั้น ใช้ประโยชน์จากความสามารถตัวเองอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่สิ่งที่ยังไม่เห็นและผมอยากจะเห็นในซีซั่นต่อ ๆ ไปก็คือ การให้เธอถูกทดสอบด้วยการที่ไม่สามารถ ใช้ความสามารถของตัวเองแก้ไขปัญหาได้บ้างโดคังอู สืบสวน

ในซีซั่นที่สองอาจจะมีใส่เข้ามาเล็กน้อย เมื่อทำให้เธอไม่สามารถเชื่อทุกอย่างที่หูทิพย์ของเธอได้ยิน ซึ่งสิ่งใหม่ที่อยากเห็นเลยเป็นการที่เธอต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยการไม่มีหูทิพย์ มันจะเป็นพัฒนาการของซีรีส์และตัวละคร ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้ ก็ไม่รู้ว่าซีซั่นสามที่ประกาศสร้างแล้วจะมีใส่มาให้เห็นบ้างไหม

มาเข้าเรื่องเนื้อหาในซีซั่นนี้ก็บ้าง หากว่ากันที่ความสนุกแล้วช่วงต้นซีซั่นที่ยังมีซับพล็อตจบในตอน ถือว่าซีรีส์ทำได้ดี สนุก ชวนลุ้น น่าติดตามเอามาก ๆ แต่พอวกกลับเข้าเส้นเรื่องหลักต่อเนื่องมาถึงช่วงท้ายซีซั่น เหมือนจะมีการเปลี่ยนแผนการสร้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดูมีความเร่งรีบมากเหลือเกิน สรุปแล้วก็เปิดเผยความลับอย่างง่าย ๆ จนเมื่อถึงตอนจบ ถึงได้ร้อง…อ๋อว่า จะยังไม่สรุปเรื่องราวในซีซั่นนี้ แต่ซีรีส์จะทิ้งปมเอาไว้และจะไปต่อเอากับซีซั่นที่สาม

อีกสิ่งที่ Voice ยังทำได้ดีก็คือการสร้างความบันเทิงให้กับคนดูด้วยสถานการณ์คับขัน เรียกว่าเป็นจุดเด่นที่ทำได้ดีของซีรีส์มาทั้งสองซีซั่นเลยล่ะ และอีกส่วนที่ยังเหมือนเดิมก็คือ การเฉลยคนร้ายที่ไม่มีอิมแพคนี่แหละ

เหมือนซีซั่นแรกเป๊ะ ๆ เลยคือนึกจะโผลงเฉลยออกมา ก็เฉลยง่าย ๆ ไม่มีการปูเนื้อหาให้คนดูลุ้นอะไรเลย ทั้งที่ในช่วงต้นเรื่องก็ปกปิดให้คนดูซะดิบดีจนเหมือนจะมีอะไรหักมุมคังควอนจู กับ โดคังอู

อารมณ์ร่วมของซีซั่นสองที่แตกต่างจากซีซั่นแรกก็คือ จากการที่เราได้เห็น คังควอนจูกับมูจินฮยอก ร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างดีในซีซั่นแรก แต่ในซีซั่นที่สองนี้ ทีมนาทีชีวิตถูกทำลายจากภายในด้วยความไม่ไว้วางใจกัน นอกจากความลุ้นระทึกแล้ว ดราม่าในซีซั่นที่สองก็แอบหน่วง เมื่อตัวละครต้องเจอกับเรื่องไม่เป็นใจ ความไม่ไว้วางใจกันมากขึ้นกว่าเดิม

ความพยายามอีกอย่างที่เห็นในซีซั่นสอง แม้จะยังเล่าได้ไม่เด่นและคมมากนักก็คือ การสำรวจจิตใจของตัวละคร ไม่ว่าจะฝั่งตัวละครเอกหรือคนร้าย คือพยายามใส่สาเหตุที่มาที่ไปจุดเริ่มต้นของการกระทำมากขึ้น ทั้งยังพยายามนำเสนอในแง่มุมการต่อสู้กันระหว่าง ความดีกับความชั่วร้ายที่ซุกซ่อนอยู่ในจิตใจตัวเอง การค้นหาตัวตนว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นคนยังไง

เมื่อคนร้ายที่คิดว่าตัวเองกับโดคังอูนั้นเหมือนกัน เลยกลายเป็นโจทย์ให้ตัวละครโดคังอูต้องพิสูจน์ว่า ตัวเขาเหมือนหรือต่างจากคนร้ายโดคังอู ดูหนังออนไลน์  

สรุปแล้ว Voice 2 (OCN / 2018) SS2 12EP เป็นซีรีส์สืบสวน ที่ต่อยอดความสนุกจากภาคแรกได้ดี ทั้งยังแก้ไขบางจุดของซีซั่นแรกได้ดีขึ้นแม้จะยังไม่ขับเน้นมากก็ตาม มีการเข้าไปแตะในประเด็นดราม่าจิตวิทยา พยายามเข้าไปสำรวจจิตใจของตัวละคร ทำให้ตัวละครดูมีเลือดเนื้อมากขึ้น แม้จะยังไม่สมบูรณ์นักแต่ก็ถือว่าเป็นความพยายามที่ดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *