keyboard_arrow_right
keyboard_arrow_right
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ บ้านเอื้ออาทร ดี หรือไม่ เรามาหาคำตอบกัน
Uncategorized

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ บ้านเอื้ออาทร ดี หรือไม่ เรามาหาคำตอบกัน

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ บ้านเอื้ออาทร ดี หรือไม่ เรามาหาคำตอบกัน

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ บ้านเอื้ออาทร ดี หรือไม่ เรามาหาคำตอบกัน  ในช่วงชีวิตหนึ่งของแต่ละคน ความฝันการที่มีบ้านเป็นของตนเองก็นับว่าเป็นความฝันที่หลาย ๆ คนใฝ่หาและอยากให้เป็นจริงมากที่สุด แต่ด้วยเศรษฐกิจหรือความคล่องตัวทางการเงินบางประการก็อาจเป็นเหตุให้หลายคงก็ยังคงไม่มีบ้านเป็นของตนเองสักที แต่แน่นอนว่าเมื่อเราต้องการจะมีการก็ไม่ใช่จะเป็นความจริงไปไม่ได้ เพราะในปัจจุบันนี้ก็ยังมีโครงการเพื่อคนที่มีงบอย่างจำกัดให้ได้มีบ้านในฝันตามที่ทุกคนต้องการได้อย่างที่ใฝ่ฝันไว้ นั่นก็คือโครงการบ้านเอื้ออาทรนั่นเอง และในบทความนี้เราก็จะพาทุกท่านมารู้จักกับโครงการบ้านเอื้ออาทรว่าดีสมราคาสมคำร่ำลือหรือไม่ ในบทความนี้เราจะมารู้ไปพร้อมกันเลย

ก่อนอื่นเราก็ต้องมาทำความรู้จักกับโครงการนี้กันก่อนว่ามีความเป็นมาเป็นอย่างไร ซึ่งโครงการนี้เองเป็นโครงการที่ทางรัฐบาลได้จัดทำขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาคนที่มีรายได้น้อยไร้ที่อยู่และเพื่อให้คนที่มีรายได้น้อยสามารถมีที่อยู่เป็นของตัวเองได้นั่นเอง ซึ่งบ้านในโครงการก็จะเป็นบ้านที่ประกอบไปด้วย 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และ 1 ห้องนั่งเล่น ที่ออกแบบมาให้เล็กกะทัดรัดน่าอยู่ และแฝงมาด้วยความสะดวกสบาย โดยสไตล์ของบ้านก็จะถูกทำออกมาให้อยู่ในรูปแบบคล้ายกับการอยู่คอนโคนั่นเอง ซึ่งความสวยงามนั่นก็ขึ้นอยู่กับการตกแต่งเพิ่มเติมกับผู้ที่เข้ามาอยู่อาศัย ซึ่งตัวห้องก็สามารถตกแต่งออกมาให้เป็นหลายรูปแบบได้นั่นเอง นอกจากนี้ภายในตัวโครงการก็ยังมีพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นบริเวณสวนสาธารณะและสนามเด็กเล่นให้ลูกบ้านมาใช้บริการได้ด้วย อีกทั้งยังมีพื้นที่จอดรถและเวรยามเพื่อเฝ้ารักษาความปลอดภัยให้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านอีกด้วย และเงื่อนไขในการซื้อบ้านเอื้ออาทรก็จำเป็นที่จะต้องเป็นคนไทยที่มีรายได้ครอบครัวรวมไม่เกิน 40,000 บาทต่อเดือนด้วย เรียกได้ว่าทั้งถูกและคุ้ม และมาพร้อมกับความสะดวกสบายอย่างครบครันเลยก็ว่าได้

มาถึงตรงนี้แล้วก็คงจะได้ทราบถึงความคุ้มค่ากับราคาที่ได้รับกับโครงการนี้เรียกได้ว่าคงจะตรงใจใครหลายต่อหลายคนและคงจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยที่มีรายได้น้อยได้มีโอกาสมีที่อยู่เป็นของตัวเอง เพื่อสานฝันและเป็นความหวังและกำลังใจให้คนที่มีรายได้น้อยและคุณภาพเกินราคาที่จะได้รับทั้งความปลอดภัย หวังว่าบ้านเอื้ออาทรจะตอบโจทย์ความต้องการในข้อนี้สำหรับท่านที่กำลังมองหาบ้านกันอยู่ได้อย่างแน่นอน

วัตถุประสงค์สร้าง บ้านเอื้ออาทร เพื่ออะไร?

โดยโครงการนี้เริ่มแรกโครงการนี้รัฐบาลต้องการที่จะสร้างมาเพื่อผู้มีรายได้น้อยได้เพื่อที่จะมีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเอง เพราะว่าบ้านเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ จำเป็นแก่การดำรงชีวิตของคนเรา มนุษย์ทุกคนจึงปรารถนาจะมีบ้านด้วยกันทั้งสิ้น โดยรัฐบาลได้ทำการมอบหมายให้การเคหะแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการจัดสร้าง ขณะที่มอบหมายให้ ธอส.(ธนาคารอาคารสงเคราะห์) และธนาคารออมสินเป็นผู้ให้สินเชื่อ โดยการจัดสร้างที่อยู่อาศัยตามโครงการนี้เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชน ผู้มีรายได้น้อยเป็นหลักๆโดยไม่มุ่งหวังกำไร โดยมีการสร้างทั้ง บ้านแบบพาณิชย์ บ้านทาวน์โฮม บ้านแฝด 2 ชั้น บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เป็นต้น

บ้านเอื้ออาทร-3แล้วใครที่สามารถเป็นเจ้าของบ้านเอื้ออาทรได้ละ
1 ต้องมีสัญชาติไทยและบรรลุนิติภาวะและไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
2 มีรายได้รวมกันทั้งครอบครัวไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน

โดยเมื่อท่านไหนมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดสิ่งต่อไปที่ต้องทำ คือ
1 เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ (พร้อมสำเนา 1 ชุด)
2.เตรียมสำเนาทะเบียนบ้านของตนเองและคู่สมรส
3.เตรียมสำเนาทะเบียนสมรส หรือใบหย่าในกรณีที่มีการหย่าร้างกัน
4.สลิบเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือนนั้นเองค่ะ

นอกจากนี้ในกรณีเมื่อผู้ที่สามารถจองสิทธิตามเกณฑ์ของการเคหะแห่งชาติแล้วนอกจากยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ค่ะ ห้ามการโอนสิทธิในสัญญาจะซื้อจะขายหรือเช่าซื้อในระยะเวลา 5 ปี และข้อนี้สำคัญ ห้ามนำอาคารไปให้บุคคลอื่นอยู่อาศัยหรือเช่า(ถ้าเรากู้ผ่านและซื้อเป็นของตัวเองแล้วก็ยังสามารถปล่อยเช่าได้ตามปกติค่ะ)

บ้านเอื้ออาทร-4โครงการบ้านเอื้ออาทรบรรลุผลสำเร็จ หรือ ล้มเหลวกันละ
จากที่กล่าวมาข้างต้นจากราคาบ้านที่ถูกก็ตามแต่ถือว่าไม่บรรลุผลสำเร็จและล้มเหลว ทำให้การเคหะแห่งชาติขาดทุนไปแล้ว กว่า 80,000 ล้านบาท มีบ้านเหลือในหลายโครงการ การนำนโยบายบ้านเอื้ออาทรไปปฏิบัติมีปัญหา ทั้งคนจนมีรายได้น้อยไม่มีโอกาสที่จะซื้อได้เพราะว่าธนาคารที่ทำการปล่อยกู้กำหนดคุณสมบัติของผู้ซื้อมากจนเกินไปจนคนที่จะสามารถซื้อได้คือคนระดับกลางขึ้นไปและคนส่วนนี้ค่อยมาทำการปล่อยเช่าอีกที

นอกจากนี้โครงการสร้างบ้านเอื้ออาทรในบางจังหวัดสร้างจำนวนมากจนเกินความต้องการ โดยไม่สำรวจความต้องการ ของประชาชนที่แท้จริง จนขายไม่ได้ เกินความต้องการของตลาด สุดท้าย ดันกำหนดราคาเท่ากันทั่วประเทศ ดังเช่น ที่กรุงเทพราคาบ้านเอื้ออาทรเท่ากับที่ต่างจังหวัด ซึ่งต้นทุนของที่ดินต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยสาเหตุนี้มาจากปัญหาการคอรัปชั่นเกิดขึ้นโดยการแทรกแซงจากนักการเมืองหรือนายทุนเป็นต้นค่ะ

แล้วมันดีจริงหรือเปล่ากับเงินที่เราต้องเสียเพื่อซื้อบ้านเอื้ออาทร
บ้านเอื้ออาทร-5ข้อดี
-ราคาถูกผ่อนถูกกว่าเช่า เพราะรัฐอุดหนุน
– พิเศษสำหรับคนที่ได้ชั้น แรก นั้นนอกจากจะไม่ต้องเดินขึ้นบันไดแล้วยังมีพื้นที่ทางทำอะไรได้อีกเยอะไม่ว่าจะเป็นทั้งตากผ้า สามารถปลูกต้นไม้ ตากอาหารแห้ง นั่งสังสรรค์ และอีกมากมายสำหรับคนได้ชั้นเเรกค่ะ
– ถ้าได้ที่ดีใกล้โรงงานสามารถเปล่าเช่าได้ง่ายทำให้อาจจะไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าบ้านเลยด้วยซ้ำ และอาจจะได้กำไรหลังหักค่าบ้านแล้วอีกด้วย
– เทียบกับพื้นที่ใช้สอยของเอกชน 26 ตารางเมตร จะสามารถซื้อได้ใน ราคา 1.7 ล้านบาท แต่บ้านเอื้ออาทรจะได้ราคาถูกกว่าจนเราได้กำไรในทันทีเมื่อซื้อ เพราะส่วนนี้รัฐอุดหนุนการเคหะฯ ไม่ได้เอามาคิดเป็นต้นทุนในการขาย (รัฐบาลได้โฆษณาไว้)
– มีสังคมหลากหลายสไตล์ อันนี้อยู่ที่ตัวบุคคลนะคะ
– ค่าไฟ ค่าน้ำ โอเค ใช้เท่าไหร่จ่ายตามจริง
– สำหรับคนที่ไม่มีครอบครัวจะรู้สึกคุ้มค่า
– สวรรค์สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง คุณจะได้พบสัตว์เลี้ยงทุกประเภททั้งมีคนเลี้ยงและไม่มีคนเลี้ยงจะแวะเวียนมาห้องท่านไม่มีเหงาแน่นอน

บ้านเอื้ออาทร-6ข้อเสีย
-คุณภาพวัสดุแย่ เมื่อเทียบราคา ได้แก่ คิ้วบัวที่พื้นติดแบบไม่ประณีต บริเวณห้องมีรอยซึมของน้ำ เห็นเป็นรอยคราบน้ำตามมุมเพดานห้อง กระเบื้องยางตามมุมห้อง ขอบห้องปูไม่ค่อยเรียบร้อย ส่วนอื่นก็ทำใจได้ตามราคาที่เสียไป

– แออัด สภาพแวดล้อมแย่
– นัดซ่อมนานมาก ช่างของทางโครงการทำงานล่าช้ามาก บ้างครั้งรอเกือบปี โทรไปตามก็ไม่ค่อยว่าง
– ระบบรักษาความปลอดภัยแล้วแต่ดวงแต่ส่วนใหญ่จะต่ำรถหายกันเป็นว่าเล่น บางครั้ง ร.ป.ภ. ทำนักเลงใส่ลูกบ้านอีก (แล้วแต่ที่)
– ปล่อยดอกเบี้ยลอยตัวตามตลาด คนที่จ่ายตามขั้นต่ำ จาก จ่าย 3000 ดอกเบี้ย 2500 เงินต้น 500 จนอาจจะทำให้ราคาแพงในที่สุดโดยห้ามขาดส่งแม้แต่เดือนเดียว
-เพื่อนบ้านบางคนไร้ซึ่งความเกรงใจ ส่งเสียงดังโวกเวกโวยวาย เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ซะส่วนใหญ่
-ที่จอดรถไม่พอ จอดรถกันค่อนข้างหนาแน่น ซ้อนกันไปกันมา จอดที่คนอื่นมั่วไม่ได้ถึงแม้ว่าโครงการจะไม่มีข้อกำหนดว่าใครก็สามารถจอดรถตรงไหนก็ได้ของที่จอดรถ แต่ถ้าเราจอดมั่วไปทับที่คนอื่น รถอาจจะโดนขีดได้ค่ะ กลับมาดึกถ้าพื้นที่ไม่มีที่จอด จอดก่อนบ้างครั้งก็ออกไม่ได้ เพราะว่ารถที่จอดซ้อนหลังเราอยู่ดันดึงเบรกมือทิ้งไว้
-ทางเดินเท้าเต็มไปด้วยสิ่งของและรถ จะขยับหนีดีไม่ดีอาจจะมีเรื่องกับคนวางได้
-บางโครงการก็สร้างภาะให้ผู้อยู่อาศัยมากไป ยังสร้างไม่เสร็จดี ให้ผู้อยู่จ่ายค่ามิเตอร์ไฟฟ้า ประปา
-ถ้าขาดส่งต้องจ่ายเพิ่มเกือบเท่าตัว และจ้องจะยึดคืนอย่างเดียว
– เป็นแหล่งมั่วสุมของสิ่งไม่ดีในบ้างพื้นที่ (ก่อนซื้อลองดูให้ดีๆ) ทั้งลักขโมย จนไปถึงข่มขืน สาวอยู่คนเดียวอันตรายมาก
– นรกสำหรับคนเกลียดสัตว์เลี้ยง

จากที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อนท่านผู้อ่านหลายๆคนอาจจะพอสรุปได้ในใจกันแล้วใช่ไหมละค่ะ ว่าเราควรจะซื้อหรือเปล่าทางเราก็อยากให้หลายๆคนค่อยๆคิดนะคะ จากข้อดีและข้อเสียบ้างคนอาจจะอาศัยอยู่แล้วไม่ประสบพบปัญหาต่างๆที่เราได้รวบรวมมาฝากกันก็ได้ดังนั้นเราก็ควรจะเลือกให้ดีๆนะคะเพราะการที่เราจะซื้อบ้านสักหลังหนึ่งนั้นโดยเฉพาะคนที่รายได้ไม่ค่อยเพียงพอด้วยแล้วนั้นถ้ายังไม่พร้อมเราคิดว่าก็ยังไม่ควรที่จะซื้อค่ะอย่างคิดแต่ว่าเห็นแต่ของถูกอย่างเดียวนะคะเพราะว่าของถูกอาจจะไม่ใช้คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไปค่ะแล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ

 

คำแนะนำสำหรับเลือก บ้านเอื้ออาทร อย่างไรให้โดนใจ ถ้าจะตอบว่าบ้านเอื้ออาทรดีไหมคงจะสรุปตายตัวไม่ได้ค่ะ เพราะว่าแต่ละโครงการมีดีเวลลอปเปอร์รับสร้างบ้านไม่เหมือนกันบ้างเจ้าทำโครงการออกมาดีเลือกวัสดุอุปกรณ์บ้างเจ้าทำงานชุ่ยๆขอให้บ้านเสร็จอย่างเดียววัสดุอุปกรณ์แย่ก็มีเยอะค่ะ ดังนั้นสิ่งแรกสำหรับคำแนะนำนะค่ะ คือถ้าเราเลือกที่ ที่เราจะอยู่ได้แล้วเราควรไปลองเช่าอยู่ในตัวโครงการบ้านเอื้ออาทร นั้นดูก่อนสัก1เดือนหรือเร็วสุดประมาณ 2 อาทิตย์ ยังไม่ควรรีบจองก่อน จากนั้นก็ลองนำคนที่พอจะมีความรู้มาดูสถาพบ้านว่าวัสดุอุปกรณ์ในตัวบ้านว่าออกแบบมากโอเคหรือไม่เทียบกับเงินที่เราเสียไปแล้วคุ้มค่าหรือไม่ ต้องอย่างลืมนะค่ะว่าถ้าวัสดุไม่ได้คุณภาพจะยิ่งทำให้บ้านเสื่อมโทรมเร็วมาๆค่ะ

จากนั้นควรดูผังโครงการดี ๆ ตอนเช้าเป็นไง กลางวันเป็นไง กลางคืนเป็นไง เรื่องที่สำคัญไม่ควรมองข้ามเลยคือที่จอดรถ ถ้าเป็นบ้าน 2 ชั้น มีพื้นที่จอดรถอาจจะไม่เป็นปัญหาเท่าห้องชุดหรือคอนโดถ้าเป็นแบบหลังนี้ต้องดูให้เดีเลย จากนั้นก็มาดูสภาวะทางสังคมของตัวโครงการ ว่าคนในโครงการมีวินัยมากน้อยแค่ไหน และดูความเกรงใจของคนในหมู่บ้านว่าเป็นอย่างไร นิติบุคคลแข็งแรงหรือไม่ เมื่อทำตามที่เราแนะนำแล้วเราก็พอจะรู้ว่าควรซื้อหรือไม่ควร อย่างคิดว่าชื้อดีกว่าเช่านะค่ะ เพราะว่าบ้างครั้งถ้าซือไปแล้วต้องอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีความสุข อาจจะแย่กว่าเช่าก็ได้นะค่ะ

ซื้อบ้านเอื้ออาทรมาปล่อยเช่าดีไหม
บ้านเอื้ออาทร-3ถ้าให้ตอบเลยคงจะต้องดู ทำเล และสถานที่นั้นๆ เช่น ปล่อยเช่า ราคา ในเมืองก็จะสูงกว่า ราคาต่างจังหวัด แต่สิ่งที่ต้องดูต่อ คือ

ถ้า สภาพแวดล้อมแย่ ถึงจะติดถนนก็อาจจะไม่มีคนเช่าได้เช่นกัน
ถ้าอยากได้ราคาดีอาจจะยากหน่อบเพราะซื้อเสียงเรื่องบ้านเอื้ออาทร ไปในทางลบเยอะดังนั้นคนที่มีกำลังเช่าเยอะๆจะมองข้ามบ้านเอื้ออาทร และไปหาบ้านเช่าปกติมากกว่า
คนเช่าบ้านมาตราฐานต่ำสื่อเนื่องจากที่คนมีกำลังเช่าสูงๆส่วนใหญ่จะมองข้ามบ้านเอื้ออาทรไปดังนั้นผู้เช่าส่วนใหญ่จะเป็นพวกคนมีกำลังเช่าต่ำทำให้เราได้รายได้ไม่มากกว่าที่ควรจะเป็น
สรุปซื้อบ้านเอื้ออาทรมาปล่อยเช่าดีไหม คงจะตอบเลยว่าไม่คุ้มเพราะเนื่องจากบ้านเอื้ออาทร ออกแบบมาให้คนรายได้น้อยได้มีบ้านอาศัย ดังนั้น เมื่อเราทำการซื้อบ้านมาปล่อยเช่านำว่าไม่คุ้มเสียงค่ะ แต่ถ้าซื้อเพื่ออยู่อาศัยนับว่าโอเคต่อกําลังทรัพย์ แต่ถ้าจะแนะนำกัดฟันอีกหน่อยและไปซื้อหรือกู้โครงการบ้านธรรมดาดีกว่าค่ะ

ซื้อสิทธิ์บ้านเอื้ออาทรต้องมีเอกสารอะไรบ้าง
บ้านเอื้ออาทร-4

เตรียมเอกสารสัญญาจะซื้อจะขาย
สัญญาซื้อขายบ้านเอื้ออาทร
สำเนาบัตร ปชช คนซื้อ คนขาย พยาน
พยานฝ่ายคนซื้อ คนขาย
รายละเอียดคนซื้อ คนขาย ตกลงขายกันเท่าไหร่ก็ระบุลงในสัญญา
เมื่อครบกำหนดที่จะโอน คือห้าปี ให้ผู้ขายมาโอนสิทธิ์ให้ (ระบุลงไปในสัญญาด้วย หากไม่มาโอนสิทธิ์ให้ก็ให้ดำเนินคดีตามกฤหมาย) ตกลงเรื่องค่าธรมมเนียมการโอนบ้าน คนซื้อหรือคนขายจ่าย (ระบุลงในสัญญา) ของเราคนซื้อจ่ายเองการ

ขั้นตอนการโอนสิทธิ์ คือ
จะต้องผ่อนเช่าซื้อบ้านกับการเคหะ โดยให้ผู้โอนและผู้รับโอนมาเขียนคำร้องโอนสิทธิที่การเคหะ จากนั้นให้รอเคหะจัดการเรื่อง เมื่อเดินเรื่องเสร็จมาจ่ายค่าโอน 20000 บาท จากนั้นเราจะได้สัญญาที่ออกจากการเคหะเป็นชื่อของเรา ไม่ต้องรอครบ 5 ปีทำได้เลย
ผ่อนเช่าซื้อกับ ธอส หรือ ออมสินต้องให้เจ้าของเดิมไปปิดบัญชีธนาคารก่อนนำใบเสร็จมาแจ้งการเคหะเพื่อทำคำร้องขอโอนสิทธิรอเคหะเดินเรื่องจ่ายค่าโอน 20000 บาทท่านจะได้สัญญาใหม่จากการเคหะเป็นชื่อท่านเลย ไม่ต้องรอครบ 5 ปีทำได้เลย
จากที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อนท่านผู้อ่านหลายๆคนอาจจะพอสรุปได้ในใจกันแล้วใช่ไหมละคะ ว่าเราควรจะซื้อหรือเปล่าทางเราก็อยากให้หลายๆคนค่อยๆคิดนะคะ อย่าไปรีบร้อน แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ ‘โอนบ้าน’ ไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเอง ?

สำหรับคำถามนี้หลายๆคนอาจมองว่าเป็นไปไม่ได้หรอก เรื่องใหญ่จะไม่ไปด้วยตัวเองได้อย่างไร หากแต่ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ! โดยในปัจจุบันมีบ้านหลายโครงการ ซึ่งเสนอให้ผู้ซื้อ เมื่อถึงวันโอนกรรมสิทธิ์แล้วไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปยังกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการขั้นตอนต่างๆให้ยุ่งยาก โดยจะมีเจ้าหน้าที่ทั้งจากโครงการและจากธนาคารเป็นผู้เดินเรื่องให้ครบถ้วนทุกขั้นตอน โดยผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเอง หากแต่ต้องทำหนังสือมอบอำนาจให้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในขั้นตอนนี้เป็นสิ่งที่คุณจะต้องระมัดระวังพร้อมตรวจตราและใส่ใจ มากเป็นพิเศษ เพราะถ้าหากเกิดปัญหาใดๆขึ้นมาก็ตาม ใบมอบอำนาจนี้สามารถนำมาเป็นหลักฐานชี้แจงหรือเอาผิดได้

เอกสารที่ต้องใช้ เมื่อคุณต้องการมอบอำนาจให้ผู้อื่น

แน่นอนว่าคุณจะต้องมีใบมอบอำนาจเป็นเอกสารยืนพื้น หากแต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีเอกสารอื่นๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่คุณต้องเตรียม ซึ่งมีดังต่อไปนี้…

โฉนดที่ดินฉบับจริง
สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ
ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล ให้แนบเอกสารมาด้วย
ถ้าคุณมีคู่สมรส ให้แนบสำเนาบัตรประชาชนของคู่สมรส , สำเนาทะเบียนบ้านคู่สมรส , สำเนาใบจดทะเบียนสมรส รวมทั้งหนังสือยินยอมจากคู่สมรส
ให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจไปด้วย
ค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้ในการโอนบ้าน

ค่าธรรมเนียมโอนบ้าน จำนวน 2% จากราคาประเมิน
ค่าอากร 5% คิดตามราคาซื้อ – ขาย ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่าราคาประเมิน
ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หักภาษี ณ ที่จ่าย
ค่าคำขอ 20 บาท
ค่าพยาน 20 บาท
ถ้าบ้านติดจำนองธนาคาร คุณต้องเสียค่าจดจำนอง 1% จากมูลค่าจำนอง
โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผู้ซื้อจะต้องเป็นผู้เตรียมให้กับผู้มอบอำนาจ
ขั้นตอนโอนบ้าน แบบมอบอำนาจให้แก่ผู้อื่น

 

เมื่อเตรียมเอกสาร และค่าใช้จ่ายเรียบร้อยครบถ้วน ขั้นตอนในการโอนแบบมอบอำนาจ มีดังนี้…

ผู้รับมอบอำนาจ นำเอกสารไปให้ฝ่ายชำนาญงานตรวจสอบ และเอกสารทั้งหมด ต้องได้รับการเซ็นต์ชื่อยืนยันจากผู้ซื้อทุกหน้า และต้องมาพร้อมใบรับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง
เจ้าหน้าที่ประเมินเอกสาร
เจ้าหน้าที่พิมพ์สลักหลังโฉนด พร้อมมอบให้แก่ผู้รับโอน
เมื่อกระบวนการโอนบ้าน เสร็จสิ้นเรียบร้อย วันรับมอบบ้าน ผู้ซื้อจะได้รับเอกสารทั้งหมด เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานในการซื้อ เป็นอันเสร็จกระบวนการ

 

สถาปนิก 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *